คุมตัว ‘อัจฉริยะ’ ส่งศาลฝากขัง 4 ข้อหา โวยโดนกลั่นแกล้ง-มีใบสั่งแน่ ลั่นไม่จริง ใช้เงินมูลนิธิเล่นพนัน ชี้เล่นมวย 3-4 ร้อยล้าน เอาเงินไปเที่ยวดีกว่า
จากกรณีตำรวจไซเบอร์ 1 บุกจับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ และสอบปากคำเสร็จสิ้น และคุมตัวมาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม ซึ่งพนักงานสอบสวนตำรวจ สอท.จะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในช่วงเช้าวันที่ 5 ตุลาคมนั้น
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เปิดให้เยี่ยมในเวลา 08.00 น. มีญาติของนายอัจฉริยะมารอเยี่ยม คาดว่าเป็นทีมทนายและภรรยานายอัจฉริยะ ซึ่งทั้งคู่นำเอกสารเกี่ยวกับศาลมาให้นายอัจฉริยะอ่านและเซ็น

พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เดินทางมาขอเข้าเยี่ยมนายอัจฉริยะเช่นกัน ซึ่งวานนี้ไม่มีโอกาสเข้าเยี่ยมเนื่องจากมาเกินเวลาเยี่ยม
โดยวันนี้ พ.อ.นพ.ธวัชชัย นำน้ำเปล่าและหมูปิ้ง 1 ชุด มาให้นายอัจฉริยะ อีกทั้งยังนำข้าวเหนียวหมูปิ้งกว่า 20 ชุด มาแจกนักข่าวที่มารอทำข่าวการฝากขังนายอัจฉริยะด้วย
พ.อ.นพ.ธวัชชัยระบุว่า วันนี้มาให้กำลังใจหลังจากเมื่อวานมาช้าเลยไม่ได้เยี่ยม ซึ่งเมื่อวานก็รู้ว่ามีคนออกมาพูดกระแนะกระแหนเรื่องที่ตนพูดเปรียบเทียบกับเนลสัน แมนเดลา เขาก็เอาไปล้อ ซึ่งตนไม่ได้คิดอะไร คนเราเห็นคนทุกข์ก็ต้องเห็นใจ เวลาเขาสุขเราก็ยินดี วันนี้ได้นำหมูปิ้ง น้ำดื่มมาให้คุณอัจฉริยะก็นั่งกินเหมือนกัน พอเห็นเขากินได้เยอะเราก็ดีใจ

“ในยามที่คนมีทุกข์ก็มีทั้งคนซ้ำเติมและคนให้กำลังใจ เราจะเป็นฝั่งไหนก็ขึ้นอยู่ที่จิตใจเราเอง แม้กระทั่งฝั่งตรงข้าม ถ้าเขาตามผมเองก็เสียใจ อย่างทนายรูปหล่อคนหนึ่งที่มาบูลลี่ผมเมื่อวาน ตอนที่เขาโดนเรายังสงสาร สงสารลูกเขา พ่อก็ติด แม่ก็ติด จะอยู่กันยังไง แต่ตอนนี้ถ้าเขาเข้าไปใหม่ผมก็ไม่สมน้ำหน้าเขานะ แต่อยากให้สำนึกถึงสิ่งที่ทำ” พ.อ.นพ.ธวัชชัยกล่าว
พ.อ.นพ.ธวัชชัยกล่ายังกล่าวถึงแซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ ได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ตัวเองว่า “คบคนพาลพาลพาไปหาผิด” ว่าคตินี้ดีมาก เดี๋ยวจะต้องไปบอกแม่แตงโม ว่าคุณแม่อาจจะไม่ได้สอนน้องแตงโมในเรื่องนี้
พ.อ.นพ.ธวัชชัยกล่าวด้วยว่า ที่เข้าไปพูดคุยกับนายอัจฉริยะไม่ได้ถามเรื่องรายละเอียดคดี แต่จะเป็นการถามเรื่องสุขภาพ เรื่องยารักษาโรค เพราะนายอัจฉริยะเป็นความดัน รวมถึงได้ถามนายอัจฉริยะด้วยว่าหลังจากถูกดำเนินคดีแล้วจะทำอย่างไรต่อไป
เมื่อถามว่า นายอัจฉริยะได้พูดคุยกับหมอธวัชชัยหรือไม่ว่าตัวเองอาจถูกกลั่นแกล้ง หมอธวัชชัยบอกว่า ไม่รู้เรื่องว่าจะมีการกลั่นแกล้งหรือไม่ แต่นายอัจฉริยะบอกแค่ว่าไม่เคยมีการเปิดรับบริจาค หรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ซึ่งตนให้กำลังใจว่าของแบบนี้ไม่มีใครรู้ คนเราอาจจะเปลี่ยนกันได้ อย่างเวลาโอนเงินให้เพื่อน เพื่อนคนนั้นอาจไปรับคำสั่งใครมาแล้วกลับมาเล่นงานเราก็ได้ ซึ่งนายอัจฉริยะยืนยันว่าตนเองสุจริต เพราะที่ผ่านมาช่องทางโซเชียลมีเดียของนายอัจฉริยะได้ปิดไปทั้งหมดแล้ว

