หน้าแรก ในประเทศ ณพลเดช ชงตรวจ...

ณพลเดช ชงตรวจสอบ 4 ด้าน ปมโรงแรมปฎิเสธพระเข้าพัก ดักคออย่านำศาสนา มาขัดแย้ง

26.09.26 | 16:40 น.

ณพลเดช ชงตรวจสอบ 4 ด้าน ปมโรงแรมปฎิเสธพระเข้าพัก ดักคออย่านำศาสนา มาขัดแย้ง


เมื่อวันที่ 26 กันยายน จากกรณี พระมหานภันต์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เปิดเผยว่า ถูกโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ปฏิเสธการเข้าพัก หลังตกเครื่องจากเหตุเที่ยวบินล่าช้า ทั้งที่มีการจองและชำระเงินแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าพระภิกษุเข้าพักไม่ได้ และมีการอ้างถึงศาสนาของเจ้าของโรงแรม ขณะที่ข้อมูลเรื่องศาสนาของเจ้าของโรงแรมมีความแตกต่างกันตามที่พระมหานภันต์เปิดเผย

ทั้งนี้ นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง กลุ่ม 16 ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬา จ.เชียงราย และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากรณีนี้ควรตรวจสอบอย่างเป็นระบบ เพราะหากโรงแรมปฏิเสธผู้เข้าพักโดยอ้างว่าเป็นพระสงฆ์หรืออ้างเหตุเกี่ยวกับศาสนา จำเป็นต้องตรวจสอบว่า มีฐานกฎหมายหรือเงื่อนไขการให้บริการรองรับหรือไม่ ไม่ควรปล่อยให้เป็นเพียงการอ้างว่าเป็น “กฎของโรงแรม” โดยไม่มีเอกสารหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน

นายณพลเดช กล่าวว่า พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 39 กำหนดเหตุที่ผู้จัดการโรงแรมอาจปฏิเสธผู้ประสงค์จะเข้าพักไว้ เช่น มีเหตุสงสัยว่าจะเข้าไปหลบซ่อนหรือกระทำความผิดอาญา ก่อความรำคาญแก่ผู้พักอื่น มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะไม่สามารถชำระค่าห้องพัก หรือมีเหตุสมควรประการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ขณะที่มาตรา 58 กำหนดโทษปรับทางปกครองกรณีผู้จัดการปฏิเสธไม่รับผู้จะเข้าพักโดยไม่มีเหตุไว้ที่ 5,000–20,000 บาท จึงต้องตรวจสอบให้ชัดว่า การเป็นพระภิกษุ หรือการนับถือศาสนาของผู้เข้าพัก เป็นเหตุที่กฎหมายให้อำนาจโรงแรมปฏิเสธหรือไม่ และถ้าโรงแรมอ้างว่าเป็นนโยบายของโรงแรม ก็ต้องนำเอกสารนโยบายนั้นมาแสดงให้ตรวจสอบได้

Advertisement

นายณพลเดช กล่าวว่า ขอเสนอให้ กรมการปกครองหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงแรมโดยตรง ทั้งใบอนุญาต หลักเกณฑ์การรับผู้เข้าพัก เงื่อนไขการปฏิเสธผู้เข้าพัก รวมถึงตรวจสอบหลักฐานการจอง การชำระเงิน และเหตุผลที่โรงแรมใช้ในการปฏิเสธการเข้าพักในคืนดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือเป็นนโยบายภายในของผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ควรเข้ามาตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ด้วย โดยเฉพาะกรณีพระสงฆ์มีความจำเป็นต้องพักโรงแรมจากเหตุฉุกเฉิน เช่น ตกเครื่องหรือไม่สามารถเดินทางกลับวัดได้ในช่วงกลางคืน เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า มีข้อจำกัดตามพระธรรมวินัย ระเบียบคณะสงฆ์ หรือกฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าพักโรงแรมหรือไม่

นายณพลเดช กล่าวว่า ทั้งนี้เห็นว่า Booking.com ควรตรวจสอบโรงแรมที่อยู่บนแพลตฟอร์มของตนเองด้วย เนื่องจากแนวทางชุมชนของ Booking.com ระบุถึงการต่อต้านการเลือกปฏิบัติและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม โดยระบุ “ศาสนา” เป็นหนึ่งในลักษณะที่ไม่ควรนำมาใช้เป็นเหตุแห่งการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันต่อผู้ใช้บริการ
“หากมีการจองผ่าน Booking.com แล้วโรงแรมปฏิเสธการเข้าพักด้วยเหตุแห่งศาสนาจริง ก็ควรให้ Booking.com ตรวจสอบด้วยว่า โรงแรมได้แจ้งเงื่อนไขดังกล่าวไว้ก่อนการจองหรือไม่ และการปฏิเสธนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานและนโยบายของแพลตฟอร์มหรือไม่ หากพบว่าฝ่าฝืนเงื่อนไข ก็ควรมีมาตรการตามระบบของแพลตฟอร์ม”

นายณพลเดช กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างศาสนา เพราะประเด็นสำคัญคือมาตรฐานการให้บริการและสิทธิของผู้ใช้บริการ หากผู้ประกอบการมีเหตุที่กฎหมายรองรับก็สามารถชี้แจงได้ แต่หากเป็นการปฏิเสธเพียงเพราะสถานะทางศาสนา ก็ควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

ทั้งนี้พระมหานภันต์ ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ที่พักแห่งใหม่แล้ว และระบุว่าจะดำเนินการร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขณะที่โรงแรมที่ถูกกล่าวถึงมีรายงานข่าวว่าชี้แจงภายหลังว่าไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติ จึงยิ่งควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นทางการ

นายณพลเดช เห็นว่า ควรเสนอให้ตรวจสอบ 4 ส่วน ได้แก่ 1.กรมการปกครอง ตรวจสอบตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตรวจสอบหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ 3.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาประเด็นการเลือกปฏิบัติ และ 4.Booking.com ตรวจสอบการปฏิบัติของโรงแรมตามเงื่อนไขและนโยบายของแพลตฟอร์ม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และสร้างมาตรฐานว่าผู้ประกอบการโรงแรมจะต้องปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการอย่างไรภายใต้กฎหมายไทยและเงื่อนไขการให้บริการของแพลตฟอร์มจองที่พัก ทั้งนี้ตนจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกโดยเฉพาะเมืองไทยเคยระบุว่าเป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม