เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่คลองหนองบอน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดสดการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระบายน้ำคลองหนองบอน
นายชัชชาติ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ที่คลองหนองบอน ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมกับคลองประเวศบุรีรมย์ และจะสิ้นสุดออกไปที่บึงหนองบอน ที่ผ่านมาคลองประเวศฯ น้ำเยอะมาก และมีระยะทางยาวกว่า 30 กิโลเมตรจากพื้นที่ลาดกระบังไปจนถึงประตูระบายน้ำพระโขนง เพราะฉะนั้นหลักการคือเอาเรือ ‘ลุงถั่ว’ (เรือบริษัทครอบครัวขนส่ง) มาช่วยตัดน้ำ ดันเข้าไปในคลองหนองบอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำลงสู่อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน และระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
ระหว่างนั้น นายชัชชาติ สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงสถานการณ์การระบายน้ำ โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่า ขณะนี้น้ำเริ่มระบายลงได้ดีขึ้น
เมื่อถามว่า หากระดับน้ำบริเวณคลองหนองบอนสูงขึ้น จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณเคหะร่มเกล้าลดลงหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ระดับน้ำจะลดลง เนื่องจากมีการดึงน้ำจากพื้นที่เคหะร่มเกล้าเข้ามาระบาย พร้อมกล่าวถึงขยะชิ้นใหญ่ที่วางอยู่ริมคลอง ส่วนหนึ่งเป็นสิ่งของจากบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่ง กทม.จะทยอยเก็บออกจากพื้นที่ แต่ขอประชาชนอย่านำขยะไปทิ้งลงแม่น้ำหรือคลอง

“เราจะเห็นว่ามีขยะชิ้นใหญ่มาทิ้งคือบ้านที่เดือดร้อนเดี๋ยวจะต้องไล่เก็บ กองไว้แต่อย่าไปทิ้งลงแม่น้ำ ลงคลอง เดี๋ยวจะมาจัดการให้” นายชัชชาติ กล่าว
จากนั้น นายชัชชาติสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ ว่าดีขึ้นทั้งหมดแล้วหรือไม่ รวมถึงพื้นที่ลาดพร้าว โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่า สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นแล้ว แต่พื้นที่ลาดพร้าวด้านสายไหมยังอยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าพื้นที่สายไหมจะใช้เวลากี่วันจึงจะลดลง นายชัชชาติกล่าวว่า สถานการณ์น่าจะดีขึ้นแล้ว เหลือน้ำท่วมขังเพียงเล็กน้อย คาดว่าประมาณ 2 วันจะดีขึ้น
“อันนี้ถือเป็นสมรภูมิสุดท้าย คือ มี 4 คลองหลัก 1. คลองเปรมประชากร สถานการณ์ดีแล้ว มีช่วงบนนิดหน่อยที่เชื่อมปทุมธานี 2. คลองลาดพร้าว สถานการณ์ดีขึ้น พหลโยธินด้านบน ลงมาเป็นเสนานิคม 1 ก็แห้ง
3. คลองแสนแสบ อันนี้ดึงดี ทำให้คลองจั่นแห้ง ที่อยู่ระหว่างแสนแสบและคลองประเวศ คือสะพานสูง ลาดกระบังที่ยังมีอยู่ 4. สมรภูมิสุดท้ายคือคลองประเวศ
ตามจริงแล้วคลองประเวศไปถึงแปดริ้วเลย ซึ่งสูบข้ามไปฝั่งนั้นยาก เพราะมีเกษตรกรเยอะ เขาไม่ค่อยอยากให้ไปดูด เพราะฉะนั้นคลองประเวศบุรีรมย์ ต้องดูดลาดกระบังแล้วมาทางพระโขนงเลย 40 กิโลเมตร”นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า กทม.มีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ โดยจะทำ ทางด่วนน้ำและอุโมงค์บริเวณบายพาส รวมถึงโครงการนำน้ำแถวนี้ไปลงที่บึงหนองบอน ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพ
“ตอนนี้ต้องตัดน้ำ เอาเรือผลักดันน้ำมาตัดน้ำประเวศลงไปที่บึงหนองบอน ผ่านคลองหนองบอน ซึ่งตอนนี้พื้นที่ยังเหลือเต็ม เพราะน้ำมันไปไม่ถึง ถ้าเกิดมีตัวอุโมงค์น่าจะสะดวกขึ้น ถ้าเรามีแรงผลักดันน้ำให้น้ำมันไหลแรง และตัดยอดน้ำจากทางร่มเกล้าได้” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ระดับน้ำที่ลดลง 15 เซนติเมตรจะช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ทางเหนือได้หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า น้ำเป็นน้ำจากทางเหนือทั้งนั้น แต่อยู่ในทุ่งเยอะ เพราะฉะนั้นน้ำที่ไหลลงมาในคลอง 15 ซม. มีน้ำในทุ่งเข้ามาด้วย ถึงจุดหนึ่งที่น้ำในทุ่งน้อยลง การลงมันจะเร็วขึ้น เหมือนแสนแสบ เพราะฉะนั้นตนว่าลาดกระบังก็น่าจะ 2 วันดีขึ้น
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขังในชุมชน นายชัชชาติกล่าวว่า กทม.จะเร่งสูบน้ำออก โดยขณะนี้เริ่มย้ายเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่คลองจั่นมายังลาดกระบังแล้ว รวมถึงสะพานสูงที่ต้องทยอยดูดน้ำ
“ตอนนี้ผมว่าพี่น้องประชาชนก็เริ่มบรรเทาแต่ด้านลาดกระบังก็ยังไม่ดี มีคนที่เดือดร้อนอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเราก็ยังเบาไม่ได้ กำลังที่เหลือที่สามารถถอนได้ก็เอาไปช่วยไปรุมที่ที่เหลืออยู่ สะพานสูง มีนนบุรี หนองจอกและลาดกระบัง ต้องไปเร่งที่ที่ยังมีปัญหาอยู่”นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่คลองหนองบอน ช่วงแรกมีประชาชนบางส่วนไม่พอใจ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการสูบน้ำ ทั้งน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่และเสียงจากเครื่องสูบน้ำ
“ชาวบ้านก็บ่นนิดหน่อย เพราะว่าชาวบ้านเวลาสูบน้ำไป ช่วงแรก เขาก็บ่นน้ำท่วมบ้านเขา และเสียงดังซึ่งต้องขอโทษเขา เขาก็ด่าเรา แต่ว่าเราก็ขอโทษจริง ๆ เพราะมันต้องช่วย ช่วยเหลือกัน บางทีก็อาจต้องรบกวนบางท่าน แต่มันอาจจะทำให้ส่วนรวมหายท่วมได้เร็วขึ้น ต้องขอโทษผู้ที่เราไปรบกวน” นายชัชชาติ กล่าว


