เมื่อวันที่ 30 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2569 โดยมี นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ในระเบียบวาระที่ 7
ในตอนหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระที่ 7 เรื่องที่เสนอใหม่ ในระเบียบวาระที่ 7.1 ญัตติด้วยวาจา ของนายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม, นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง และนายอดิศร ฤกษ์ลักษณี ส.ก. เขตดอนเมือง เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาและเร่งแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประธานแจ้งเข้าสู่ระเบียบวาระดังกล่าว มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหลายรายยกมือขอร่วมอภิปรายเพิ่มเติม อาทิ นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ, นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง, นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง และนางสาวมธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง
นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง โชว์ภาพหน้าจอแสดงความเสียหายจากอุทกภัย พร้อมกล่าวว่า เพื่อนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร โปรดดูสไลด์ เขตลาดกระบังเป็นเขตที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเยอะที่สุดในกรุงเทพมหานคร แต่เป็นเขตที่ไม่ได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเขตแรก วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เขตที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไม่มีรายชื่อเขตลาดกระบัง ถ้าตนจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะมี เขตสวนหลวง เขตคันนายาว เขตหนองจอก แล้วเขตลาดกระบังไปไหน
“ผมอภิปรายไปแล้วตั้งแต่เป็นส.ก.สมัยแรก ท่านก็ทราบโครงสร้างภูมิศาสตร์ของกรุงเทพมหานครดีว่าลาดกระบังเป็นพื้นที่ด่านสุดท้ายในการที่รับน้ำและเป็นที่ลุ่มต่ำ ทำไมวันที่ 25 กันยายน เขตลาดกระบังไม่ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ไม่ใช่ลูกป๊าหรือเปล่าครับ ผมไม่ได้นอนคืนนั้น ผมเห็นปุ๊ปผมโทรไปหาท่านผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ท่านบอก อ้าว เฮ้ย! ไม่มีลาดกระบังเหรอ ผมบอกว่าไม่มีครับ ท่านบอกว่ามี ไปดูดีๆ ผมบอกว่าไม่มี หลังจากนั้นอีก 2 วันจึงประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ” นายสุรจิตต์ กล่าว
นายสุรจิตต์ กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนว่า 1. เรือผลักดันน้ำ ตนขอกรุงเทพมหานครขอไป 6 วัน วันนี้เพิ่งมาติดตั้ง (30 ก.ย.) ในช่วงเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา เสร็จอภิปรายตนต้องกลับไปในพื้นที่ ตนถามว่า 6 วัน ติดตรงไหน ท่านผู้ว่าฯบอก เรือไม่มี ขอไปแล้วเรือไม่ได้
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่กรุงเทพมหานครต้องเตรียมความพร้อมมากกว่านี้ งบกลางเรามี 17,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านบาท) สภาอนุมัติไปแล้วใช้ได้หรือไม่ สั่งซื้อโดยด่วนเลยไม่ต้องรอหน่วยงานอื่น กรุงเทพมหานครมีศักยภาพ
“เดชะบุญ กองทัพเรือให้ความอนุเคราะห์เรา วันนี้จะมาลงที่เขตลาดกระบังมากกว่า 9 ลำ 3 จุด แต่ไม่มีน้ำมัน มีแต่เรือ เจ้ากรมทหารเรือโทรมาหาผมบอกว่าวันนี้มาลงเรือผลักดันน้ำให้ เลยแจ้งไปทางปลัดและอ่านข้อความผมแล้ว บ่าย2 มาติดตั้งเรือผลักดันน้ำคาดว่าใช้การได้ภายในเย็นนี้ครบทุกตัว แต่ไม่รู้ว่าน้ำมันจะมีหรือเปล่า เหมือนท่านมีปืนแต่ไม่มีกระสุน ท่านจะยิงศัตรู คู่ต่อสู้อย่างไร เฉกเช่นกับเรือผลักดันน้ำ กรุงเทพมหานครจะทำได้หรือไม่แค่น้ำมัน เครื่องสูบน้ำไม่พร้อม ประตูระบายน้ำเปิดบ้าง ไม่เปิดบ้าง เราต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครล้มเหลว” นายสุรจิตต์ กล่าว
