30 กันยายน 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
ตามที่สภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบกันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) ของหน่วยรับงบประมาณกรุงเทพมหานคร ก่อนให้ความเห็นชอบ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอขอกันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) ของหน่วยรับงบประมาณและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 70 รายการ จำนวนเงิน 3,293,927,992 บาท
นายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบกันเงินงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) ของหน่วยรับงบประมาณกรุงเทพมหานครและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ก่อนให้ความเห็นชอบ รายงานผลการพิจารณาต่อสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งในการประชุมของคณะกรรมการวิสามัญฯ มีหน่วยงานเสนอขอถอนรายการ/โครงการที่ขอกันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) เนื่องจากสามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานถอนรายการ/โครงการ รวม 6 หน่วยงาน 6 รายการ จำนวนเงิน 31,020,301 บาท และมีผลการพิจารณา ดังนี้
1. เห็นชอบให้กันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) ของหน่วยรับงบประมาณและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร รวม 23 หน่วยงาน 61 รายการ จำนวนเงิน 3,138,234,735 บาท
2. เห็นชอบตามที่หน่วยงานขอปรับลดวงเงินที่เสนอขอกันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) ของหน่วยรับงบประมาณและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร รวม 4 หน่วยงาน 4 รายการ จำนวนเงิน 11,356,856 บาท
3. ไม่เห็นชอบให้กันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปี ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) ของหน่วยรับงบประมาณและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร รวม 3 หน่วยงาน 3 รายการ จำนวนเงิน 113,316,100 บาท

นางสาวมธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง ได้สงวนความเห็นในรายการของสำนักสิ่งแวดล้อม โครงการเช่ารถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ แบบใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) ขนาด 6 ล้อ ถังบรรทุกน้ำขนาดไม่น้อยกว่า 6,000 ลิตร พร้อมมีระบบฉีดน้ำแรงดันสูงและแรงดันปานกลาง วงเงิน 10,316,100 บาท โดยกล่าวว่า โครงการนี้มีความสำคัญและจำเป็นต่อการดูแลสวนสาธารณะทั่วกรุงเทพมหานคร โดยได้ตั้งคำถามสำคัญ 3 ประเด็นเพื่อให้ฝ่ายบริหารชี้แจงก่อนการตัดสินใจ ดังนี้
1. ขั้นตอนการประกวดราคาและการจัดหา: การประกวดราคาเดิม (ต่ำสุด 743.09 ล้านบาท) สิ้นสุดระยะเวลายืนราคาแล้วและยังไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ กทม. มีกรอบระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างใหม่หรือนำรถเข้ามาใช้งานที่ชัดเจนอย่างไร
2. ความพร้อมของระบบชาร์จไฟฟ้า: ตาม TOR กำหนดให้ติดตั้งสถานีชาร์จ DC (120 kW) 45 หัวชาร์จ ใน 23 จุด จึงต้องการคำยืนยันว่าจุดชาร์จจะพร้อมก่อนรถเข้าประจำการหรือไม่ และหากพื้นที่จริงไม่เหมาะสมจะมีเกณฑ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างไร
3. สมรรถนะของรถและมาตรการควบคุมงบประมาณ: รถที่จะนำมาใช้งานมีความเหมาะสมกับภารกิจจริงหรือไม่ มีเกณฑ์การวัดผลอย่างไร รวมถึงรายละเอียดการผูกพันงบประมาณรายปีตลอด 9 ปี และมาตรการควบคุมโครงการ เพื่อความคุ้มค่าและโปร่งใส
นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงดังนี้ 1. ระยะเวลาการจัดซื้อจัดจ้าง: เมื่อได้รับการอนุมัติงบประมาณกันเหลื่อมปีแล้ว กทม. จะทบทวน TOR และเปิดประกวดราคาใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน 2. ความพร้อมและสัดส่วนสถานีชาร์จ: มีสถานีชาร์จ 23 จุด (45 หัวชาร์จ) คิดเป็นเฉลี่ย 1 จุดต่อรถ 3. 2 คัน ซึ่งประเมินแล้วว่าเพียงพอ เหมาะสมกับเส้นทางปฏิบัติงานและการแวะเติมน้ำตามจุดต่างๆ และ 3. ขั้นตอนการทดสอบและกรอบเวลาการส่งมอบ (รวม 405 วัน): 120 วันแรก ผู้ชนะการประกวดราคาจัดหารถต้นแบบ 1 คัน 45 วันถัดมา ทดสอบสมรรถนะ (ความแข็งแรง, น้ำหนัก, การชาร์จ) และนำไปทดลองใช้งานจริง โดยมีคณะกรรมการร่วมกับบุคคลภายนอกเป็นผู้ประเมิน หากไม่ผ่านจะให้ปรับปรุง แต่หากยังไม่ผ่านการทดสอบหลังปรับปรุง กทม. สงวนสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้ 240 วันสุดท้ายเมื่อผ่านการทดสอบ จะเป็นการจัดหาและส่งมอบรถทั้งหมด 145 คัน
นายเอกกวิน ชี้แจงว่า โครงการนี้เป็นโครงการเดียวกับที่เคยถูกตัดงบประมาณปี 2570 เนื่องจากฝ่ายบริหารยังตอบคำถามได้ไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องการทดลองวิ่งของรถที่ยังไม่เคยทดลอง และยังไม่มั่นใจว่าจะใช้งานได้จริง และยังทำไม่สำเร็จจึงต้องขอกันเงินเหลื่อมปี จึงเสนอให้ฝ่ายบริหารกลับไปทบทวนโครงการใหม่ทั้งหมด แล้วนำกลับมาเสนออีกครั้งในปีงบประมาณ 2570
จากนั้นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้อภิปรายถึงโครงการดังกล่าว อาทิ นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก นายอำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง และนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ่
นายนภาพล สอบถามว่า เหตุใดโครงการถึงล่าช้ากว่าแผน โดยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า เนื่องจากต้องขยายระยะเวลาโครงการกับสภากรุงเทพมหานครก่อนดำเนินการลงนามสัญญา

นายอำนาจ นายวิพุธ อภิปรายว่า หากโครงการไม่ได้รับการกันเงินสำนักสิ่งแวดล้อมจะจัดการปัญหาและอุปสรรคอย่างไร จะทำให้การฟื้นฟูเมืองหลังจากเกิดอุทกภัยนั้นจะทำได้หรือไม่กับจำนวนรถบรรทุกน้ำที่มีอยู่ นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สสล. จะทำการบริหารจัดการรถที่มีอยู่และจะขอจัดสรรเงินงบประมาณอีกครั้งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2571
นายสุทธิชัย นายกิตติพงศ์ อภิปรายว่า โครงการดังกล่าว TOR ยังไม่ชัดเจนทั้งเรื่องรถที่ควรมีการทดสอบก่อนลงนามสัญญาและสถานีชาร์จที่อาจไม่เพียงพอ หากเกิดน้ำท่วมแล้วสถานีใช้ไม่ได้จะดำเนินการอย่างไร
ในท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติ ไม่เห็นชอบ ให้กันเงินรายการดังกล่าว
ผลการพิจารณา ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบให้กันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (แบบไม่มีหนี้ผูกพัน) ของหน่วยรับงบประมาณกรุงเทพมหานคร รวม 23 หน่วยงาน 61 รายการ จำนวนเงิน 3,138,234,735 บาท





