ช้างอยู่ไหน? หน.ชุดพญาเสือ ร้องดีเอสไอช่วยตามช้างไทยกลับบ้าน หลังไปร่วมงานที่โคโลญจน์

28.06.17 | 13:24 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้า ชุดปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเรื่องการสวมตั๋วรูปพรรณช้างป่าและช้างบ้าน รวมถึงขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ โดยมีพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษก ดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่นำมาร้องให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินการ 2 ประเด็น คือ การส่งออกช้างไปต่างประเทศ สืบเนื่องจากวังช้างอยุธยาแลเพนียด ได้ขออนุญาตส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร โดยอ้างนำไปแสดงนิทรรศการเป็นการชั่วคราว ที่สวนสัตว์โคโลญจ์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อปี 2549 โดยได้รับอนุญาตให้ส่งไป 5 เชือก โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 6 ล้านบาท โดยกำหนดตามกฎหมายให้ทำสัญญาปีต่อปี แต่ขณะนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลา 11 ปี ช้างทั้ง 5 ตัว ก็ยังไม่ได้นำกลับมา และทางวังช้างอยุธยาแลเพนียด ก็ไม่ยอมให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ริบเงินประกัน โดยมีการอ้างสถาบันเบื้องสูงในการดำเนินการในครั้งนี้ด้วย

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ยังตรวจสอบยังพบว่า ช้างที่ส่งออกไป 5 ตัวเป็นตัวเมียทั้งหมด ซึ่งปรากฎมีการตกลูก 3 ตัว โดยไม่มีการแจ้งต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ห้ทราบ ซึ่งถือเป็นการผิดเงื่อนไขการอนุญาติ เมื่อพิจารณาแล้วน่าจะมาจากการผสมเทียม โดยอาจมีการนำเอาน้ำเชื้อจากประเทศไทย ถือเป็นการลักลอบส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครอง ผลิตตามอนุสัญญาไซเตส รวมทั้งยังพบมีการแจ้งเอกสารเท็จเกี่ยวกับช้างที่ส่งไป ทั้งหมดผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ฐานนำเข้า-ส่งออก ช้าง สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และประมวลกฎหมายอาญา ฐานใช้เอกสารเท็จ และอีกประเด็น คือ การที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ครอบครองช้างป่า สืบเนื่องจากกรมอุทยานฯได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ “หัวหินทีค” ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบช้างสีดอชื่อ “พลายเกาะพญาเพ็ชร” และ “พลายทีจี” พบว่า มีรูปตั๋วรูปพรรณไม่ถูกต้อง มีการสวมรอยรูปพรรณจากช้างป่าเป็นช้างบ้าน

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าของช้างได้พาช้างหลบหนีมาอยู่ที่วังช้างแลเพนียด เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบถึง 3 ครั้ง โดยผลยืนยันชัดเจนว่าดีเอนเอช้างไม่ตรงกับตั๋วรูปพรรณ โดยทางเจ้าของวังช้างแลเพนียดได้โวยวาย พร้อมทั้งข่มขู่เจ้หน้าที่ โดยระบุว่าจะมีการนำช้างไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล จะให้มีการย้ายอธิบดีกรมอุทยานฯ รวมถึงมีการหมิ่นเบื้องสูงด้วย ซึ่งถือเป็นการผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ฐานครอบครองช้าง สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานใช้เอกสารเท็จ หมิ่นสถาบัน ข่มขู่ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากยอมรับว่ากำลังและอำนาจของกรมฯอาจไม่สามารถสู้รบกับเจ้าของวังช้างแลเพนียด ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลได้ แม้จะพยายามทุกวิถีทางแล้วก็ตาม

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ดีเอสไอจะรับเรื่องและเร่งพิจารณา โดยมอบให้ฝ่ายสำนักคดีคุมครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม รีบดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน หากเข้าข่ายจะรีบเสนอต่ออธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการโดยเร็วที่สุดต่อไป

Advertisement