‘สทนช.’ เผย ‘น้ำปิง-น้ำน่าน’ ไหลลงลุ่มน้ำเจ้าพระยาลดลง ช่วงเช้าผ่านนครสวรรค์ 2,119 ลบ.ม. ยังคงระบาย 2,500 ลบ.ม/วินาที เตือนชาวอยุธยา ริมเจ้าพระยา-แม่น้ำน้อย น้ำอาจสูงขึ้น 10 ซม. ก่อนไหลเข้า ‘ปทุมฯ-นนท์-กรุงเทพ-สมุทรปราการ’ แต่ยืนยันไม่ได้รับผลกระทบ เหตุคันกั้นสูงกว่า ส่วนฝนตก 5-8 ต.ค. ยันบริหารจัดการได้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาปริมาณน้ำที่มายัง จ.นครสวรรค์ แม่น้ำปิงมีแนวโน้มลดลง ในส่วนของแม่น้ำน่านก็ลดลง โดยเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมาที่นครสวรรค์ประมาณ 2,119 ลูกบาศก์เมตร แต่ยังคงการระบายที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ในส่วนของท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเนื่องจากแม่น้ำสะแกกรังยังมีปริมาณมากอยู่ คาดว่าใช้เวลา2-3 วัน ปริมาณแม่น้ำสะแกกรังจะลดลงทำให้สามารถระบายน้ำได้คงที่ ในส่วนนี้ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำไหลเข้า และปริมาณน้ำไหลออกเท่ากัน และการระบายน้ำในปัจจุบันประมาณ 450 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทำให้บริเวณเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำที่ 655 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่ในโซนของ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อยที่อาจมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากน้ำที่มาจากเขื่อนเจ้าพระยาจะเดินทางมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพอดีในช่วงของวันนี้ (4 ต.ค.) ที่อาจจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 ซม.
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ในส่วนของน้ำก้อนนี้จะเข้ามาที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ แต่จะไม่ได้ส่งผลกระทบ เพราะคันของ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ค่อนข้างสูงมากกว่าในบางจุด แต่จะมีบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่นอกคันกั้นน้ำที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่า เขื่อนในโซนตะวันตกไม่ว่าจะเป็นเขื่อนวชิราลงกรณ์ยังรับน้ำได้อีกประมาณ 83,000,000 ลูกบาศก์เมตร และมีการระบายน้ำที่ 40,000,000 ลูกบาศก์เมตร ทุกวันนี้มีปริมาณน้ำเข้าประมาณ 45,000,000 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ากับน้ำที่ไหลออกเท่ากันแล้วทำให้ระดับน้ำทเหนือเขื่อนคงที่ ขณะที่เขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาณน้ำ 95.55% ยังรับน้ำได้อีก 700 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ท้ายเขื่อนแม่กลองยังมีปริมาณน้ำในปัจจุบันกว่า 1,100 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำของระดับน้ำแม่กลองกลับเข้าสู่ตลิ่งเกือบทุกจุด จะทำให้น้ำท่วมขังที่อยู่ในบริเวณ จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม บริเวณ อ.บางคนที และอ.อัมพวา น้ำจะไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำแม่กลอง แต่อาจจะใช้เวลาพอสมควร เพราะพื้นที่ดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงของทะเล
นายไพฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฝนจะตกหนักที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีแนวโน้มที่จะทำให้เขื่อนแก่งกระจานต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมชลประทาน ได้ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ ในส่วนของภาคตะวันออกจะมีในส่วนของจ.ฉะเชิงเทราที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น และในส่วนของอ.องครักษ์ ที่มีประเด็นในเรื่องของการระบายน้ำต่างๆ โครงการชลประทานที่เป็นโครงการรังสิตใต้ ร่วมกับทางกทม. ช่วยระบายน้ำในส่วนนี้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ
ทั้งนี้ ภาพรวมในทุกพื้นที่กับปริมาณฝนที่กรมอุตุฯ ได้แจ้งว่าอาจจะมีตกในพื้นที่ของวันที่ 5-8 ต.ค. เพิ่มขึ้นนั้น น่าจะไม่ทำให้ปริมาณน้ำในส่วนของเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนในโซนแม่กลองเพิ่มขึ้นมาก ยืนยันว่า ยังสามารถบริหารจัดการได้

