หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ เชิญ ...

ชัชชาติ เชิญ ดร.เอ้ เข้าเว็บฯ สำนักระบายน้ำ หลังโดนจี้เปิดข้อมูล ยัน มีหมด ไม่เห็นก็จะได้เห็น

1.10.26 | 18:44 น.

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เวลาประมาณ 11.00 น. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหาร กทม. ชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร


ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติ กล่าวถึงข้อวิจารณ์ของ ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ เกี่ยวกับการพร่องน้ำและการเปิดประตูระบายน้ำว่า กทม.มีการพร่องน้ำในคลองและบึงอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ช่วงฝนตกหนัก โดยข้อมูลระดับน้ำและการบริหารจัดการระบบระบายน้ำมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักการระบายน้ำ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกเป็นระยะ เช่น ข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ซึ่งรายงานระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำคลองสอง แสนแสบ และลาดกระบัง พร้อมระบุระดับวิกฤติของแต่ละจุดนอกจากนี้ กทม.ยังมีระบบแสดงข้อมูลสถานีสูบน้ำและระดับน้ำของจุดต่าง ๆ ให้ติดตามได้

“เชิญท่านสุชัชวีร์ ไปที่เว็บไซต์สำนักระบายน้ำ เข้าไปคลิกเรื่องระบบคูคลอง ประตูเปิดเท่าไหร่ น้ำไหลเท่าไหร่ มันมีข้อมูลอยู่แล้ว น้ำสูงน้ำต่ำเท่าไหร่ ถ้าเกิดท่านยังไม่เคยเห็นท่านก็จะเห็น ส่วนเรื่องที่เราไม่พร่องน้ำ คือเราพร่องจนไม่รู้จะพร่องอย่างไรแล้ว ผมก็โดนคนบ่นว่าน้ำในคลองเหม็น เพราะว่าเราไปพร่องจนกระทั่งถึงเลนที่อยู่ใต้คลอง จะเห็นว่าทุกหน ไม่ว่าจะเป็นคลองแสนแสบ ก่อนที่ฝนจะมาต่ำสุด คลองประเวศฯ ฝนมากราฟมันถึงขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เรามีการพร่องมาตลอด พร่องจนไม่รู้จะพร่องอย่างไร รวมทั้งบึงด้วย ถ้าไปดูบึงหนองบอนพร่องจนเห็นรากไม้แบบลงไปลึก แต่อย่างที่บอกฝนมันมาเร็วและปริมาตรที่มันลงมา 200-300 ล้านลูกบาศก์เมตรมันเต็มคลองได้ทันที

Advertisement

แต่หลังจากนั้นพอเต็มคลองการสูบน้ำมันต้องมีการบริหารจัดการ เพราะมันมีประตูน้ำ เพราะฉะนั้นหลักการบริหารจัดการมันต้องทยอยสูบจากด้านใน เพราะด้านในมันอยู่ใกล้พระโขนง พอข้างในพร่องมันจะมีเฮดที่น้ำมันจะไหลได้เร็วขึ้น”นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการบริหารน้ำ ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำทุกจุดพร้อมกันได้ เนื่องจากต้องควบคุมทิศทางและปริมาณน้ำ โดยหลักการคือทยอยระบายน้ำจากพื้นที่ด้านในที่อยู่ใกล้ระบบระบายหลักก่อน แล้วจึงดึงน้ำจากพื้นที่ด้านหลังเข้ามา เพื่อควบคุมการไหลและป้องกันไม่ให้ระบบระบายน้ำรับน้ำพร้อมกันมากเกินไป ซึ่งการพร่องน้ำและการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำต้องบริหารเป็นระบบตามระดับน้ำและสภาพการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่

 

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ขณะที่พื้นที่ที่ยังต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ ลาดกระบัง สะพานสูง หนองจอก และมีนบุรี ซึ่ง กทม.จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งจัดการน้ำในระดับ “เส้นเลือดฝอย” หลังระบบระบายน้ำสายหลักเริ่มมีพื้นที่รองรับ โดยจะเข้าไปช่วยระบายน้ำออกจากหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงระดมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าสนับสนุนพื้นที่ที่ยังมีน้ำขัง

พร้อมกันนี้ กทม.เริ่มเข้าสู่กระบวนการ ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด โดยเฉพาะการจัดการขยะน้ำท่วมและขยะชิ้นใหญ่ริมถนน รวมถึงการใช้ระบบ บัดดี้เขต ให้เขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเข้ามาช่วยเหลือเขตที่ได้รับผลกระทบมากกว่า เพื่อเร่งให้พื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว