หน้าแรก ในประเทศ ‘ชัชชาติ’ รับ...

‘ชัชชาติ’ รับไปปรับปรุง ‘ระบบพยากรณ์ กทม.’ หลังคนบ่นเตือนภัยช้า – เผยจุดที่หนักอยู่ในแผนเพิ่ม ‘อุโมงค์ฯ น้ำ’ 

26.09.26 | 15:03 น.

‘ชัชชาติ’ รับไปปรับปรุง ‘ระบบพยากรณ์ กทม.’ หลังคนบ่นเตือนภัยช้า – เผยจุดที่หนักอยู่ในแผนเพิ่ม ‘อุโมงค์ฯ น้ำ’

 


ชัชชาติ รับไปปรับปรุง ‘ระบบพยากรณ์ของ กทม.’ หลังเสียงวิพากษ์ ‘เตือนภัยช้า’ – คาด 3 วันสถานการณ์คลี่คลาย – จัด ตำรวจ-เทศกิจ ประจำจุดเปราะบางคอยสื่อสารประชาชน เลี่ยงรถตายกลางถนน – เผย จุดที่ท่วมหนัก อยู่ในแผนเพิ่ม ‘อุโมงค์ระบายน้ำ’ แก้ท่วมระยะยาว

เมื่อวันที่ 26 กันยายน เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าสการณ์น้ำท่วมใน กทม.

โดยมี นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ, นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมให้ข้อมูล ซึ่งทาง กทม.คาดการณ์จากเรดาร์ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงค่ำวันนี้ หากไม่มีฝนเข้ามาเพิ่มเติม

Advertisement

ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติกล่าวถึง แบบจำลองปริมาณน้ำฝนสะสมใน กทม. โดยชี้ว่า จากที่ทำไว้ คาดการณ์ไว้ว่าถ้ากรุงเทพฯ ฝนตก 300 มม.จะเป็นอย่างไร ? ผลปรากฏว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดีกว่าโมเดลที่ทำไว้ซึ่งท่วมเป็นเมตร

“แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ถึงขนาดกับแบบจำลองที่ทำไว้ แต่ก็ไม่ได้ใช่ว่าจำลองได้ตรง เพราะมีความซับซ้อนของพื้นที่อย่างมาก ทั้งการไหลของน้ำ ปริมาณฝน คงต้องค่อยๆ ปรับแบบจำลองของเรา เป็นหนึ่งในบทเรียนที่เราปรับปรุงการให้บริการให้ดีขึ้น” นายชัชชาติเผย

เมื่อถามว่าเหตุการณ์รอบนี้ ประเมินสถานการณ์การรับฝนใน กทม. อย่างไร จะมีการปรับแบบจำลองเพื่อใช้กับครั้งหน้าอย่างไรบ้าง?

นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องบอกว่าฝน 300 มิลลิเมตรนั้น ยากที่จะรับมือให้น้ำแห้งกริบ เพราะถูกจำกัดด้วยคอขวด หรือ ‘ขีดจำกัดของคลอง’ โดยหลักแล้วสถานการณ์น้ำท่วมใน กทม.ไม่ได้เกี่ยวข้องกับน้ำเหนือ แต่เกี่ยวกับการนำน้ำฝนออกไปที่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยหลักการคือจากถนนลงสู่ท่อระบายน้ำ ซึ่งที่ผ่านมา กทม.พยายามขุดลอกท่อระบายน้ำ คู คลองต่างๆ  ยกถนนให้สูงขึ้น เพื่อให้น้ำไหลไปลงที่คลอง จากคลองไหลไปที่ประตูระบายน้ำ แล้วสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา หรืออุโมงค์ระบายน้ำที่จะเป็นตัวช่วยระบายน้ำจากคลองได้อีกทาง

“ผมว่าจุดขอขวดตรงนี้คือตัว ‘คลอง’ ดังนั้นอาจจะต้องปรับปรุงความจุของคลองให้รับได้ถึง 300 มิลลิเมตร ซึ่งก็ต้องมีการลงทุนค่อนข้างเยอะ ต้องเป็นแผนต่อไป หรือไม่ก็ต้องไปเสริมอุโมงค์

อย่างเช่น กทม.มีโครงการที่จะเสริมอุโมงค์จากคลองประเวศบุรีรมย์ มาที่บึงหนองบอน ซึ่งได้งบประมาณแล้ว มีการประมูลกันอยู่ในตอนนี้ จะทำให้เราระบายน้ำจากคลองประเวศฯ ออกมาที่บึงหนองบอน และลงอยู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้เร็วขึ้น ผมว่าต้องเสริมตรงนี้จึงจะทำให้มีประสิทธิภาพในการรับน้ำได้ดีขึ้น” นายชัชชาติกล่าว และว่า

ดังนั้นถ้าเกิดว่าฝนตก 300 มม. ก็เชื่อว่ายากที่จะทำให้กรุงเทพฯ แห้งสนิท อาจจะต้องมีท่วมบ้างเป็นบางเวลาบางพื้นที่

เมื่อมีผู้กล่าวถึง เสียงวิจารณ์ว่า ‘ทำไมรอบนี้ก็ กทม. เตือนภัยช้าจัง’ ?

