อสส.แต่งตั้งทีมโฆษกชุดใหม่ดึง “ประยุทธ” คัมแบ๊กคุมทัพ เสริมทัพด้วยคนรุ่นใหม่สื่อสารเชิงรุกชูยุทธศาสตร์สื่อสารโปร่งใส-ที่พึ่ง ปชช.
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 2523/ 2569 ลงนามเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่อง แต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ความว่าเนื่องจากคณะโฆษกเดิมได้มีการสับเปลี่ยนโยกย้ายหลายตำแหน่ง ดังนั้น เพื่อให้งานด้านการสื่อสารองค์กร การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การสร้างความรับรู้และความเข้าใจในบทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุด ตลอดจนการให้ข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดในการปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และถูกตรวจสอบได้ จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดเรื่อง แต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเดิม และแต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดขึ้นใหม่
โดยคณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ประกอบด้วย
1. นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการ ภาค 4
2. นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ
3. นางสาวเบญจรัตน์ เนติโพธิ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอัยการเชี่ยวชาญปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการรองอัยการสูงสุด
4. นายทรงพล สุวรรณพงศ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการอัยการสูงสุด
5. นายทีปกร โกมลพันธ์พร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการอัยการสูงสุด
6. นายจิตภัทร พุ่มหิรัญ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคดีแพ่งกรุงเทพใต้ 3
7. นางสาววนาทิพย์ วาเซอร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการรองอัยการสูงสุด
8. นางสาวจริยาพา ตาเจริญ ผู้ช่วยโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทีมโฆษกใหม่ครั้งนี้ ทางนายโกวิท ซึ่งได้ให้นโยบายว่าจะต้องมีการสื่อสารกับประชาชนมากขึ้นผ่านสื่อมวลชน ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจดึง นายประยุทธ์ อธิบดีอัยการภาค 4 ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในทีมโฆษกอัยการมากที่สุดในสำนักงาน กลับมาเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้ง เพื่อให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน จะต้องไม่ปล่อยให้สังคมหลงไปกับข้อมูลที่ไม่เป็นจริงจากผู้ที่ไม่รู้จริงเนื่องจากโลกยุคนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ที่ใครก็แสดงความเห็นได้ แต่ความเห็นนั้นอาจไม่ถูกต้องและสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม ทำให้สังคมขัดแย้งหนักขึ้น มากุมบังเหียนทิศทางการสื่อสารหลักของสำนักงานอัยการสูงสุด
นอกจากนี้ยังมีการดึง นายสุรเชษฐ์ เป็นรองโฆษกอัยการสูงสุด ลำดับที่ 1 ซึ่งสำนักงานคดีพิเศษ ที่นายสุรเชษฐ์กำกับดูแลถือเป็นสำนักงานสำคัญ คดีที่เข้าสู่การพิจารณาของสำนักงานนี้จะเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง เป็นเป็นคดีที่มีเรื่องเส้นเงินสลับซับซ้อนที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ การดึงอธิบดีอัยการคดีพิเศษมาเป็นรองโฆษกอัยการมีอำนาจหน้าที่ให้ข่าวคลายข้อสงสัยในสำนักงานสำคัญจึงมองว่า ทางอัยการสูงสุดให้ความสำคัญเรื่องของความโปร่งใสในการพิจารณาสั่งคดีของอัยการ โดยเฉพาะสำนักงานสำคัญ

