หน้าแรก ในประเทศ เปิดตำนานป่าไ...

เปิดตำนานป่าไม้แพร่ ยงยุทธ ผงาด อธิบดีกรมอุทยาน เปิดใจ แมวสีอะไร จับหนูได้ก็พอ

1.10.26 | 18:27 น.

ปิดหน้าออนไลน์: เปิดตำนานป่าไม้แพร่
ยงยุทธ ผงาดอธิบดีกรมอุทยาน
เปิดใจ แมวสีอะไรจับหนูได้ก็พอ


สร้างตำนาน เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่มาจากโรงเรียนป่าไม้แพร่คนแรก

สำหรับ ยงยุทธ นาควิโรจน์ ที่เข้ามานั่งเก้าอี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คนที่ 15

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯหรือกระทั่ง กรมป่าไม้ ล้วนแล้วแต่ เป็นศิษย์เก่า จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แทบทั้งสิ้น

Advertisement

“ผมไม่อยากให้เอาสถาบันการศึกษา มาเป็นข้อแม้ หรือประเด็นในการทำงาน เพราะ หลักการของทั้งโรงเรียนป่าไม้แพร่ และคณะวนศาสตร์ ก็หลักการเดียวกัน คือ เรียนจบแล้วออกมาทำงานดูแลรักษาป่า รักษาทรัพยากรอยู่แล้ว และผมคิดว่าตลอดชีวิตที่ทำงานผมเองแม้จะจบจากป่าไม้แพร่ แต่ก็พยายามรักษาสมดุลระหว่าง 2 สถาบันมาตลอด ไม่เคยทำให้ตัวเองและคนรอบข้างมีปัญหาอะไรเลย นอกจากนี้ ลูกน้องผม หน้าห้องผม ที่ทำงานด้วยกัน 80% ล้วนแต่เรียนจบมาจากคณะวนศาสตร์ทั้งนั้น และทั้งหมดก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย ในเรื่องงาน ไม่มีการแบ่งแยกอะไร ต่างคน ต่างก็ทำหน้าที่”นายยงยุทธ กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติคนใหม่ กล่าวด้วยว่า ดังนั้นขอให้ทุกคนสบายใจได้ ในยุคของตนนั้น ไม่เอาเรื่องสถาบันมาคิดเล็กคิดน้อย หรือมาแบ่งแยก เพื่อปกครอง แต่จะเอาผลงานเป็นที่ตั้ง

“แมวสีอะไรก็ตาม ขอให้จับหนูได้เป็นพอ” ยงยุทธ กล่าว

แล้วเข้ามารับตำแหน่งในกรมที่ใหญ่ที่สุด และถูกจับตามองมากที่สุดในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นห่วงอะไรมากที่สุด

“ห่วงทุกเรื่อง น่าห่วงไปหมด ผมจึงตั้งใจว่า ต้องทำงานให้หนัก เพื่อคลี่คลายหลายๆสถานการณ์ที่ไม่ค่อยละสู้ดีในเวลานี้”

 

เรื่องที่ไม่ค่อยจะสู้ดีที่ว่า อย่างเช่น การแก้ปัญหาสัตว์ป่า อย่าง ช้างออกนอกพื้นที่ป่า มาทำลายทรัพย์สิน และพืชผลของชาวบ้าน ที่นับวันปัญหานี้จะหนักและถี่ขึ้นมาเรื่อยๆ การแก้ปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องทำอย่างเร่งด่วน ต้องทำให้ในป่า มีอาหารของช้างอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องออกมาหากินนอกป่า แต่เมื่อใดที่ออกมาสร้างความเสียหายก็ต้องจัดการเยียวยาให้เร็วที่สุด

ที่ผ่านมา กรมอุทยานฯมีเงินรายได้ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สำหรับเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า ซึ่งมีไม่เพียงพอ แต่ทางสำนักอุทยานแห่งชาติที่มีรายได้อยู่ แต่ต้องแก้ระเบียบเรื่องการใช้เงิน เพื่อนำมาชดเชย เยียวยาให้เกิดความรวดเร็วทันเวลาขึ้น

ความเป็นห่วงทุกเรื่อง ที่อธิบดีกรมอุทยานฯคนใหม่บอกมานั้น นำไปสู่ นโยบาย 9 ข้อ ที่เขาบอกว่า จะต้องทำให้สำเร็จในเร็ววันให้จงได้

“เรื่องสืบสานงานพระราชดำริ อนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และส่งเสริมให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน การยกระดับการป้องกันป่าอนุรักษ์ เข้มงวดกับการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ นำเทคโนโลยีมาใช้ในการปราบปราม บุกรุก และล่าสัตว์ป่าอย่างจริงจัง การบริหารจัดการสัตว์ป่า แก้ปัญหาสัตว์ป่า(ช้างและลิง) ออกนอกพื้นที่ แก้ไขไฟป่า หมอกควัน พัฒนาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ยกระดับมาตรฐานอุทยาน และจัดการขยะ รวมทั้งใช้ระบบดิจิทัลมาจัดเก็บรายได้เพื่อความโปร่งใส บริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า จัดสรรงบประมาณอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ดูแลสวัสดิการและพัฒนาบุคคลากร สร้างขวัญกำลังใจ พัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ และดูแลสวัสดิการพิทักษ์ป่า เพื่อความมั่นคงในการปฏิบัติงาน ยึดมั่นระบบคุณธรรม ส่งเสริมคนดี และสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน”

กับข่าวความไม่โปร่งใสในการ เลื่อนขั้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ยงยุทธ บอกว่า ตัวเองเป็นคนธรรมะ ธัมโม ยึดเอาหลักธรรมเป็นตัวชี้นำในการทำงาน ที่ผ่านมาเป็นประธานทั้งทอดกฐิน ยกช่อฟ้า ทอดผ้าป่า ล้วนใช้เงินส่วนตัวทั้งนี้

“ผมเชื่อว่า เพราะเราเป็นคนทำงาน และทำดี ทำเต็มศักยภาพ จึงทำให้มีวันนี้ได้ และบอกคนรอบข้าง และลูกน้องเสมอ ว่า ทำงานให้เต็มศักยภาพ ทำกุศล และกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ จะได้ดีเอง นับประสาอะไรจะไปส่งเสริมการทุจริตเรื่องความก้าวหน้า แค่ปฏิบัติตามที่ผมบอกมา ไม่ก้าวหน้าในอาชีพการงานก็ให้รู้ไป แต่ผมเชื่อว่า เราทำอะไรก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา” ยงยุทธ กล่าว

30 กว่าปีของการเป็นฟันเฟือง ในกรมอุทยาน อาจจะไม่หนักหนาเท่ากับการเป็นเบอร์ 1 ที่ต้องดูแล บริหาร ควบคุมทุกสิ่งอย่าง

จับตาดู ป่าไม้แพร่คนแรก ของโรงเรียน ที่ก้าวมาถึงจุดสูงสุด ในหน่วยงานที่เป็นที่สุดอย่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชกัน