หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ ห่วงค...

ชัชชาติ ห่วงคนกรุง ฝนตกหนักจนถึง 27 ก.ย. เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออก หลายแห่งเริ่มวิกฤต

25.09.26 | 09:17 น.

‘ชัชชาติ’ เตือนคนกรุง รับมือฝนตกหนัก 3 วัน เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออก หลังเจอถล่มกลางดึก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯว่า ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 01.00-02.00 น.ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวจากประเทศกัมพูชาเข้ามาปกคลุมบริเวณกรุงเทพมหานคร ประกอบกับมีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่าน ดึงมวลฝนเข้ามาสะสม


สำหรับพยากรณ์อากาศล่าสุดพบว่า กรุงเทพมหานครมีฝนตกครอบคลุมร้อยละ 80 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และลมแปรปรวนความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องอีกประมาณ 3 วัน ในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย.นี้ โดยแนวหย่อมความกดอากาศต่ำมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่ฝั่งธนบุรีมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

จากข้อมูลการวัดปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มฝนตกหนักกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครเป็นหลัก โดยจุดที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดคือเขตมีนบุรี วัดได้ 99 มิลลิเมตร (มม.) ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง 85 มิลลิเมตร และเขตคลองสามวา ขณะที่สถิติปริมาณน้ำฝนสะสมรวมของกรุงเทพมหานครในปีนี้อยู่ที่ 983.5 มม. ซึ่งยังคงน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่บันทึกได้ 1,311.5 มม. อย่างไรก็ตาม กราฟแสดงสถิติน้ำฝนเริ่มมีอัตราการเร่งตัวสูงขึ้นและมีความชันเพิ่มขึ้นตามกรอบระยะเวลาฤดูฝนที่เหลืออีก 2 เดือนคือ ต.ค.-พ.ย. ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว (ฝุ่น)

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมขังบนผิวจราจร ปัจจุบันพบน้ำท่วมขังตกค้างอยู่ประมาณ 6-7 จุด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตฝั่งตะวันออก ได้แก่ ซอยอ่อนนุช 59 ซึ่งระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว, ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงถนนหทัยราษฎร์ถึงถนนสีหบูรานุกิจ (ซอย 14) มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15 เซนติเมตร, ถนนหลวงแพ่ง บริเวณหน้าห้างโลตัส หลวงแพ่ง สูงประมาณ 20 เซนติเมตร, ปั๊มน้ำมัน PT ถนนเจ้าคุณทหาร 2 และซอยลาดกระบัง 30/1 ในเขตลาดกระบัง, ถนนสุคนธสวัสดิ์ เขตลาดพร้าว, ถนนกำแพงเพชร 7 ช่วงเชื่อมต่อถนนศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง, บริเวณแยกกิ่งแก้วและถนนกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่จุดอ่อนของกรมทางหลวง มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร รวมถึงพื้นที่ซอยสุขุมวิท 101/1 ซึ่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและเร่งระบายน้ำอย่างเร่งด่วนแล้ว

Advertisement

ด้านการบริหารจัดการน้ำในคลองสายหลัก ระดับน้ำในคลองฝั่งตะวันออกหลายแห่งเริ่มเข้าสู่ระดับเตือนภัยและวิกฤต โดยเฉพาะคลองประเวศบุรีรมย์ บริเวณซอยอ่อนนุช 17, วัดกระทุ่มเสือปลา และเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครเร่งเดินหน้าแผนระบายน้ำออกสองทิศทาง ได้แก่ การผันน้ำไปทางทิศตะวันตกผ่านสถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งปัจจุบันสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดี และการผันน้ำออกไปทางทิศตะวันออกสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา (แปดริ้ว) ผ่านทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตและประตูระบายน้ำท่าถั่ว ขณะที่คลองในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและระบบอุโมงค์ระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและอยู่ในภาวะปลอดภัย

สำหรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำยังคงต่ำกว่าคันกั้นน้ำ โดยบริเวณปากคลองตลาด คันกั้นน้ำสูง 3.0 เมตร ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 0.88 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงยังไม่กระทบต่อพื้นที่ กทม.