พ.อ.นพ.ธวัชชัยกล่าวอีกว่า และอีกสิ่งหนึ่งที่ตนยืนยันได้คือเรื่องหลักฐานแชตที่มีชื่ออัจฉริยะ และมีรูปของนายอัจฉริยะ “ตนเองตีเก๊” เพราะจากที่รู้จักนายอัจฉริยะมา 5 ปี นายอัจฉริยะมีไลน์อยู่ 3 Account ไม่เคยมีชื่อแบบนี้มาก่อน อีกอย่างคนโง่ที่ไหนจะใช้ชื่อและรูปตัวเองไปเจรจาเรื่องเงินผิดกฎหมาย ส่วนตัวมองว่า บัญชีไลน์ลักษณะนี้ใครจะสร้างขึ้นมาได้ ซึ่งหลังจากนี้อยากให้มีการตรวจสอบว่าเป็นการปลอมแปลงหรือไม่
ต่อมาเวลา 09.00 น. ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในฐานะเจ้าของสำนวนคดี เดินทางมาถึงที่ สน.ทุ่งสองห้อง และเข้ามารับตัวนายอัจฉรัยะขึ้นรถไปฝากขังที่ศาลอาญา
ระหว่างควบคุมตัว นักข่าวสอบถามนายอัจฉริยะถึงประเด็นเงินบัญชีส่วนตัวปี 2567-2568 จำนวน 191 ล้านบาท ชี้แจงได้หรือไม่นั้น นายอัจฉริยะระบุว่า ชี้แจงได้ทุกประเด็น ส่วนเงินที่ผู้เสียหายโอนไปบริจาคแล้วไปหมุนเวียนใช้พนันมวยนั้น นายอัจฉริยะบอก “ไม่จริง” พร้อมบอกว่า “ถ้าผมไปเล่นมวย 3-4 ร้อยล้าน ผมเอาเงินไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ” พร้อมยอมรับว่า เป็นไปได้ที่จะถูกกลั่นแกล้ง และเชื่อว่ามีใบสั่ง เพราะบัญชีชมรมของตนปิดไปตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเรื่องนี้สามารถไปตรวจสอบดูได้ที่เฟซบุ๊กชมรม
ส่วนเงินที่เคยได้รับบริจาคยังอยูหรือไม่นั้น นายอัจฉริยะตอบว่า “ไม่ใช่ ไม่จริง” หลังจากนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ไม่เป็นไร รวมถึงไม่มีอะไรจะฝากถึงใคร
ส่วนวันนี้จะได้ประกันตัวหรือไม่นั้น นายอัจฉริยะบอกเพียงว่า อย่าเพิ่งไปคิดเลย
จากนั้นเจ้าหน้านำนายอัจฉริยะขึ้นรถตำรวจ เดินทางไปศาลอาญาทันที ซึ่งนายอัจฉริยะไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดใดๆ



