ปภ.เตือน 76 จังหวัด-กทม. รับมือฝนหนัก-ลมแรง 4-7 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคมนี้ พร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง โดยกำชับจังหวัดและศูนย์ ปภ.เขต เตรียมกำลังและเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปภ.ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 2 (236/2569) ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งแจ้งว่า ช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน ขณะที่หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
สาเหตุจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักและภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว ได้แก่
ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลางตามการแบ่งพื้นที่ในประกาศ ครอบคลุม 25 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร
ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
กอปภ.ก.กำชับจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือฝนสะสมต่อเนื่อง
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตกและถ้ำ หากมีความเสี่ยงเกิดภัย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ห้ามเข้า พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นให้เพียงพอรองรับผู้อพยพ
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการศูนย์ ปภ.เขตทุกเขต ประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ หรือ War Room เพื่อติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ เตรียมกำลังพล เครื่องจักรกลสาธารณภัย และรถปฏิบัติการให้พร้อมสนับสนุนจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง
หากประเมินว่ามีแนวโน้มเกิดภัยหรือสถานการณ์ขยายวงกว้าง ให้ส่งชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมเครื่องจักรกลเข้าปฏิบัติงานร่วมกับจังหวัด สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และประสานศูนย์ ปภ.เขตใกล้เคียงเพิ่มเติม หากทรัพยากรไม่เพียงพอ
สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้ประสานให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและข่าวสารจากทางราชการ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
ปภ.ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง หากต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



