เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 5/2560 โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกำลังตำรวจแถวกองเกียรติยศต้อนรับ และวางกำลังดูแลความปลอดภัยแน่นหนา ทั้งหน่วยตรวจสอบวัตถุระเบิด และสุนัขตำรวจ
พล.อ.สุรพงษ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ เป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในส่วนที่รัฐบาลมอบหมายให้กับเหล่าทัพต่างๆ เพื่อสนับสนุนงานตามนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อความปรองดองที่จะจัดขึ้นทุกภูมิภาค ซึ่งการขับเคลื่อนความสามัคคีปรองดอง โดยภาพรวมมีความคืบหน้าไปมาก ประชาชนให้ร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทุกรัฐบาลมีความปรารถนาดีเพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ ที่ผ่านมาได้ตั้งคณะทำงานในเรื่องนี้ มีการลงไปพูดคุยพบปะกับประชาชน มีคณะทำงานยุทธศาสตร์ชาติลงไปขับเคลื่อน ซึ่งต้องใช้เวลายาวนาน ในการจัดเวทีก็จะมีการกำลังตำรวจทหารดูแลความสงบเรียบร้อย เชื่อว่าเป็นไปด้วยดี เพราะที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือดี
นอกจากนี้ พล.อ.สุรพงษ์กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ของประเทศไทย ประจำปี 2560 ยังอยู่ในระดับเทียร์ 2 ว่า ที่ประชุมไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้หวั่นไหวกับการจัดอันดับ ยังคงให้ความสำคัญ แก้ไขและดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สถานการณ์การจัดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยดีขึ้น

ส่วนสถานการณ์การปราบปรามยาเสพติดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการเร่งดำเนินการโดยเฉพาะตามแนวชายแดน ผบ.สส. กล่าวว่า เป็นหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องดำเนินการอยู่แล้ว
ขณะที่ความคืบหน้าในการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วกรุงเทพฯนั้น พล.อ.สุรพงษ์กล่าวว่า ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการติดตั้งกล้องวงจรปิดสามารถช่วยติดตามคนร้ายซึ่งก็ถือว่ามีความสำคัญถ้ามีจำนวนมากมิจฉาชีพก็ไม่กล้าก่อเหตุซึ่งเป็นผลดีต่อประชาชน ส่วนการขยายผลกรณีจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศ ผู้ต้องหาวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและหลายพื้นที่ทั่ว กทม.นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

