หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ เดินเ...

ชัชชาติ เดินเครื่องเต็มที่ ดูดน้ำวินาทีละ 1.2 พัน ลบ.ม. คลองหลัก 2 วันลด ชุมชน คาด 7 วัน

28.09.26 | 15:00 น.

เมื่อวันที่ 28 กันยายน เวลา 12.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร


นายชัชชาติ กล่าวว่า ต่อจากนี้ไปฝนน่าจะลดลง จะเป็นจังหวะที่ดีที่จะช่วยระบายน้ำออกมาได้ สถานการณ์น้ำตอนนี้คลองแสนแสบเริ่มดีขึ้น ช่วยดึงแถวคลองจั่น บางกะปิได้ เพราะฉะนั้นจะเร่งระบายตรงนี้ ส่วนคลองเปรมประชากรดีขึ้น จะเห็นว่าตอนนี้พื้นที่ด้านวิภาวดีเริ่มดีขึ้น

ส่วนที่ยากที่สุดตอนนี้จะเป็นพื้นที่คลองประเวศเพราะต้องดึงจากลาดกระบังมาที่พระโขนง และมีความคดเคี้ยวค่อนข้างเยอะ

“เชื่อว่าหลักการระบายน้ำต้องเร่งให้มากที่สุด เราสามารถดูดน้ำได้วินาทีละประมาณ 1,200 ลบ.เมตร ทุกเครื่องเดินหน้าเต็มที่ แต่เนื่องจากน้ำในพื้นที่มีค่อนข้างเยอะ เราต้องค่อยๆดึงน้ำจากคลองและจากพื้นที่ลงมาถึงชุมชน คงต้องใช้เวลา คลองหลักใช้เวลาอีกประมาณ 2 วัน ที่จะค่อยๆลดลง ส่วนถนนหลักอีก 2-3 วันน่าจะดีขึ้น แต่ชุมชนประมาณ 7 วัน ชุมชนบางทีการที่น้ำเข้าไปแล้วการเอาออกต้องเอาปั๊มดูดออกเพราะไม่ใช่เข้าแบบปกติ ต้องลงไปเอกซเรย์แต่ละพื้นที่“ นายชัชชาติ กล่าว

Advertisement

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงศักยภาพการรองรับน้ำของบึงหนองบอนว่า ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกหรือไม่

นายชัชชาติ ตอบว่า บึงหนองบอนรับได้ ปกติมีความจุ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันรับได้ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำเข้าบึงหนองบอน ยังเข้าไม่ได้สะดวก เรามีโครงการที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว คือทำอุโมงค์เชื่อมจากคลองประเวศมาสู่บึงหนองบอนซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการเตรียมการก่อสร้างอยู่ การทำให้น้ำจากคลองประเวศสู่บึงหนองบอนต้องผ่านคลองหนองบอนซึ่งจะช้า บึงหนองบอนจะช่วยหลักๆ คือ แถวถนนเฉลิมพระเกียรติในพื้นที่เป็นหลัก ในอนาคตจะช่วยได้มากขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ในส่วนการเยียวยามีประชาชนได้รับประสบภัยจำนวนค่อนข้างมากและบางทีมีการกระจายตัวอยู่ ตอนนี้ทุกเขตต้องทำจำนวนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งในแง่ของผู้ป่วยติดเตียง อาหารต่างๆ และการจัดการส่งอาหาร คาดว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบและต้องการอาหารประมาณ 6-7 หมื่นคน ทุกเขตต้องรับผิดชอบและมีการกระจายไป ช่วงวันนี้อาจจะมีขรุขระนิดหน่อย เพราะมีจำนวนรายชื่อเพิ่มเข้ามา แต่เชื่อว่าสถานการณ์ค่อยๆเข้าที่มากขึ้น และมีการตั้งกองบัญชาการขึ้นแต่ละเขต ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ที่มาช่วยตั้งศูนย์จัดทำอาหารให้

“หลักการในการเยียวยาเป็นหลักการปกติอยู่แล้วของกทม. เราใช้หลักของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) ซึ่งเราใช้มาตลอดที่ผ่านมา เป็นหลักการที่ตามความเป็นจริงความเสียหายที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนเตรียมหลักฐานไว้ การที่เราประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ทำให้พี่น้องประชาชนสามารถเก็บหลักฐานต่างๆว่ามีความเสียหายอย่างไรเป็นหลักการปกติที่เราทำ ส่วนการเยียวยาพิเศษคงต้องรออีกทีว่าทางรัฐบาลจะว่าอย่างไร” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุของสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ และมีโอกาสเกิดขึ้นอีกในอนาคตหรือไม่

นายชัชชาติ กล่าวว่า สาเหตุเกิดจากหย่อมกดอากาศที่หมุนวน ฝนตกหนักยิ่งแช่มากๆ ตกถึง 300 มิลลิเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับเหตุที่เกิดที่หาดใหญ่ ในเมื่อมันเกิดขึ้นได้แล้ว อาจจะเกิดขึ้นได้อีก แต่ถามว่าถ้าเกิดในปีนี้หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า ในส่วนนี้ก็ไม่รู้ เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เราต้องวางแผนระยะยาวต่อไป

“เราจะรับมือฝน 300 มิลลิเมตรได้อย่างไร สามารถรับมือได้ แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ เช่น อุโมงค์ที่เอื้อมไปถึงจุดต่างๆให้มากขึ้น เพราะอุโมงค์เหมือนทางด่วนน้ำ ถ้าเรามีปริมาณน้ำที่มากและปล่อยไปตามคลอง คลองเต็มศักยภาพมันก็จะอ้อยอิ่งช้ากว่าจะมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูดออก เราต้องมีอุโมงค์เพื่อที่จะเอื้อมไปรองรับ
ตอนนี้ก็มีแค่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดขึ้นมา พาฝนมาบ้าง แต่ไม่ใช่ฝนที่หมุนทั้งวัน ตกทั้งวันทั้งคืนเหมือนที่เกิดขึ้นมา อย่างที่บอกการพยากรณ์อากาศบางทีมันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คงต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย