เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม (E6) ครั้งที่ 2/2560 ซึ่งมี ศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ, นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าทีมเอกชน, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคประชาสังคม, นายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ตลอดจนคณะทำงานเข้าร่วมกว่า 150 คน ว่า ที่ประชุมได้หารือและติดตามความก้าวหน้าประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ 1.การจ้างงานผู้พิการ 2.การจ้างงานผู้สูงอายุ 3. การส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณอายุ 4.ที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ และ 5.ความปลอดภัยบนท้องถนน ที่ดำเนินการตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา โดยได้รับทราบผลการดำเนินงานหลายอย่างที่คืบหน้าด้วยดี
รองนายกฯกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการสร้างจิตสำนึกตั้งแต่ระดับนักเรียน นิสิตนักศึกษา ข้าราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการเป็นจิตอาสาช่วยเหลือและพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น ปัจจุบันก็มีอาสาประชารัฐที่อยากให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมและจุดพลังให้มีทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะ พม.ที่เป็นหลักร่วมกับเครือข่ายของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ไปดำเนินการ โดยจะมีการตั้งกองทุนประชารัฐเพื่อสังคมมาทำหน้าที่สนับสนุนการเป็นอาสาประชารัฐดังกล่าว เบื้องต้นได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหาแนวทางสนับสนุน รวมถึงมาตรการต่างๆ ที่มารองรับโครงการ เพื่อคลี่คลายอุปสรรคทั้งหมดให้ได้โดยเร็ว
รองนายกฯ กล่าวต่ออีกว่า ในที่ประชุมยังได้หารือถึงการสร้างบ้านคนจน ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องการให้คนไทยมีบ้าน โดยเฉพาะคนยากจน ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์ ซึ่งมีที่ดินจำนวนมาก ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันทำสิ่งเหล่านี้ให้รวดเร็ว ในการสร้างบ้านแบบที่คนจนสามารถผ่อนอยู่ได้ กระจายตามภูมิภาค และมีราคาไม่แพง เพราะการมีบ้านจะสร้างความมั่นคงทางจิตใจ ต่อยอดเป็นความมั่นคงทางชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาตนค่อนข้างผิดหวังกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ขอให้มาร่วมโครงการประชารัฐ แต่ก็หายไป ฉะนั้นก็อยากให้ไปคิดว่าจะช่วยอย่างไร อาจคิดกำไรน้อยหน่อย ทำเพื่อสังคม
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับฟังการบรรยายจากท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ที่มากล่าวถึงสิ่งที่ญี่ปุ่นต้องการจะช่วยเมืองไทย โดยท่านอาสาจะเป็นแกนกลางที่จะประสานงานประสานบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ขณะที่ตนก็บอกท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่าจะพยายามให้มีการประสานงานกัน โดยหลังจากนี้จะให้ พม.และภาคเอกชนไทย เข้าไปคุยกับหอการค้าญี่ปุ่นว่าบริษัทญี่ปุ่นทั้งหลายจะช่วยอะไรเราได้บ้าง เพื่อทำให้เป็นตัวอย่าง เพราะอนาคตจะมีการพูดคุยกับภาคเอกชนของประเทศอื่นๆ ด้วย