นายสุรจิตต์ กล่าวต่อไปว่า 2. ศูนย์อพยพ กรุงเทพมหานครเชิญชวนประชาชน ท่านใดที่เดือดร้อนมาอยู่ศูนย์อพยพแต่ไม่มีชุดเครื่องนอนให้ มี 300 ชุด ประชาชนมาเป็นพันจะนอนที่ไหน ตนโทรหาสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มา 100 ชุด ห้องน้ำสุขาเคลื่อนที่มีแค่ 1 คัน ห้องน้ำหญิง-ชายแบ่งแยกไม่พอ

“ทุกท่านที่ได้กรุณาไปเยี่ยม ถ่ายรูป ไลฟ์ แจกของ ท่านต้องเห็นปัญหาว่าปัญหาคืออะไร ศูนย์อพยพด้วยความกรุณาจากสจล. ได้กรุณาให้สถานที่ แล้ว กทม.ซัพพอร์ตอะไร ผมโทรหาท่านรองผู้ว่าฯในการกำกับดูแลท่านไม่รับโทรศัพท์และไม่โทรกลับ โทรหาหมอหมอบอกต้องให้ผู้ใหญ่สั่งมาก่อน ศูนย์อพยพมีแต่หมอ กทม.ไม่มีสักคน
จริงๆกรุงเทพมหานครต้องเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบเรื่องแพทย์ เรื่องเวชภัณฑ์ แต่เราได้ความกรุณาจากหน่วยงานรัฐที่เป็นรัฐบาล มาเป็นหน่วยงานเสริมแต่กทม.ไม่มา หน่วยงานเสริมจนกลายเป็นหน่วยงานหลัก” นายสุรจิตต์ กล่าว
นายสุรจิตต์ กล่าวว่า 3. ยากันน้ำกัดเท้าไม่มี ตนโทรหาทางสำนักอนามัยบอกขอยากันน้ำกัดเท้า มีแค่ 1,000 ชุด คนเดือดร้อนลาดกระบังเฉพาะเคหะร่มเกล้า 5-6 หมื่นคนแล้ว งบกลางอยู่ในมือท่านหรืออยู่ในมือตน ตนเป็นฝ่านนิติบัญญัติไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร ตนบริหารเงิน สั่งข้าราชการไม่ได้
4. เรื่องอาหาร ข้าวสารอาหารแห้งมีแค่ 300 ชุด ลาดกระบังตอนนี้เป็นเขตภัยพิบัติ หมู่บ้าน ประชาชนที่จ่ายภาษีกรุงเทพมหานคร ไม่มีอาหารแห้ง มีอาหารกล่องแต่เอามาแจกให้ลาดกระบัง เวลา 21.00 น. ให้ไปแจกใคร กว่าจะขนขึ้นรถกว่าจะไป 22.30 น. พอได้รับแล้วข้าวบูด
“มันคือปัญหาในการบริหารจัดการ เราต้องยอมรับว่าเราล้มแหลวครั้งนี้ กรุงเทพมหานครล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ผมไปแจกโดนต่อว่ากลับว่าข้าวบูดกินไม่ได้ เหมือนถูกปล่อยเป็นเกาะร้างลาดกระบัง ดูแลกันเอง เจ้าหน้าที่ไประดมช่วยในเคหะร่มเกล้าเป็นพื้นที่เดือดร้อนหนักที่สุด แต่จุดอื่นๆของร่มเกล้า ของลาดกระบังก็เดือดร้อน การช่วยเหลือไม่ถึง” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายสุรจิตต์ กล่าวถึงการจัดการและการรับมือ ว่า 1. รถขนส่งผู้โดยสาร การจัดการเรื่องการขนส่งของเราไม่มี มีแต่อยู่ในเคหะร่มเกล้าเท่านั้น ประชาชนเดือดร้อนทั่วลาดกระบังเข้า-ออกซอยลำบาก เราต้องหวังและขอความช่วยเหลือจากทหารเท่านั้นใช่หรือไม่ 2. เรื่องขยะ ขยะที่ลอยอยู่บนน้ำ มันเกินความคาดหมายที่จะเจอฉี่หนู ตอนนี้สารพัดโรค เลยตั้งคำถามว่าเขตอื่นๆที่น้ำไม่ท่วมทำไมไม่ระดมคนมาช่วยเขตลาดกระบัง ไม่ระดมมาช่วยเขตที่เดือดร้อน ไม่มีความช่วยเหลือ หวังว่าอภิปรายเสร็จ ตอนเย็นขยะต้องหายเกลี้ยง ขอเวลากี่วันดี 2-3 วันดีไหม 3. การเยียวยา มีข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ เกิดความซับซ้อน ต้องถ่ายรูป โทรศัพท์แบตหมด ไฟโดนตัดจะเอารูปจากไหนมาถ่าย 4. การรับมือน้ำเหนือ การบริหารจัดการน้ำตอนนี้ ลาดกระบังเป็นเขตภัยพิบัติที่หนักที่สุดโดยเฉพาะเคหะร่มเกล้าสูงเกินศีรษะ

“ท่านผู้ว่าฯท่านกรุณาไปจริง แต่ปัญหายังอยู่ ท่านปลัดกรุณาไปแต่ปัญหายังอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกรุณามาแต่ปัญหายังอยู่ ท่านรองนายกฯกรุณามาแต่ปัญหายังอยู่ รัฐมนตรีมาหมดแล้ว ท่านอนุทิน ก็ไป ท่านนายกฯก็ไป ปัญหาก็ยังอยู่จะให้ผมทำยังไง ผมไม่รู้จะเรียกใครมาแล้ว ผมหมดกำลังแล้ว ผมเป็นแค่ส.ก.ตัวเล็กๆคนหนึ่ง ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เป็นอย่างนี้มันก็อีเหละเขละขละ อินุงตุงนัง แบบนี้แหละท่านประธาน ท่านประธานช่วยผมหน่อย ผมฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ไม่รู้จะหน่วยงานไหนแล้ว ฝ่ายบริหารก็อยู่ตรงนี้แหละครับ” นายสุรจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย





