หน้าแรก ในประเทศ สุริยะ สั่ง ก...

สุริยะ สั่ง ก.เกษตรฯ เร่งช่วยชุมชน ส่งรถบรรทุกสิ่งของ-อาหารลงพื้นที่น้ำท่วม กทม.

28.09.26 | 13:22 น.

สุริยะ สั่ง หน่วยงานเกษตรฯ เร่งช่วยชุมชนน้ำท่วม ส่งรถบรรทุกสิ่งของ-อาหารลงพื้นที่กระทบท่วม กทม.

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ องค์การตลาดเพื่อการเกษตร จตุจักร นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ ติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ว่า สืบเนื่องจากฝนตกเป็นพื้นที่ครอบคลุมไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีหลายชุมชนประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ประชาชนไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงการออกมาซื้อหาอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดังนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงมีความห่วงใยประชาชน จึงได้ให้หน่วยราชการต่าง ๆ ที่มีความพร้อม เตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือ ทั้งการจัดตั้งโรงครัวและการแจกจ่ายอาหาร เพื่อนำไปส่งให้กับชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน


นายสุริยะ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมการช่วยเหลือประชาชน และในวันนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อแจกจ่ายอาหารให้กับประชาชนในพื้นที่ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังเตรียมรถบรรทุกเพื่อส่งสิ่งของไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้แก่ พื้นที่เขตหลักสี่ บางวัว บางเขน คลองจั่น มีนบุรี และชุมชนเลียบคลองแสนแสบ โดยรถบรรทุกจะนำสิ่งของไปส่งให้กับผู้นำท้องถิ่น จากนั้นผู้นำท้องถิ่นจะนำเรือที่มีอยู่เข้าไปแจกจ่ายสิ่งของให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากอยู่ในสภาพน้ำท่วม

“ในทุกพื้นที่ได้สั่งการโดยตรงไปยังกรมต่าง ๆ ให้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดในขณะนี้ โดยเน้นในจุดที่ชุมชนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือประชาชนไม่สามารถออกมาหาอาหารต่าง ๆ ได้ เราจะเน้นช่วยเหลือในจุดนี้ก่อน แต่ในภาพทั่วไป หากพื้นที่ใดสามารถช่วยเหลือได้ ก็จะให้รีบดำเนินการช่วยเหลือ” นายสุริยะ กล่าว

Advertisement

นายสุริยะ กล่าวว่า ในส่วนของสถานการณ์น้ำพื้นที่ อีอีซี ซึ่งมีหลายเขื่อนที่การกักเก็บน้ำเกินความจุ และอาจจะกระทบกับโครงสร้างของเขื่อนนั้น เรื่องนี้ทางด้านกรมชลประทานได้มีการประสานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อพิจารณาว่าพื้นที่ใดควรระบายน้ำได้อย่างไร โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย เพราะฉะนั้น ตนเชื่อว่าจะต้องค่อย ๆ ดูจุดไหนที่ปล่อยได้ จุดไหนที่ยังต้องทยอยปล่อย เพราะในบางพื้นที่เองก็ยังมีปัญหาเรื่องของการปลูกข้าวอยู่ เพราะฉะนั้น เรารีบปล่อยไปก็ทำให้เกิดความเสียหาย

นายสุริยะ กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำคลองระโอก หรืออ่างเก็บน้ำเขาจุก อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่ออำนวยการแก้ไขและซ่อมแซมบริเวณกำแพงทางระบายน้ำล้น หลังได้รับรายงานว่าฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มสูงขึ้นและล้นผ่านทางระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ จนเกิดการกัดเซาะดินบริเวณด้านข้างกำแพง

รายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ทั้งนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีดังนี้ กรมวิชาการเกษตรสนับสนุนข้าวกล่องและอาหารแห้ง 500 ชุด ในพื้นที่บางเขน-บางบัว ขณะที่กรมปศุสัตว์เตรียมข้าวเหนียวหมูทอด หมูปิ้ง 1,000 ชุด ไข่ต้ม 5,000 ฟอง และถุงยังชีพ 1,000 ชุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรต่างจังหวัด อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง 381,131 ตัว และสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 22,000 กิโลกรัม รวมถึงชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 6,519 ชุด ด้านกรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนข้าวกล่องและน้ำ 1,000 ชุด ในพื้นที่หลักสี่ คลองสามวา มีนบุรี และคลองจั่น

ส่วนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ส.ป.ก. กรมการข้าว และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มในพื้นที่บางเขนและปทุมธานี ขณะที่กรมพัฒนาที่ดินสนับสนุนข้าวสารอาหารแห้ง 1,000 ชุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเร่งสนับสนุนอาหารแก่เกษตรกรและประชาชนในต่างจังหวัด รวมถึงสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 เพื่อบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นในพื้นที่น้ำท่วม ด้านกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนอาหารกล่องและน้ำดื่ม 300 ชุด ณ ศูนย์พักพิงสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรมหม่อนไหมสนับสนุนข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม 200 ชุด ในพื้นที่บางเขน และถุงยังชีพ 200 ชุด ในพื้นที่บึงกุ่ม การยางแห่งประเทศไทยสนับสนุนถุงยังชีพ 300 ชุด ในพื้นที่บึงกุ่ม

ขณะที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรสนับสนุนอาหารพร้อมทาน 500 ชุด และมังคุดจากเกษตรกรจังหวัดชุมพร 6,000 กิโลกรัม เพื่อแจกจ่ายในพื้นที่ตลาดน้ำ อ.ต.ก. ชุมชนเคหะคลองจั่น และจุดอพยพชั่วคราวชุมชนเคหะร่วมเกล้า ส่วนกรมประมงระดมเจ้าหน้าที่กว่า 120 นาย รถปฏิบัติการ 30 คัน และเรือตรวจการ 30 ลำ แบ่งกำลังดูแล 3 ศูนย์หลัก ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย