ศาลตัดสินจำคุก อดีตผอ. และครู คนละ 2 เดือน ปรับ 6 พัน หลังนำเงินสมาคมฌาปนกิจครูไปจ่ายค่าเหล้าและค่าอาหาร
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายชุมพล พิศาล สมาชิกและผู้ตรวจสอบกิจการสมาคมฌปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ เปิดเผย พร้อมนำสำเนาคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ 242/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อ 716/2569 ที่ศาลแขวงกระบี่ ได้พิพากษา กรรมการสมาคมฌปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ ชุดที่ 10/2568-2566 ทั้ง 7 คน เป็นข้าราชการบำนาญ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน และเป็นครูในพื้นที่ จ.กระบี่
ฐานความผิดต่อพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่ได้นำเงินค่าอบรมสัมมนาศึกษาดูงานสำหรับกรรมการ เจ้าหน้าที่และผู้ตรวจสอบไปจ่ายค่าอาหาร ซื้อสุรา และจ่ายค่าคนขับรถ รวมเป็นเงิน 10,820 บาท จากจำนวนเงิน 40,000 บาท ที่สมาคมอนุมัติไว้ แต่เป็นการไปประชุมกันที่ร้านอาหารรวม 10 กว่าคนเท่านั้น
ซึ่งเมื่อวันที่ 8 กย. ที่ผ่านมา ศาลได้ตัดสินจำเลยทั้ง 7 คน ที่เป็นกรรมการว่ามีความผิด โดยลงโทษจำเลยมีความผิดตาม พรบ.ฌาปนกิจสงเคราะห์ 2545 มาตรา 32และ65 จำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 1 ปี
นายชุมพล เปิดเผยว่า คดีนี้แม้ว่าจำเลยทั้ง 7 คน จะไม่ได้ทุจริตเงินเป็นจำนวนมาก แต่ก็ถือว่าทำผิด แม้เงินจะเล็กน้อย แต่ก็เบียดบังเอาเงินที่สมาชิกจ่ายค่าช่วยเหลือศพของสมาชิกที่เสียชีวิตรายละ 50 บาท มาเบียดบังนำไปจ่ายค่าอาหาร ค่าสุรา และค่าคนขับรถ
ในส่วนของคดีนั้น สืบเนื่องจากตรวจสอบพบว่าในช่วงวันที่ 28 ตุลาคม 2566 จำเลยได้มีการนัดประชุมจัดทำแผนร่างงบประมาณรายจ่ายกัน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตำบลเขาคราม อ.เมืองกระบี่ และมีการจัดอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งนำเงินไปซื้อสุราเป็นเหล้ายี่ห้อดัง 3 กลม 2 แบนมาดื่มกินกัน แต่เงินที่จ่ายไปนั้นไม่ได้มาจากเบี้ยประชุม แต่ไปเอามาจากงบสัมมนาศึกษาดูงาน จึงได้แจ้งไปยัง พ.ต.อ.สมเด็จ สุขการ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ในขณะนั้น ในฐานะ นายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำท้องที่ ซึ่งก็แจ้งว่าเป็นการเบิกจ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ แม้ว่าต่อมาจำเลยจะจ่ายเงินค่าเหล้าคืนมา 2,450 บาทแล้ว แต่ก็ถือเป็นความผิด จึงได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเมื่อ 2 มีนาคม 2567
ต่อมาทางอัยการศาลแขวงกระบี่ จึงได้ส่งสำนวนฟ้องจำเลยทั้ง 7 คนและศาลได้ตัดสินเมื่อ 8 กย.ที่ผ่านมา
นายชุมพล ยังกล่าวอีกว่า นอกจากคดีนี้แล้ว ในส่วนของสหกร์ออมทรัพย์ครูกระบี่นั้น ก็ยังมีคดีที่สมาชิกได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อกรรมการชุดต่างๆ ไว้อีก 4 คดี ซึ่งเป็นคดีทุจริตเงินของสหกรณ์รวมกันหลายร้อยล้านบาท และกำลังเข้าสู่กระบวนการของศาล ที่ร่วมกันกระทำความผิดกว่า 100 คน ที่เป็นกรรมการ และผู้เกี่ยวข้อง และอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนก็มีด้วย





