หน้าแรก ในประเทศ นิพนธ์ เผยสภา...

นิพนธ์ เผยสภา มจร. เห็นชอบยกฐานะหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา เป็น ‘วิทยาลัยสงฆ์สงขลา’ สำเร็จ หลังร่วมผลักดันกว่า 20 ปี

29.09.26 | 22:48 น.

 


นิพนธ์ เผยสภา มจร. เห็นชอบยกฐานะหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา เป็น ‘วิทยาลัยสงฆ์สงขลา’ สำเร็จ หลังร่วมผลักดันกว่า 20 ปี

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ครั้งที่ 9/2569 มีมติเห็นชอบการยกฐานะหน่วยวิทยบริการวิทยาลัยสงฆ์นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดสงขลา ขึ้นเป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาการศึกษาพระพุทธศาสนาในจังหวัดสงขลา

การประชุมครั้งนี้มี พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเทพวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายนิพนธ์ได้เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference) เพื่อรับทราบและร่วมในวาระสำคัญดังกล่าว ทั้งนี้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดี มจร. ในปี 2569 ขณะที่พระเทพวชิรสุตาภรณ์ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์กล่าวว่า ความสำเร็จในวันนี้เป็นผลจากความร่วมมือของคณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดสงขลาที่ร่วมกันผลักดันมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 ตนพร้อมด้วยคณะสงฆ์และผู้ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ได้ร่วมประชุมหารือกันที่บ้านพักของตนถึงแนวทางการจัดตั้งหน่วยวิทยบริการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในจังหวัดสงขลา เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่พระภิกษุ สามเณร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่

Advertisement

ต่อมาในปี 2548 สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดหน่วยวิทยบริการ คณะพุทธศาสตร์ ณ จังหวัดสงขลา และเริ่มจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 เป็นต้นมา โดยข้อมูลของหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา ระบุว่า สภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 ก่อนจะพัฒนาการจัดการศึกษา บุคลากร และสถานที่มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 คณะกรรมการได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินความพร้อมในการยกฐานะหน่วยวิทยบริการเป็นวิทยาลัยสงฆ์ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ หลังพิจารณาความพร้อมด้านการบริหารจัดการ การจัดการศึกษา บุคลากร และอาคารสถานที่ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยต่อไป

นายนิพนธ์กล่าวว่า จากวันที่เริ่มต้นหารือและร่วมกันผลักดันจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปี จึงถือเป็นความภาคภูมิใจของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม และการยกฐานะเป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” จะทำให้การบริหารจัดการและการจัดการศึกษามีความเข้มแข็งมากขึ้น สามารถขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาบุคลากรและงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนากับการพัฒนาชุมชนและสังคมในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้

“กว่า 20 ปีที่ทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้าผลักดัน วันนี้ถือว่าความตั้งใจประสบผลสำเร็จอีกขั้น การมีวิทยาลัยสงฆ์สงขลาเป็นของจังหวัด จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับการศึกษาของคณะสงฆ์ เปิดโอกาสให้พระภิกษุ สามเณร และประชาชนได้เข้าถึงการศึกษามากขึ้น และเป็นอีกสถาบันหนึ่งที่จะช่วยสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และทำงานเพื่อสังคมในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป” นายนิพนธ์กล่าว