หน้าแรก ในประเทศ กทม. ระดม เจ็...

กทม. ระดม เจ็ตสกี ช่วยซอยเล็ก ตอบปม ‘เซลล์บรอดคาสต์’ จ่อปรับกระบวนการเข้ม ย้ำ ต้องแม่น เข้าใจง่าย ไม่ตระหนก

29.09.26 | 15:56 น.

เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล, นางสาวทวิดา กมลเวชช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมแถลงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร


ในตอนหนึ่ง เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า กรุงเทพมหานครได้ประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย อย่างไรบ้าง และมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดที่ส่งเข้ามาช่วยเหลือ
นายชัชชาติ ตอบว่า คุยกันทุกวัน จากนั้น มอบหมายให้นางสาวทวิดาเป็นผู้ตอบ

โดยนางสาวทวิดา กล่าวว่า ได้ประสานกันตั้งแต่วันแรกแล้ว รวมถึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ส่วนสิ่งที่ยังมีความต้องการคือ รถยกสูง

“จริงๆแล้วของกรมป้องกันฯ และทางทหารมีทั้งรถสูง GMC ที่เป็นรถหกล้อ รถครัวกลางที่เข้ามาตั้งแต่วันแรก และเจ้าหน้าที่ของปภ. เครื่องสูบน้ำขอยืมของปภ.ไว้ในช่วงแรก ซึ่งปภ.ต้องช่วยจังหวัดโดยรอบด้วย เพราะปริมณฑลก็มีปัญหา ตอนนี้ติดต่อกรมชลประทานและพ่วงมากับสำนักการระบายน้ำที่ช่วยกัน ไม่ได้มีแค่หน่วยงานนี้ กระทรวงต่างๆก็เข้ามาตลอด รวมถึงเอกชนด้วย
สำหรับสิ่งที่ไม่พอ อย่างที่บอกเมื่อวานคือรถสูง อยากได้รถสูงขนาดของ GMC อีกประมาณ 15 คัน ตอนนี้อยากจะได้อีกสัก 6 คัน ที่จะนำเข้ามาใช้” นางสาวทวิดา กล่าว

Advertisement

นางสาวทวิดา กล่าวว่า อีกหนึ่งปัญหาในขณะนี้ คือ การเข้าถึงชุมชนในซอยเล็ก ซึ่งเรือขนาดหน้าตักราว 2 เมตร ไม่สามารถเข้าได้

“ตอนนี้มีปัญหาอยู่หย่อมหนึ่ง คือ มีชุมชนที่อยู่ในซอยเล็กๆ จนเรือที่มีอยู่ขนาดเล็กที่สุดในขณะนี้ อย่างหน้าตักประมาณเกือบ 2 เมตรเข้าไม่ได้ ตอนนี้ต้องหาเรือหน้าตักไม่เกินเมตรครึ่งเพื่อขนของเข้าไป ตอนนี้เลยปรับแผนว่า อาจจะให้มีเจ็ตสกีลากตัวเรือยางบรรทุกของเข้าไป และกำลังสำรวจอยู่ว่า เรือยางเรือขยะของกรุงเทพฯจะมีไซซ์ที่เล็กที่พยายามเอาเข้ามาอยู่ กำลังติดต่ออยู่ว่าจะมีของเอกชนหรือของใครที่จะสามารถช่วยเราได้ โดยประกาศระดมและขอผ่านไปทางเครือข่ายอย่างเช่น สำนักป้องกันฯจะมีเครือข่ายอย่างเจ็ตสกีที่ตื้นกว่าของเรา เจ็ตสกีของสำนักป้องกันฯจะวิ่งในน้ำลึก เราจะต้องเอาตื้นกว่า และเรือของทางภาคส่วนที่เขามีอยู่ กำลังประสาน” นางสาวทวิดากล่าว

