เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 13.00น. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแนวทางการจัดการขยะและการดูแลความสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมขังเริ่มคลี่คลาย
ในตอนหนึ่ง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับวันที่ 30 กันยายน ซึ่งหลายหน่วยงานจะกลับมาเปิดทำการตามปกติ กทม.มีการวางแผนจัดการขยะและดูแลความสะอาดในพื้นที่อย่างไรบ้าง
นายพรพรหม กล่าวว่า อย่างแรกคือรถยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน วันนี้เป็นวันที่เร่งเคลียร์รถที่กีดขวางการสัญจรไป-มา มีภารกิจที่ทำร่วมกับตำรวจอยู่แล้ว และสำนักเทศกิจฝ่ายเทศกิจ กทม. ก็มีรถที่สามารถลากรถยนต์ได้ประมาณเกือบ 10 คัน ตอนนี้เร่งเป้าทำที่แถวเพชรบุรี คลองตัน เพื่อที่จะเคลียร์สำหรับพรุ่งนี้เช้า
ส่วนเรื่องของการบริหารจัดการขยะเมื่อวาน (28ก.ย.) ได้มีการพูดคุยซักซ้อมทั้ง 50 เขต และทางฝ่ายรักษาจะมีการจับบัดดี้คู่สำหรับการเคลียร์ขยะ ให้เขตที่ไม่มีวิกฤตน้ำท่วม มาช่วยเขตที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ อย่างเช่น เขตหลักสี่ จะมีเขตดินแดง เขตสาทร ไปช่วย หรือเขตดอนเมือง จะมีเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายไปช่วย หรือเขตบางกะปิก็จะมีเขตบางคอแหลมและเขตตลิ่งชันไปช่วย

“เรามีการจับคู่ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมเป็นพี่เลี้ยง และมีการพูดคุยกันระหว่างเขต ส่วนเวลาจับคู่จะมีทั้งกำลังคน กำลังรถอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะเข้าไปช่วยเขตที่ประสบภัย” นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหม กล่าวต่อไปว่า เรื่องขยะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. การจัดเก็บขยะระหว่างที่น้ำท่วมอยู่ และ 2. การจัดเก็บขยะตอนที่น้ำลดแล้ว จะต้องมีจากเขตอื่นมาช่วยด้วยเหมือนกัน ตอนนี้กำลังบริหารจัดการเป็น 2 ระดับ คือ 1.ระหว่างช่วงที่มีน้ำอยู่ และ 2. ช่วงที่น้ำแห้งแล้ว
“อย่างวันนี้เขตที่แห้งแล้วให้เริ่มทำ Big Cleaning ไปเลย เช่นเขตห้วยขวางมีบิ๊กคลีนนิ่งที่ถนนเส้นเพชรบุรีและบิ๊กคลีนนิ่งสวนที่อยู่ตรงคลองแสนแสบ และหมู่บ้านชินเขต ระดมกำลังจากทั้งเขตอื่นๆมาช่วยรวมถึงส่วนกลางของสำนักสิ่งแวดล้อมเองจะจัดกำลังลงไปช่วย จะเน้นเรื่องของการจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และขยะที่เป็นกระสอบทรายที่ค้างอยู่ รวมถึงขยะทั่วไป โดยที่สำนักงานเขตเวลาเข้าไปในพื้นที่จะไปตั้งจุดที่เป็นจุดทิ้งขยะ และเป็นรถที่เกี่ยวข้อง รถเก็บขยะ ที่จะมาช่วยในการขนขยะออก”

“เราสอบถามเขตที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น บางแห่งไม่สามารถเก็บได้ด้วยรถขยะเพราะมันลึกเกินไป ตอนนี้กำลังระดมเรื่องของเรือที่จะช่วยขนขยะออกมาจากพื้นที่ ตอนนี้เราห่วงใยเรื่องของการบริหารจัดการขยะอย่างยิ่ง และมีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้ประสบภัยเองเพราะขาดคน เลยต้องมีการแมชชิ่ง เรื่องของการเอาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตอื่นๆมาช่วย เพราะเรื่องขยะเราปล่อยวางไม่ได้ แล้วเมื่อน้ำลดต้องรีบเคลียร์ขยะชิ้นใหญ่ออกมาเลยไม่ให้มีขยะตกค้าง
น้ำลดวันถัดไปต้องเริ่มบิ๊กคลีนนิ่งได้เลยหรือภายในวันนั้นได้เลยแล้วแต่กำลัง แต่ว่าต้องเคลียร์ให้หมดภายในวันนั้น รถที่เก็บขยะมี 3 ศูนย์อยู่แล้ว อ่อนนุช หนองแขม สายไหม ซึ่งตอนนี้สามารถเข้าได้ปกติ เคลียร์พื้นที่ไม่ให้มีเรื่องน้ำท่วมเข้ามากระทบ” นายพรพรหมกล่าว
นายพรพรหม กล่าวต่อไปว่า กทม. มีคู่มือให้กับประชาชนในการทิ้งขยะระหว่างช่วงน้ำท่วม หรือหลังจากวิกฤตน้ำท่วม ทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมกระจายลงพื้นที่ให้ข้อมูลแก่ประชาชน ถ้าน้ำแห้งจะมีรอบเก็บเหมือนเดิม แต่ถ้ายังมีน้ำค้างอยู่ ทุกเขตต้องไปกำหนดพื้นที่จุดทิ้งขยะให้ชัดเจน ตอนนี้เราให้เขตรายงานแผนมาเลยว่าจุดไหนเป็นจุดสำคัญที่ต้องการกำลังเพิ่มจากเขตอื่นๆ ต้องบริหารทรัพยากรให้ช่วยเขตเหล่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ กทม.มีการจัดคิวเก็บขยะชิ้นใหญ่ไว้แล้ว ในช่วงที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม จะมีการยกเลิกคิวดังกล่าวไปก่อนหรือไม่
นายพรพรหม ตอบว่า คิวนั้นจะเป็นคิวที่สมมติว่าปกติทุกวันเสาร์-อาทิตย์จะมีการเก็บขยะชิ้นใหญ่ในชุมชนฟรี เพราะปกติอาจจะมีค่าใช้จ่าย ถ้าไปเก็บตามบ้าน แต่เราจะมีจุดพักขยะฟรีอยู่แล้วทุกครั้ง ไม่ใช่แค่วิกฤต แต่ตอนนี้เราจะชี้แจงเป็นจุดเหมือนกันว่าจะไปจุดไหนและเป็นเก็บฟรีตลอด แต่อันนี้เป็นวิกฤตของตอนน้ำท่วม แล้วเราจะเอาข้อมูลต่างๆรายงานไปในเว็บไซต์ Greener Bangkok https://greener.bangkok.go.th/ ประชาชนก็สามารถเข้าไปดูได้ว่าวันนี้จะมีเก็บขยะชิ้นใหญ่ที่ไหน เราพยายามให้ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย สำหรับประชาชน
นายพรพรหม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากนั้น กทม. ห่วงใยเรื่องของสุขอนามัยในศูนย์พักพิงต่างๆ ให้ทางสำนักอนามัยให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจในทุกศูนย์พักพิงว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ เรื่องความสะอาด น้ำเสีย โดยเฉพาะเรื่องห้องน้ำ เข้าใจว่าตอนนี้ผ่านหมด แต่มีการเฝ้าระวังอยู่เรื่อยๆตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนเรื่องอุปกรณ์ทำความสะอาด เราจะเอาเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาเข้าไปช่วยทำความสะอาดในศูนย์พักพิง ให้เรื่องของสุขอนามัยไม่เป็นเรื่องข้อกังวล




