หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ ยันไม...

ชัชชาติ ยันไม่ได้ยกเลิก ‘แก้มลิง’ แต่บางแห่ง ‘ประชาพิจารณ์ไม่ผ่าน’ ไม่มีนโยบายเหมาจ่าย 9 พัน

30.09.26 | 21:47 น.

ชัชชาติ ยันไม่ได้ยกเลิก ‘แก้มลิง’ แต่บางแห่ง ‘ประชาพิจารณ์ไม่ผ่าน’ ไม่มีนโยบายเหมาจ่าย 9 พัน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงในระหว่างลงพื้นที่ซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ ถึงกรณีที่มีข่าวว่า กทม.ยกเลิกโครงการแก้มลิง โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และแก้มลิงยังคงเป็นระบบพักน้ำที่สำคัญ แต่เป็นการปรับรูปแบบการบริหารจัดการน้ำให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด


นายชัชชาติกล่าวว่า ช่วงปี 2554 กทม.มีแผนเลือกพื้นที่ทำแก้มลิง 5-6 แห่ง บางแห่งประชาพิจารณ์ไม่ผ่าน ส่วนแห่งที่ผ่านไม่ใช่บึงที่มีอยู่เดิม แต่ต้องไปซื้อที่ดินเปล่ามาขุดเป็นบึง ซึ่งมีราคาสูงระดับหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ การทำแก้มลิงต้องพิจารณาความเหมาะสมคุ้มค่า เพราะหัวใจของแก้มลิงคือระบบส่งน้ำเข้า-ออก ที่เหมาะสม

กทม.จึงทบทวนและปรับเปลี่ยนมาเน้นการเพิ่มแก้มลิงในรูปแบบอื่น เช่น การพัฒนาระบบอุโมงค์ระบายน้ำ การขุดคลองให้ลึกขึ้น การทำเขื่อน ดาดท้องคลอง เพื่อใช้ตัวคลองเป็นแก้มลิงในตัว ซึ่งช่วยให้รองรับและส่งน้ำได้ดีขึ้น และคุ้มค่าต่อการลงทุน

Advertisement

“ยืนยันว่าไม่มีการยกเลิกแก้มลิง เราอยากให้มีแก้มลิงหลายแห่ง แต่ต้องให้อยู่ในพื้นที่เหมาะสมและแผนผังรวม หากอยู่ในตำแหน่งไม่ถูกต้องน้ำเข้าไม่ถึงก็เป็นเหมือนบึง หัวใจคือต้องมีการนำน้ำเข้า-ออกได้ดี” นายชัชชาติกล่าว

ส่วนประเด็นการเยียวยา นายชัชชาติกล่าวว่า กทม.จ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน โดยต้องจ่ายตามเกณฑ์และหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แล้ว กทม. จึงนำเอกสารไปเบิกจ่ายกับ ปภ.

กรณีที่มีข่าวที่ว่า กทม.จะจ่ายเงินเยียวยารายละ 9,000 บาทนั้นไม่เป็นความจริง ต้องขออภัยหากสื่อสารออกไปแล้วทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน กทม.ไม่มีนโยบายเหมาจ่ายรายหัว เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด โดย กทม.ยึดหลักการจ่ายตามระเบียบ ปภ.เป็นหลักมาโดยตลอด ตั้งแต่เหตุน้ำท่วมเขตลาดกระบังเมื่อปี 2565

ในส่วนของรัฐบาล จากการรับฟังในที่ประชุม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ระบุถึงเรื่องนี้ในที่ประชุม แต่เน้นย้ำให้จ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ผู้ที่ได้รับความเสียหายมากจะได้การช่วยเหลือตามจริงมากกว่าผู้ที่ได้รับความเสียน้อย ทั้งนี้ขอให้รอฟังรายละเอียดที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

สำหรับการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ชุมชนร่วมกันสร้าง ซอยลาดพร้าว 101 แยก 40 เขตบางกะปิ นายชัชชาติกล่าวว่า บริเวณนี้เป็นพื้นที่ต่ำติดคลองลำพังพวย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนจนชาวบ้านต้องขึ้นไปอยู่อาศัยบนชั้นสอง โดย กทม. ได้นำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เข้าตั้งจุดสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งจุดพักคอย แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

โดยขณะนี้ถนนช่วงลาดพร้าว 101 ถึงบางกะปิ น้ำแห้งสนิทและสัญจรได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม กทม.ยังคงต้องเฝ้าระวังจุดเสี่ยงใกล้เคียงที่เชื่อมต่อกับคลองแสนแสบอย่างใกล้ชิด