ด้านนายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวถึงการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมแผนบริหารจัดการน้ำของ กทม. และแผนฉุกเฉินรองรับสถานการณ์น้ำ เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ตามที่กรมชลประทานแจ้งสถานการณ์น้ำโดยมีการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 27 ก.ย.69 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,100-1,250 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาใน อัตราระหว่าง 700-1,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60-1.50 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในหลายอำเภอของ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ จึงได้ประสานไปยัง 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพฯ

นายเจษฎาระบุว่า สำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้ประชุมติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำพร้อมทั้งระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ จากระบบการตรวจวัดแบบอัตโนมัติของ กทม. ตลอดจนการขึ้นลงของน้ำทะเลและคาดการณ์สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่หน้าสถานีกองบัญชาการกองทัพเรือจากกรมอุทกศาสตร์ เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า

ขณะเดียวกัน ได้จัดให้ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วมความยาวตลอดแนวริมเเม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ รวมทั้งสิ้น 88 กิโลเมตร แบ่งเป็น แนวป้องกันฯ ของ กทม. 80 กม. ส่วนอีก 8 กม. เป็นแนวป้องกันฯ ของเอกชน หรือหน่วยงานอื่น 3.65กม. และแนวป้องกันน้ำฯ ที่ยังไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ หรือเป็นแนวฟันหลอประมาณ 4.35 กม. ซึ่ง สนน.ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยเรียงกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุน ยกระดับความสูงอยู่ที่ +2.40 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ถึง +2.70 ม.รทก.

สำหรับบริเวณระหว่างการก่อสร้างแนวป้องกัน ได้ดำเนินการเรียงกระสอบทรายเช่นเดียวกับแนวฟันหลอ ส่วนบ้านเรือนชุมชนนอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ปัจจุบันมีทั้งหมดประมาณ 11 ชุมชน อยู่ในพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน รวมทั้งสิ้น 320 หลังคาเรือน รวมถึงยังมีพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นลักษณะพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวริมแม่น้ำที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูง โดยได้ดำเนินการเรียงกระสอบทรายบริเวณพื้นทางเดินและจุดพื้นที่ต่ำของชุมชนที่อยู่นอกแนว เพื่อป้องกันน้ำจากเเม่น้ำไหลเข้าท่วมชุมชนบ้านเรือน พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามชุมชนนอกแนว เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที รวมถึงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในบางพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากเเม่น้ำไหลบ่า หรือเอ่อล้นเข้ามาพื้นที่ชั้นใน และจัดเจ้าหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่ตามแนวริมเเม่น้ำเจ้าพระยาโดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดตามรอบวันและเวลาของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำแผนควบคุมการปิด-เปิดประตูระบายน้ำ พร้อมกับแผนการเดินเครื่องสูบน้ำแต่ละสถานีให้สอดคล้องและเหมาะสมกับช่วงจังหวะเวลาการขึ้น-ลงของน้ำทะเลจากอ่าวไทย เพื่อไม่ให้ระดับน้ำมีผลกระทบต่อชุมชนตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนการแจ้งเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและการให้ความช่วยเหลือ ได้ประสานงานไปยังสำนักงานเขตให้ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชน และผู้ประกอบกิจการที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้รับทราบสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว และสามารถเตรียมการป้องกันได้อย่างทันท่วงทีโดยเฉพาะ 11 ชุมชนดังกล่าวที่อาศัยอยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วม หรืออยู่บริเวณแนวฟันหลอให้ยกสิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ขึ้นในที่สูง

ทั้งนี้ กทม. ได้เปิดช่องทางรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ประชาชนรับทราบ โดยสามารถติดตามเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยาในแต่ละวันผ่านทางเว็บไซต์ https://dds.bangkok.go.th/public_content/files/001/0006030_1.pdf และการคาดหมายสภาวะระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาจากกรมอุทกศาสตร์ https://hydro.navy.mi.th/5x3hdizpntnu รวมถึงติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานประชาสัมพันธ์ https://pr-bangkok.com , Facebook : กรุงเทพมหานคร, ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร @BKK.BEST และ X: @BKK_BEST รวมถึงรับแจ้งเหตุเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ที่ โทร 0-2248-5115 หรือผ่านแอพพลิเคชั่น Traffy Fondue ตลอด 24 ชั่วโมง