‘ตี้ พะเยา’ คัมแบ๊ก เล่าชีวิต เข้าๆ ออกๆ เรือนจำ ผลพวง คำสั่งคณะปฏิรูป ฉบับที่ 41

6.10.26 | 22:33 น.

‘ตี้ พะเยา’ คัมแบ๊ก เล่าชีวิต เข้าๆ ออกๆ เรือนจำ ผลพวง คำสั่งคณะปฏิรูป ฉบับที่ 41

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานรำลึก 50 ปี 6 ตุลา 2519


โดยเมื่อเวลา 19.00 น. เข้าสู่กิจกรรม‘ทบทวนมรดก 6 ตุลา บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร’ ร่วมส่งท้ายแคมเปญ ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา’ ทบทวนผลพวงจากการรัฐประหารและการแก้ไขกฎหมาย ที่แม้เวลาล่วงผ่านถึง 50 ปี แต่ยังคงส่งผลต่อสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

ในตอนหนึ่ง น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พะเยา นักเคลื่อนไหวผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112
กล่าวถึง ‘ปัญหาและผลกระทบ อันเนื่องมาจากคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41‘

Advertisement

โดย น.ส.วรรณวลีกล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในคนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มากถึง 4 คดี และเข้าเรือนจำมาแล้วหลายครั้ง ปัจจบันยังมีหลายคนอยู่ข้างใน ไม่สามารถมีโอกาสได้ใช้เวลากับครอบครัว หรือรับรู้โลกภายนอกได้ ซึ่งการที่ ม.112 อัตราโทษสูงนั้น ทำให้มีผลต่อการประกันตัว เนื่องจากเกรงหลบหนี

น.ส.วรรณวลีกล่าวต่อว่า ตอนแรก คิดว่าคดีการเมืองไม่น่าอันตรายขนาดนั้น แต่ปรากฏว่าตกใจมากที่มีเจ้าหน้าที่คอยตามเรา มาเยี่ยมเราที่บ้าน

“เราเรียนอยู่กรุงเทพฯ ไปหายายเราที่ราชบุรี ไปหาเพื่อนเราที่มหาวิทยาลัยพะเยา ไปหาว่า ตี้อยู่ไหน ทำอะไร’ พอบอกว่า ตี้อยู่กรุงเทพฯ ไปทำงาน ก็ไม่เชื่อ โชคดีที่ยาย ค่อนข้างมั่นใจในตัวหลาน ว่าสิ่งที่ทำไปมีเหตุผล”

น.ส.วรรณวลีกล่าวต่อว่า ในเรื่องการทำงาน ต้องบอกว่า ตนทำงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็น MC พิธีกร เพราะมีทักษะในการพูดเก่ง ได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติ ที่เขามองคนจาก performance ไม่ได้มองจากคดีเหล่านี้

“มีเพื่อนพี่น้องหลายคนที่โดนคดีการเมืองแล้วถูกไล่ออกจากงาน มีพี่น้องหลายคนมากที่โดนเจ้าหน้าที่คุกคามที่ทำงาน จนหัวหน้างานให้ออกจากงาน บางคนหางานทำไม่ได้ จากที่เคยมีเงินส่งพ่อแม่ วันนี้ไม่มีเหลือแล้ว

 

หนูโชคดีกว่าหลายๆ คน ที่ต้องเข้าไปในเรือนจำเป็นปี หรือโดนไล่ออกจากงาน หรือทะเลาะกับครอบครัว วันนี้หนูยืนอยู่ด้วยศรัทธา ด้วยความเชื่อมั่น” น.ส.วรรณวลีกล่าว