กรณีบ้านนางหนึ่งฤทัย สารภัคคี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ถูกต้นพะยูงล้มทับบ้านเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก มีลมแรงทำให้ต้นพะยูงที่ขึ้นอยู่บริเวณบ้านล้มทับดังกล่าวนั้น
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ตรวจราชการและโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เนื่องจากไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ดังนั้นหากมีการตัดโดยไม่มีการแจ้งจะถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนกรณีของนางหนึ่งฤทัยนั้น ได้รับรายงานจากทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ว่า นางหนึ่งฤทัยมาแจ้งไว้แล้ว แต่เนื่องจากตามกฎระเบียบการตัดไม้หวงห้าม ต้องมีเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเพื่อรับรองว่าไม้หวงห้ามนั้นไม่ได้มีการลักลอบมาจากป่า แต่ทางนางหนึ่งฤทัยไม่ได้นำเอกสารหลักฐานมาแจ้ง เพราะน้องชายของนางหนึ่งฤทัยนำโฉนดที่ดินไปเข้าที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทางทสจ.จึงยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ขณะที่นางหนึ่งฤทัยก็ไม่ได้นำเอกสารมาแจ้งเพิ่มเติมอีก
นายประลอง กล่าวว่า อย่างไรก็ตามตนได้เสนอ 2 แนวทางไปยังกรมป่าไม้ และทางทสจ.แล้ว คือ 1.หากมีเอกสารครบถ้วน ทางหน่วยงานก็สามารถเร่งดำเนินการได้ทันที และ 2.หากไม่มีเอกสารเช่นเดียวกับนางหนึ่งฤทัย ชาวบ้านสามารถไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ได้ และให้ทางหน่วยงานตัดไม้หรือเคลื่อนไม้ได้ทันที แต่ไม้หวงห้ามจะต้องเก็บไว้เป็นของกลาง จนกว่าชาวบ้านจะนำเอกสารไปยืนยันครบถ้วน ตนเข้าใจว่าที่ทาง ทสจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่กล้าดำเนินการนั้น เพราะมีกฎระเบียบไว้ชัดเจนแล้ว หากทำไปโดยพลการก็อาจผิดกฎหมายได้
“ผมมีความเป็นห่วงว่าหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก และทำให้ชาวบ้านเดือนร้อน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจสามารถทำตาม 2 แนวทางดังกล่าวไปก่อนได้ ส่วนในระยะยาวอาจต้องมีการแก้กฎหมายป่าไม้บางอย่าง เพราะบางฉบับไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยขึ้นเลย ซึ่งต้องไปหารือในการปรับปรุงแก้ไขต่อไป” โฆษกทส.กล่าว

