หน้าแรก ในประเทศ วิศณุ ยันน้ำเ...

วิศณุ ยันน้ำเหนือยังไม่น่ากังวล ชัชชาติ ขอ ‘อย่าเพิ่งผันตอนนี้’ หวั่นกระทบกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

29.09.26 | 17:32 น.

เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล, นางสาวทวิดา กมลเวชช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯกทม. ร่วมแถลงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร


ในตอนหนึ่ง เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงน้ำเหนือและน้ำหนุน นายชัชชาติตอบว่า ‘มอนิเตอร์อยู่ตลอด’ โดย นายวิศณุเสริมว่า ตอนนี้ยังไม่น่ากังวล เพราะน้ำเหนือลงมาที่แม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณไหลผ่านอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเราก็มีจุดเช็กพอยต์ ที่สามโคก ซึ่งยังรับได้อยู่

ด้านนายชัชชาติกล่าวว่า หลักการของกรุงเทพมหานคร คือ มีน้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน น้ำเหนือกับน้ำหนุนคือน้ำเดียวกันที่อยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนน้ำฝนหลักการคือต้องดูดข้ามอยู่แล้ว เพราะไม่มีช่วงเวลาที่จะเปิดประตูให้น้ำได้ เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าน้ำข้างในเสมอเกือบ 100%

“หลักการคือ ถึงแม้น้ำเหนือจะมาอย่างไรเราก็ต้องดูดข้ามอยู่ดี เพราะฉะนั้นน้ำเหนือกับการดูดน้ำแทบจะไม่มีผลอะไรมาก น้ำเหนือจะมีผลใน 2 ส่วน คือทำให้ข้ามคัน ซึ่งตอนนี้ไม่ข้ามคัน ก็จะมีผลเฉพาะชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ เช่น แถวเทวราชกุญชรฯ แถวชุมชนโรงสีต่างๆ อาจจะมีจุดที่มีเขื่อนรั่วบ้าง เช่นแถวบางพลัด มีเขื่อนรั่วเข้าไป แต่ปัญหาหนึ่งของน้ำเหนือคือ บางครั้งพอเขาผันออกไปข้างๆ อาจจะตีโอบมาหาเรา หรือมาจากแถวเขื่อนป่าสัก ถ้าเขาปล่อยมา มันอาจลงมาฝั่งตะวันออกเราได้ ผ่านทางระพีพัฒน์แยกใต้และลงมาด้านล่าง อาจจะมาเติมน้ำเราในฝั่งตะวันออก เพราะฉะนั้นน้ำเหนือโดยตรง ผมคิดว่ายังไม่ได้มีผลกระทบอะไร มีเฉพาะชุมชนที่อยู่นอกคัน ยกเว้นน้ำเหนือที่ผันออกมาทางตะวันออกอาจจะมีผลกระทบกับทางฝั่งตะวันออก ซึ่งต้องบอกว่าอย่าเพิ่งผันตอนนี้ รอก่อน ถ้าพอมีที่ว่างเราก็ยินดี แต่ตอนนี้มันค่อนข้างเต็ม” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า ได้พูดคุยกับกรมชลประทาน สทนช. (สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด
ในตอนหนึ่ง เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงน้ำทุ่งว่า และฝนว่าจะตกลงมาอีกระลอกหรือไม่ รวมถึง กทม.มีมาตรการรับมืออย่างไร

นายชัชชาติตอบว่า กรณีน้ำทุ่งที่ระบายมาทางตะวันออก กทม. มีแนวกั้นคือคลองรังสิต ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่พร่องน้ำไปออกยังแม่น้ำเจ้าพระยาในปริมาณมาก

“อันนี้ต้องระวัง อย่างที่บอกเป็นน้ำทุ่งที่ระบายมาทางตะวันออก และเราก็มีแนวกั้นอยู่คือคลองรังสิต ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พร่องน้ำออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาเยอะๆ เรามีประตูน้ำกั้นอยู่ ถ้าเรารับได้ เราก็ยินดี เพราะอยากจะช่วยประชาชนที่อยู่ฝั่งปทุมธานีด้วย ต้องประสานงานกันอยู่ด้วยกัน บริหารจัดการร่วมกัน คุยกันอยู่ตลอดว่าต้องทำอย่างไรให้อยู่ด้วยกันได้ เราอยู่รอด ปทุมธานีก็ต้องอยู่รอดเหมือนกัน ต้องคุยกันในภาพรวมด้วย” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์น้ำรอบนี้จะคลี่คลายทันก่อนน้ำเหนือระลอกใหม่มาถึงหรือไม่

นายชัชชาติกล่าวว่า น้ำเหนือมาตลอด ไม่ได้หยุด ขึ้นอยู่ว่าปล่อยมามากน้อยแค่ไหน

“ถ้าดูคือน้ำในเขื่อนยังไม่ได้เต็ม 100% ไม่ได้หนัก ผมว่าปีที่แล้วน้ำเหนือน่าจะหนักกว่านี้อีก เรามีการมอนิเตอร์อยู่ตลอด อย่างที่บอกว่า เราบริหารน้ำเหนือกับน้ำฝน ส่วนใหญ่จะเป็นคนละส่วน น้ำเหนือน้ำหนุนเน้นเขื่อนกั้นน้ำ ซึ่งแตกต่างจากจังหวัดอื่น ไม่มีเขื่อนก็จะลงทุ่ง ส่วนของเรายังมีเขื่อนชัดเจน เพราะฉะนั้นน้ำเหนือน้ำหนุนเน้นการป้องกันเขื่อนและทำเขื่อนเพิ่ม น้ำฝนเน้นการสูบออกแม่น้ำเจ้าพระยา” นายชัชชาติตอบ