นายชัชชาติ กล่าวเสริมว่า ในกรุงเทพฯเองบางทีหมู่บ้านจะไกลออกไป โดยเฉพาะหมู่บ้านทางตะวันออกไม่ได้เดินทางง่ายๆ ถนนแทบมองไม่ออกส่วนไหนถนน ส่วนไหนเป็นคลอง ต้องเข้าไปเติมเต็มส่วนนี้ ตอนนี้มีข้อมูลแล้วทางกรมป้องกันฯจะติดต่อเจ็ตสกีแล้วเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่อยู่ไกลได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการทำ ‘เซลล์บรอดแคสต์’ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนเหมือนที่ผ่านมา

นายชัชชาติ ตอบว่า จริงๆแล้วการแจ้งเตือนของกทม.มีหลายรูปแบบ เรื่องเซลล์บรอดคาสต์คงเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งดำเนินการ ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องความแม่นยำ ป้องกันความตื่นตระหนก

“เซลล์บรอดคาสต์มันกระจายออกไปทั่ว ฉะนั้นข้อมูลต้องถูกต้องแม่นยำ จะปรับกระบวนการให้เข้มข้น มีเกณฑ์ต่างๆให้ชัดเจนขึ้น การออกเซลล์บรอดคาสต์จะมีเกณฑ์อย่างไรให้ชัดเจน และใครเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติอย่างไร เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและข้อมูลที่ออกไป ส่วนใหญ่เวลาเซลล์บรอดคาสต์คงต้องให้มีความเข้าใจว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรเลย และไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก อาจจะต้องปรับปรุงกระบวนการให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นมา” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากน้ำใหม่ยังไม่มา แต่น้ำเก่ายังระบายไม่หมดและเริ่มเน่าเสีย กทม.มีมาตรการดูแลอย่างไร

นายชัชชาติ ว่า จะมีปัญหาเรื่องขยะที่เริ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชุมชนที่มีคนอยู่มาก อย่างเคหะร่มเกล้า มีคนติดอยู่ประมาณ 3 หมื่นคน ก็จะทำให้เกิดขยะ หลักการคือให้มีการเข้าไปเก็บขยะหรือไปดูในแง่ของเรือ นำอาหารเข้าไปให้และนำพลาสติกปูเรือและนำเอาขยะออกมา เราต้องคิดถึงเรื่องขยะเพิ่มขึ้น

“ถ้าเป็นพื้นที่กว้าง ก็คงอาจจะไม่กังวลเรื่องขยะมาก ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่เยอะที่ติดอยู่ เรื่องขยะต้องให้ละเอียดขึ้น อีกปัญหาที่ตามมาคือเรื่องยุง อย่างร่มเกล้า พอน้ำนิ่ง เริ่มมียุง ต้องเอายาเข้าไป และอีกปัญหาหนึ่งที่เจอคือขาดนมผงเด็ก ผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ บางทีออกไปซื้อไม่ได้ ต้องส่งเข้าไปช่วย และพอน้ำลงก็จะเป็นเรื่องน้ำกัดเท้า ต้องเตรียมยาต่างๆ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา
ส่วนเรื่องความไม่พอใจ ผมเชื่อว่าบ้านน้ำท่วมคนไม่พอใจมีอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจเลย เพราะฉะนั้นหน้าที่เราคงไม่ต้องมีคำแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น ทำให้ดีที่สุดเพื่อแก้ปัญหา ก็บอกทีมงานทุกคนว่าต้องลุยเต็มที่ เพราะประชาชนเขาคาดหวังว่าเราจะต้องช่วยเขาให้เต็มที่ ทีมงานกทม.เชื่อว่าตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเราก็อยู่กันที่นี่ตลอด พยายามมอนิเตอร์สถานการณ์ ระดมทรัพยากรต่างๆ” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการทำงานในวันพรุ่งนี้ หากสถานการณ์น้ำยังท่วมอยู่

นายชัชชาติ ตอบว่า ถ้าไม่ต้องบริการประชาชน ก็ต้อง Work from Home ไปก่อน แต่ถ้าประชาชนต้องทำงาน กทม. ก็ต้องออกมาบริการ ส่วนเรื่องโรงเรียนจะสรุปอีกครั้ง ยังไม่แน่นอน เพราะเราใช้โรงเรียนในหลายพื้นที่เป็นศูนย์พักพิงและเป็นที่ทำอาหารให้ประชาชนด้วย