ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เผย แจ้ง 3 ข้อหา คนขับ BYD วัย 78 ปี พุ่งชนเจ้าแม่กวนอิมเยาวราช ดับ 1 เจ็บสาหัส 2 รับสับสนเบรก-คันเร่ง ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว นัดสอบปากคำเพิ่มเติมสัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรถยนต์ไฟฟ้า BYD พุ่งชนองค์เจ้าแม่กวนอิม ภายในมูลนิธิเทียนฟ้า ถนนเยาวราช ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บรวม 8 รายว่า เบื้องต้น มีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นหญิงวัย 82 ปี ล่าสุดยืนยันการเสียชีวิตแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย รายหนึ่งเป็นผู้หญิงกระดูกเชิงกรานหัก และผู้ชายอีก 1 ราย ขาหัก ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย อาการอยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 6 ราย
ในส่วนของการดำเนินคดี เมื่อวานนี้ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถ รวม 3 ข้อหา ได้แก่ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เนื่องจากพื้นที่ภายในมูลนิธิเทียนฟ้าเป็นพื้นที่เอกชน แต่พฤติการณ์เป็นการขับรถเข้าไปชน จึงดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อเท็จจริง โดยตำรวจได้ตรวจสารเสพติดเบื้องต้น และตรวจวัดแอลกอฮอล์ไว้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนคำให้การเบื้องต้นของผู้ต้องหา ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และอยู่ในที่เกิดเหตุตลอด โดยยอมรับว่าอาจเกิดความสับสนระหว่างระบบเบรกกับคันเร่ง ทำให้แทนที่จะเหยียบเบรกกลับไปเหยียบคันเร่ง จนรถพุ่งชนและทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
สำหรับการดำเนินการต่อจากนี้ จะเป็นเรื่องของการเยียวยาและการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ทั้งค่าสินไหมทดแทน ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับมูลนิธิเทียนฟ้า โดยคาดว่าจะดำเนินการในสัปดาห์หน้า ส่วนสัปดาห์นี้จะให้ญาติผู้เสียชีวิตดำเนินการเกี่ยวกับพิธีทางศาสนา โดยทางวัดได้อำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ
ด้านคดี หลังจากได้รับผลการตรวจพิสูจน์และรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงการสอบสวนแล้วเสร็จ ตำรวจจะจัดทำสำนวนการสอบสวน พร้อมผลการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ส่งให้อัยการเพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนผู้ต้องหาไม่ได้ถูกจับกุม เนื่องจากเป็นผู้มามอบตัว ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หลังแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ตำรวจได้กำหนดนัดให้มาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยการให้การของผู้ต้องหาว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ เป็นสิทธิของผู้ต้องหา และจะต้องไปพิจารณากันในชั้นอัยการและชั้นศาลต่อไป
ส่วนประเด็นเรื่องการรับประทานยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำให้การนั้น ตำรวจยังคงแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อมีการขับรถเข้าไปชนจนเกิดความสูญเสีย ย่อมต้องตรวจสอบถึงความพร้อมทั้งในส่วนของผู้ขับขี่และตัวรถ หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่มีความพร้อมหรือมีความบกพร่อง ก็ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายการประมาทหรือไม่
ส่วนมุมมองต่อการขับรถของผู้สูงวัย พ.ต.อ.วิทวัสระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายกำหนดว่าอายุเกินเท่าใดจึงจะไม่สามารถขับรถได้ ต่างจากกรณีผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กซึ่งมีกฎหมายกำหนดอายุไว้อย่างชัดเจน จึงมองว่าเรื่องนี้อาจต้องให้กรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ พิจารณาข้อมูลและสถิติที่เกิดขึ้นว่า เหตุจากผู้ขับขี่สูงวัยมีมากน้อยเพียงใด ที่จะนำมาพิจารณาเรื่องนี้หรือไม่
ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ยังได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า ในทางพระพุทธศาสนา ความตายเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการหารือกับเจ้าของสถานที่ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ เพื่อหาแนวทางดูแลความปลอดภัยและป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิด เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการได้รับความปลอดภัยสูงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิเทียนฟ้าได้เปิดให้เข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามปกติ แต่กั้นให้ไหว้ได้เพียงแค่ด้านนอก เพราะด้านในยังอยู่ในระหว่างการทำความสะอาดและปรับปรุงแก้ไขกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งยังพบว่ามีประชาชนยังทยอยเดินทางมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นปกติ