นายชัชชาติกล่าวว่าความจริงแล้ว เราก็บอกทุกวัน คอยรายงานว่าน้ำไปถึงไหน แต่ก็ต้องบอกว่าสถานการณ์น้ำคาดการณ์ยาก อย่างเช่นเมื่อวานที่ตนลงพื้นที่บึงหนองบอน น้ำเต็มหมดแล้ว แต่เราไม่รู้หรอกว่าปริมาณน้ำจะลงมาเพิ่มเติมอีกกี่มิลลิเมตร

“บางอย่างอยู่นอกเหนือที่เราจะคาดการณ์ได้ เราไม่รู้ว่าฝนจะลงแบบปูพรมทั้งหมด การเตือนภัยจะต้องมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง เราจึงบอกให้ระวังเพราะตอนนี้น้ำเต็มคลองแล้ว เป็นการแจ้งเตือนสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

“ในอนาคตเราคงต้องพัฒนารูปแบบการพยากรณ์ให้แม่นยำขึ้น ที่ผ่านมากรุงเทพฯ ไม่ได้เก่งเรื่องการพยากรณ์ ว่าฝนจะตกกี่มิลลิเมตร เราอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานอื่นมาประกอบ อาจเป็นจุดหนึ่งที่ต้องปรับปรุงเรื่องการพยากรณ์ ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อพยากรณ์ให้แม่นยำขึ้น”

แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ง่ายที่เราจะพยากรณ์ ว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก 100 มม. แล้วจะท่วมในเขตไหน ก็ขอรับเป็นข้อที่ต้องไปปรับปรุง และใช้เทคโนโลยีให้แม่นยำมากขึ้น เราก็ไม่ได้คิดว่าฝนจะตกถึง 300 มม. จริงๆ นะ อันนี้ก็ไม่ได้คาดการณ์ไว้ขนาดนั้น แต่พอเกิดแล้วก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก

สรุปว่าการพยากรณ์เรายังทำได้ไม่ดี การเตือนภัยต่างๆ คงต้องทำให้แม่นยำขึ้นในอนาคต” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามว่าในจุดที่น้ำท่วมสูง คาดว่าจะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่จึงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ?

นายชัชชาติเผยว่า ตนว่าขึ้นอยู่กับฝนที่เติมเข้ามา หากไม่มีฝนเข้ามาเลย คาดว่า 3 วันที่น้ำจะค่อยๆ ระบาย

“คือการสูบตอนแรกน้ำจะยังไม่ลงหรอก เพราะมีน้ำจากข้างๆ เรียกว่า Side flow (ปริมาณน้ำที่ไม่สามารถควบคุมได้) ไหลเข้ามาเติม แต่พอหมดปุ๊บ น้ำในคลองหมด ก็จะเห็นการไหลลงอย่างรวดเร็ว และบางจุดเองเช่น เอกมัย ถ้าน้ำคลองแสนแสบลงปุ๊บเราสามารถเปิดเครื่องสูบ ที่มันจมน้ำอยู่ได้ เอกมัยน้ำก็จะลงได้เร็วขึ้น”

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เมื่อเช้าก็มีการคุยกับทางตำรวจ อีกหนึ่งปัญหาคือมีรถมาตายบนถนนเยอะ ก็ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยไปบอกประชาชนว่าจุดไหนห้ามเข้า เพราะช่วงที่น้ำท่วม ไม่มีใครรู้ว่าลึกแค่ไหน

“พอเข้าไปปุ๊บ แล้วรถตาย เลยไปต่อไม่ได้ ก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วทางเทศกิจอยู่ร่วมกันในจุดที่มีความเปราะบาง เพื่อให้ข้อมูลประชาชนให้ละเอียดมากขึ้น”

นายชัชชาติเผยด้วยว่า จุดที่มีปัญหาหลักๆ อยู่ในแผนระยะยาวที่จะแก้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น บึงหนองบอน คลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นโครงการอุโมงค์ ที่ใช้งบประมาณสูงและกินระยะเวลา เชื่อว่าในระยะยาวจะพัฒนาขึ้นจากบทเรียนนี้

ปัจจุบันเชื่อว่ามีหลายส่วนที่ทำแล้วดีขึ้นยกตัวอย่างเช่น อุโมงค์บึงหนองบอน ที่ช่วยลดระดับน้ำได้เป็นอย่างมาก

“ถึงแม้ว่าน้ำลงมาเยอะ แต่ว่าอุโมงค์ก็ช่วยตักน้ำไปได้มากพอสมควร โครงการที่เพิ่งเปิดใช้ในปีนี้เป็นหลัก” นายชัชชาติเผย