ซีอีโอการบินไทย แถลงขออภัยผู้โดยสาร-เร่งเคลียร์กระเป๋า 5,600 ใบใน 72 ชม.-ตั้งจุดจ่ายชดเชยบ่ายนี้
เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง กรณีปัญหาการให้บริการในช่วง 3 วันที่ผ่านมาว่า การบินไทยต้องขออภัยผู้โดยสารและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยปัญหาที่เกิดขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของพนักงานภาคพื้นดิน ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ โดยเฉพาะแรงงานที่ต้องใช้ทักษะและใบอนุญาตเฉพาะ รวมถึงตำแหน่งโหลดมาสเตอร์ ซึ่งปกติต้องใช้ประมาณ 45 คนต่อวัน แต่มีพนักงานมาปฏิบัติงานเพียงประมาณ 20 คน ทำให้ผู้บริหารที่มีใบอนุญาตต้องลงไปช่วยกำกับงานข้างเครื่องบิน
นายชาย กล่าวว่า ขณะที่แรงงานทั่วไปต้องใช้ประมาณ 500 กว่าคน แต่มีผู้มาปฏิบัติงานจริงประมาณ 200-300 คน ส่งผลให้กำลังแรงงานขาดหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาคาร์โก้ค้างสะสมในคลังสินค้า เนื่องจากผู้ประกอบการภายนอกไม่สามารถเข้ามารับสินค้าออกไปได้ ทำให้สินค้าและอุปกรณ์ลากค้างอยู่ในระบบ และกระทบต่ออุปกรณ์ที่ใช้ขนถ่ายสัมภาระจากเครื่องบิน
นายชาย กล่าวว่า ทั้งนี้ สาเหตุที่การบินไทยได้รับผลกระทบมากกว่าสายการบินอื่นๆ เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นฐานการผลิตหลักของการบินไทย กิจกรรมภาคพื้น ทั้งการจัดการสัมภาระ คลังสินค้า และการจัดเตรียมอาหาร ต้องดำเนินการที่สุวรรณภูมิ ขณะที่สายการบินต่างชาติส่วนใหญ่ดำเนินกิจกรรมหลักจากสนามบินต้นทาง เมื่อเดินทางมาถึงไทยจึงสามารถหมุนเวียนเครื่องบินออกไปได้รวดเร็วกว่า
นายชาย กล่าวว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (27-28 ก.ย. 2569) เที่ยวบินของการบินไทยประสบปัญหาล่าช้าเกือบ 100% โดยมีเที่ยวบินออกเดินทางตรงเวลาไม่ถึง 3% จากปริมาณเที่ยวบินขาออกเฉลี่ยวันละประมาณ 300 เที่ยวบิน หรือประมาณ 600 เที่ยวบิน หากรวมเที่ยวบินไป-กลับ
ดังนั้น จากปัญหาเที่ยวบินล่าช้าสะสม การบินไทยจึงมีคำสั่งตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยให้ลดกำลังการผลิตลงประมาณ 30-40% เพื่อประคองเที่ยวบินที่เหลือให้สามารถให้บริการได้ตรงเวลามากขึ้น ซึ่งมีการยกเลิกและควบรวมบางเที่ยวบิน รวมถึงโอนถ่ายผู้โดยสารไปยังเที่ยวบินอื่น และให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาช่วยรับภาระงานบริการภาคพื้นของสายการบินลูกค้าของการบินไทย
นายชาย กล่าวว่า สำหรับสัมภาระตกค้าง ปัจจุบันมีประมาณ 5,600 ใบ การบินไทยตั้งเป้าเคลียร์ให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมง โดยร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ขนย้ายสัมภาระจากสายพานภายในอาคารออกมาจัดเป็นโซนตามวันและเที่ยวบิน เพื่อให้ผู้โดยสารตรวจสอบแท็กสัมภาระและรับคืนได้ ขณะเดียวกันจะใช้มาตรการแยกสัมภาระของเที่ยวบินใหม่ออกจากสัมภาระตกค้างเดิม เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมเพิ่ม ส่วนสัมภาระที่ผู้โดยสารลงทะเบียนผ่าน QR Code จะจัดส่งตามที่อยู่หรือโรงแรมที่แจ้งไว้ โดยเพิ่มผู้ให้บริการขนส่งเป็น 3 ราย จากเดิม 2 ราย ซึ่งรวมไปรษณีย์ไทยเข้ามาช่วยดำเนินการ
นายชาย กล่าวว่า ด้านกำลังพล การบินไทยได้รับการสนับสนุนประมาณ 100 นาย จากกองทัพอากาศและกระทรวงกลาโหม เข้ามาช่วยงานครัวการบิน คลังสินค้า และคัดแยกสัมภาระ รวมทั้งระดมพนักงานส่วนสำนักงานและเจ้าหน้าที่ AOT เข้ามาช่วยจับคู่แท็กสัมภาระกับข้อมูลผู้โดยสาร
นายชาย กล่าวว่า ตนยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการที่มีปัญหาพนักงานประท้วงหรือปฏิเสธการทำงาน แต่มาจากการที่พนักงานได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านและมีความกังวลต่อครอบครัวโดยบริษัทพยายามช่วยแก้ปัญหาและมีมาตรการจูงใจเพื่อให้แรงงานที่มีทักษะกลับมาปฏิบัติงาน
นายชาย กล่าวว่าส่วนการเยียวยาผู้โดยสาร การบินไทยเตรียมเปิดจุดให้บริการเพื่อจ่ายค่าชดเชยกรณีสัมภาระล่าช้าและเที่ยวบินล่าช้าตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะเริ่มตั้งจุดให้บริการในช่วงบ่ายวันนี้ (29 กันยายน 2569) ทั้งบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ทั้งนี้ บริษัทขออภัยผู้โดยสารและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ และขณะนี้ขอเร่งแก้ปัญหาหน้างาน โดยเป้าหมายสำคัญคือการลดกำลังการผลิตให้เหมาะสมกับศักยภาพที่มี และเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้างให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมง

