คดีแรกในชั้นอัยการ ยุติคดีประชาชน 38 ราย ร่วมม็อบเชียงใหม่จะไม่ทน ปี 63 หลังเข้าข่ายนิรโทษ

23.09.26 | 17:06 น.
ภาพจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

อัยการสั่งยุติคดีประชาชน 38 คน ร่วมชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ปี 2563 หลังเข้าข่ายนิรโทษกรรม เผยเป็นคดีแรกที่ยุติคดีในชั้นอัยการ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ มีหนังสือสั่งยุติคดีจากการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ข่วงประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2563 ซึ่งมีการปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ร่วมกันชูป้ายและร้องเพลง ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พร้อมเปิดไฟแฟลตโทรศัพท์มือถือ มีผู้ถูกกล่าวหารวม 38 คน โดยเหลือข้อหาหลักตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังในตอนแรกมีการออกหมายเรียกนัดหมายไปสั่งฟ้องคดี แต่เมื่อเห็นว่าเข้าข่ายนิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข อัยการจึงได้มีคำสั่งยุติต่อมา


ศูนย์ทนายความฯชี้ว่า คดีดังกล่าวมีบัญชา บุญพยุง เป็นผู้กล่าวหาผู้ชุมนุม 38 คน ไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยทั้งหมดมีทั้งนักศึกษา นักวิชาการ นักกิจกรรม ผู้เรียกร้องความเสมอภาคทางเพศ และกลุ่มคนเสื้อแดง ในข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ นับเป็นคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหามากที่สุดคดีหนึ่งในการชุมนุมช่วงปี 2563-64

ทั้งหมดทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2564 ต่อมาวันที่ 23 ก.ย.2564 พนักงานสอบสวนได้นัดแกนนำนักศึกษา 5 คน ส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีความเห็นควรฟ้องคดี ต่อมาทั้ง 5 คน ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไว้ ส่วนผู้ชุมนุมคนอื่นๆ ไม่มีนัดส่งตัวต่อพนักงานอัยการแต่อย่างใด แต่ทางตำรวจได้ส่งสำนวนให้อัยการโดยไม่มีตัวผู้ต้องหา

จากนั้นวันที่ 2 ต.ค.2566 เจ้าหน้าที่อัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้แจ้งต่อทนายความว่าอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 38 คน ในข้อหาตามมาตรา 116 แต่ยังมีคำสั่งให้ฟ้องข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพียงข้อหาเดียว จึงส่งเรื่องต่อให้แก่พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อไป เนื่องจากข้อหานี้เพียงข้อหาเดียวอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวง ไม่ใช่ศาลจังหวัด

Advertisement

ศูนย์ทนายความฯระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาพนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ได้เตรียมนัดหมายเพื่อสั่งฟ้องคดี โดยเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2569 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ยังออกหมายเรียกถึงผู้ต้องหาทุกคน นัดหมายให้ไปสั่งฟ้องคดีต่อศาลแขวงเชียงใหม่ ในวันที่ 25 ก.ย.2569

แต่เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 เว็บไซต์พระราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในการนิรโทษกรรมสำหรับการชุมนุมหรือแสดงออกทางเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค.2568 ทำให้ทนายความทำหนังสือถึงพนักงานอัยการให้ยุติคดี เนื่องจากคดีนี้เข้าเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

กระทั่งเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 กิตติชัย จิวะอุดมทรัพย์ อัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ได้มีหนังสือถึงผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดีนี้ โดยระบุว่าเมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำความผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น จึงมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีนี้ ทำให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้แจ้งแก่ผู้ร้องทุกข์และผู้ต้องหาทราบ

ศูนย์ทนายความฯเผยว่า คดีนี้นับเป็นคดีแรกที่มีการยุติคดีในชั้นอัยการ เนื่องจากเข้าข่ายนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง หลังจากก่อนหน้านี้มีการสั่งยุติคดีในชั้นศาลบ้างแล้ว แต่คดีก็ใช้เวลากว่า 5 ปีครึ่ง หากนับจากวันเริ่มมีการแจ้งข้อกล่าวหากว่าจะสิ้นสุดลง

สำหรับผู้ถูกกล่าวหา 38 ราย พบว่า มีประชาชน 3 รายเสียชีวิตไปแล้ว อาทิ “ป้าดาวเรือง” สิริเรือง แก้วสมทรัพย์ ประชาชนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากโรคประจำตัวในวัย 74 ปี