หน้าแรก ในประเทศ 5 ปัจจัยหลัก ...

5 ปัจจัยหลัก ทำฝนตกหนักกว่าปีไหนๆต้องระวังน้ำท่วมเป็นวงกว้าง

23.09.26 | 16:36 น.

5 ปัจจัยหลัก ทำฝนหนักกว่าปีไหนๆ ต้องระวังน้ำท่วมเป็นวงกว้าง


วันที่ 23 กันยายน นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่ร่องมรสุม (Monsoon Trough) ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในแถบประเทศไทย เมียนมา ลาว และ เวียด นาม มีขนาดใหญ่และส่งผลให้เกิดฝนตกหนักรุนแรงเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนปี 2026 เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางสภาพภูมิอากาศและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่สอดประสานกัน ดังนี้

1. ผลกระทบชั่วคราวจาก “มรสุมตะวันตกเฉียงใต้”ปะทะร่องความกดอากาศต่ำ แม้ว่าภาพรวมของปี 2026 ภูมิภาคอา เซียนจะได้รับผลกระทบจาก ปรากการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) โดยทั่วไปมักทำให้เกิดความแห้งแล้งในระยะยาว แต่เนื่องจากประเทศอาเซียนตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ซึ่งในช่วงฤดูฝน ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านได้หอบความชื้นมหาศาลจากทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียมีกำลังค่อนข้างแรง เมื่อลมชื้นนี้พัดเข้ามาปะทะกับร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องมรสุมที่พาดผ่านจึงส่งผลให้ร่องมรสุมนั้นขยายตัวใหญ่และทำให้เกิดฝนตกหนักชุกในพื้นที่ตอนบนของอาเซียนเป็นระยะๆ

นายสนธิ กล่าวว่า 2.การเบียดตัวของ “มวลอากาศเย็นจากประเทศจีน”
ในช่วงเดือนกันยายน 2026 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่องมรสุมรุนแรงขึ้นอย่างมากคือ มีมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมา ปกคลุมตอนบนของประเทศเมียนมา ลาว และไทย มวลอากาศเย็นที่แห้งและหนักนี้ได้วิ่งลงมาดัน และเบียดให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก การปะทะกันระหว่างมวลอากาศเย็นและมวลอากาศร้อนชื้นทำให้เมฆฝนก่อตัวหนาแน่นจนกลายเป็นแนวที่มีขนาดใหญ่มาก

Advertisement

3.พายุหมุนเขตร้อนและหย่อมความกดอากาศต่ำ ในฤดูมรสุมปี 2026 มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวขึ้นถี่ในทะเลจีนใต้ พายุและหย่อมความกดอากาศต่ำเหล่านี้มักจะวิ่งตามแนวร่องมรสุมทำให้ร่องมรสุมทวีกำลังแรงขึ้นและขยายตัวเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายประเทศของอาเซียน

4. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิน้ำทะเล โลกที่ร้อนขึ้นและสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ในปี 2026 ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรโดยรอบอุ่นกว่าปกติมาก เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้น ชั้นบรรยากาศจึงสามารถกักเก็บและอุ้มความชื้นเอาไว้ได้สูงขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ร่องมรสุมฟอร์มตัวขึ้น มันจะดูดซับความชื้นเหล่านั้นเข้าไปจนมีพลังงานมหาศาล กลายเป็นฝนตกสะสมปริมาณมากที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

5.สรุปได้ว่า ฝนที่ตกหนักและร่องมรสุมที่ใหญ่โตในปี 2026 เกิดจากความชื้นมหาศาลระเหยจากน้ำทะเลจากสภาวะเอลนีโญ ผสมโรงกับ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ทรงพลังและถูกความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาบดบังและตรึงแนวร่องมรสุมไว้ ทำให้เกิดฝนตกแช่จนเกิดอุทกภัยในที่สุด