ปทุมธานี-รังสิต วิกฤตหนัก ผู้ว่าฯ เตรียมประกาศ ‘พื้นที่ภัยพิบัติ’ แห่จอดรถหนีน้ำบนโทลล์เวย์ วอนรัฐอนุโลม
ผศ.ดร.จักรพันธ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยปทุมธานี ตรวจการระบายน้ำสะพานแดง พร้อมให้กำลังใจชุมชนศาลเจ้าคลอง 1 ด้าน นายกเทศมนตรีนครรังสิต เผยเจอปัญหาน้ำดันย้อนเนื่องจากระดับน้ำในคลองเสมอถนน เร่งประสาน กทม. ช่วยเปิดประตูน้ำสายไหม เผยหากระดับน้ำในคลองลดพร้อมสูบแห้งจบใน 1 วัน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 กันยายน นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับ ผศ.ดร.จักรพันธ์ พรนิมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายเจษฎ์ ไทยเศรษฐ์) พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและตรวจความพร้อมการระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
โดยคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์การระบายน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ บริเวณสะพานแดง คลอง 1 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี พร้อมพบปะให้กำลังใจผู้ประสบภัยในชุมชนศาลเจ้าคลอง 1 จากนั้นในเวลา 10.15 น. คณะได้เดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ และประตูระบายน้ำกึ่งถาวร ปากคลองรังสิต ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี เพื่อตรวจสอบระบบและเตรียมความพร้อมในการสูบระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมีประสิทธิภาพ
โดย ผศ.ดร.จักรพันธ์ พรนิมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำการบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบของประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีและพื้นที่โดยรอบเป็นอย่างมาก การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการมาติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมของระบบระบายน้ำ ทั้งบริเวณสะพานแดงและประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต เพื่อประเมินพื้นที่จริงและสนับสนุนการทำงานของท้องถิ่น โดยกระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อบจ.ปทุมธานี กรมชลประทาน รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งผันน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด
ด้าน ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ต่อคณะว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในนครรังสิตอยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์เป็นจุดรับน้ำหลักมาจากอำเภอคลองหลวง ธัญบุรี และลำลูกกา แต่ปัจจุบันระดับน้ำในคลองสูงจนเสมอผืนดิน ทำให้เมื่อเร่งสูบน้ำออกจากชุมชน มวลน้ำจึงดันย้อนกลับเข้ามาในพื้นที่ แม้จะทำการบล็อกแนวกั้นไว้ทุกจุดแล้วก็ตาม
ตอนนี้ระดับน้ำในคลองตรงที่เรายืนอยู่มันเสมอผืนดิน พอน้ำสูบออกไปมันก็ย้อนเข้ามา เราบล็อกไว้ทุกที่แล้วแต่น้ำดันเข้ามาหมด สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องขอให้ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ลดลง น้ำในชุมชนจะได้ออกกันได้ เพราะเครื่องเราพร้อมที่จะสูบออกตลอด ถ้าน้ำในคลองลดเยอะจริง ๆ ผมจะทำให้จบภายในวันเดียว แต่ตอนนี้ อยากมห้ประชาชนในพื้นที่ เทศบาลนครรังสิต เตรียมยกของขึ้นที่สูง และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิเ
นอกจากนี้ เทศบาลนครรังสิต ยังได้รับความช่วยเหลือด้านเครื่องสูบน้ำจากกรมป้องกันและบรรเทยาสาธารณภัย (ปภ.), อบจ.ปทุมธานี และหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกรุงเทพมหานคร ให้ช่วยพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำฝั่งสายไหมเพื่อแบ่งเบาปริมาณน้ำ ควบคู่ไปกับการผันน้ำออกทางฝั่งตะวันออกลงสู่แม่น้ำบางปะกง
ส่วนกรณีการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นเป็น 1,900 ลบ.ม./วินาที ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ระบุว่า จะส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเนื่องจากระดับน้ำภายนอกสูงขึ้นประกอบกับมีน้ำทะเลหนุน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ที่มีปริมาณน้ำเจ้าพระยาสูงถึง 2,200 – 2,400 ลบ.ม./วินาที จนท่วมขังครบทั้ง 84 ชุมชน ปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่ท่วมขังครอบคลุมทุกชุมชนเท่าปี 2565 ซึ่งทางเทศบาลจะเร่งประสานทุกหน่วยงานเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กำลังเตรียมออกประกาศให้พื้นที่จังหวัดปทุมธานีเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (พื้นที่ภัยพิบัติ) เพื่อปลดล็อกงบประมาณทดรองราชการและงบกลางเร่งด่วน ในการเข้าช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสนับสนุนเครื่องจักรอุปกรณ์ในการระบายน้ำร่วมกับส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบริเวณ ทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ฝั่งตรงข้ามศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พบว่ามีประชาชนนำรถยนต์ส่วนบุคคลขึ้นมาจอดเรียงรายเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมฉับพลันต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า บริเวณชุมชนและซอยต่างๆ โดยรอบคลองรังสิตประยูรศักดิ์มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น บางจุดน้ำท่วมสูงจนประชาชนไม่สามารถนำรถออกจากบ้านได้ทัน ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ขึ้นมาไว้บนที่สูง ทั้งนี้ เนื่องจากจุดจอดรถที่หน่วยงานจัดเตรียมและเปิดให้จอดฟรีนั้นเต็มหมดแล้ว ประชาชนบางส่วนจึงตัดสินใจนำรถขึ้นมาจอดบริเวณโทลล์เวย์ แม้จะทราบดีว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ตาม
ชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่ต้องนำรถมาจอดบนโทลล์เวย์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากวิกฤตน้ำท่วมมากที่สุด ประกอบกับจุดจอดรถฟรีที่หน่วยงานประกาศไว้เต็มหมดแล้ว ตนจึงอยากขอความกรุณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยพิจารณาอนุโลมให้ประชาชนสามารถนำรถมาจอดบริเวณดังกล่าวได้เป็นการชั่วคราว เพราะขณะนี้ในพื้นที่ซอยสะพานแดงและซอยใกล้เคียงมีน้ำท่วมสูง บางบ้านไม่สามารถนำรถออกมาได้และไร้สถานที่จอดรถรองรับ









