ส.ก.เขตมีนบุรี อยากได้น้ำยา EM บำบัดน้ำเน่า ก่อนระบายลงคลอง แนะผู้ว่าฯ ใช้งบฯ โครงการชุมชนเข้มแข็ง ‘ซื้อเครื่องสูบน้ำ’ ทุกพื้นที่ – ตั้ง ผอ.เขต ประจำศูนย์ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 1) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง โดยมี นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา (ดร.จอห์น) ส.ก.เขตลาดกระบัง พร้อมด้วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร่วมกันเสนอญัตติด้วยวาจา เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและบริหารจัดการพื้นที่น้ำท่วมขังให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ในตอนหนึ่ง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวเสริมญัตติดังกล่าวว่า กทม. ควรมีแผนรองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือที่กำลังไหลผ่านคลองหกวาสายล่าง จังหวัดปทุมธานี โดยพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ เขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตสายไหม และเขตดอนเมือง
สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังและเริ่มเน่าเสีย ควรพิจารณาบำบัดน้ำด้วยน้ำยา EM ก่อนสูบระบายลงคลอง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร พร้อมเสนอให้ฝ่ายบริหารพิจารณาให้ชุมชนใช้เงินจากโครงการชุมชนเข้มแข็งในการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำ เพื่อช่วยลดผลกระทบภายในชุมชน รวมถึงเสนอให้การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่มีผู้อำนวยการเขตเป็นผู้ควบคุม เพื่อให้สามารถประสานงานกับหน่วยงานและจิตอาสาจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเร่งดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำ
“สถานการณ์น้ำท่วมอยู่เหนือกรุงเทพมหานครของเรา หนีไม่พ้นปทุมธานี ซึ่งมีเส้นที่แบ่งเขต แบ่งจังหวัด บริเวณนั้นก็จะมีคลองหกวาสายล่าง ถ้าระบบจัดการน้ำของกรมชลประทานที่รับผิดชอบ ปล่อยน้ำลงมา เขตที่จะต้องได้รับผลกระทบก่อนคือมีนบุรี และหนีไม่พ้นเขตหนองจอก ถัดมาก็เป็นเขตคลองสามวา แล้วก็เขตสายไหม ซึ่งเมื่อสักครู่ทราบว่าน้ำแห้งแล้ว ถัดไปก็เป็นเขตดอนเมือง
“แต่เส้นที่แบ่งจังหวัดแสดงให้เห็นชัดว่า เส้นขาวๆ จากเขตหนองจอก มาเขตคลองสามวา มันลาดลงมา ตรงนั้นก็แสดงทางกายภาพทางภูมิศาสตร์ด้วยว่า ถ้าน้ำจากปทุมธานีไหลมา จะเข้าไปประมาณเขตคลองสามวา กับเขตสายไหม ตรงรอยต่อพอดี”
“ตรงนั้นก็จะมีคลองที่ต่อจากคลองหกวาสายล่าง ที่เราเรียกว่า คลองหนึ่ง คลองสองไล่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงหนองจอก มีคลองสิบสี่ สิบห้า สิบหก สิบเจ็ดไล่ไปจนกระทั่งออกนอกหนองจอกไป ก็จะเป็นจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งตอนนี้ก็น้ำท่วมอยู่
คำถามผมถึงท่านผู้ว่าฯ คืออยากถามว่าสถานการณ์น้ำภาพรวมของข้างบนที่ท่านผู้ว่าฯ ได้ร่วมประชุมกับทางรัฐบาล จะบอกให้พวกเราทราบอีกสักครั้งได้ไหมว่า น้ำเหนือที่ขังอยู่จังหวัดด้านบน เขาจะเข้ามาที่กรุงเทพฯ ผ่านเขตคลองสามวา เขตหนองจอก เขตสายไหม เข้ามาที่เขตมีนบุรี คันนายาว เข้าไปลาดกระบัง เข้าไปสะพานสูง แล้วก็เข้าไปแถวบึงกุ่ม แล้วก็ลงมาประเวศ มีเขตสะพานสูงด้วย
เส้นทางน้ำทางตะวันออก ในแผนที่ตลอดระยะเวลาเราก็ใช้แผนที่นี้ร่วมกัน มีประตูระบายน้ำกำหนดอยู่ในแผนที่ อยู่ในเส้นทางคลองต่างๆ บนสุดคือ คลองหกวาสายล่าง ด้านบนขวามือ ก็จะมีคลองต่างๆ ที่ไหลลงมา ซึ่งคลองหกวาสายล่างนั้นทอดระหว่างตะวันออก-ตะวันตก ตะวันออก-ตะวันตก เป็นคลองสำหรับรับน้ำจากข้างบน แล้วระบายน้ำออกไปสู่ระบบ” นายวิรัตน์กล่าว
นายวิรัตน์กล่าวในตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันคลองหกวาสายล่าง เรามีประตูระบายน้ำอยู่ แต่อาจจะไม่ทันสมัย โดยจะขอแจกแจงถึงสถานการณ์ปัจจุบันก่อน เพื่อที่เราจะได้เตรียมการป้องกัน พี่น้องประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครล่างคลองหกวาสายล่างทางทิศใต้ จะได้ระวังตัวก่อน เขตต่างๆ ที่อยู่บริเวณใต้คลองหกวาสายล่าง จะได้มีการตั้งกองบัญชาการในการบัญชาการควบคุมน้ำ หรือว่าระบายน้ำ
“หรือว่ากองบัญชาการที่จะสนับสนุนให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าลงมาแล้วก็ลงมาที่คลองแสนแสบ คลองแสนแสบปัจจุบันก็ได้รับความกรุณาจากทางท่านผู้ว่าฯ ที่ได้มีการจัดเตรียม มีเรือดันน้ำ แต่เดิมไปดันน้ำอยู่ที่เดียวคือที่คลองประเวศ กะว่าประเวศรับเต็มที่ เลยปล่อยลงมาจากคลองหกวาสายล่างส่วนหนึ่ง แล้วก็ตรงส่วนที่รับน้ำฝนในพื้นที่ทิศเหนือจากคลองประเวศ ก็เลยรับน้ำฝนเต็มที่
เขตที่น้ำจะต้องไหลผ่านไปสู่ระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ก็ไปที่คลองประเวศ เขตลาดกระบัง จากรูปแผนที่แสดงให้เห็นถึงเส้นทางทางภูมิศาสตร์ด้วยว่า น้ำไหลไปอย่างไรบ้าง เพราะมีเอียงซ้าย-เอียงขวา เป็นไปตามภูมิศาสตร์เลย ไม่ใช่เป็นแผนที่ที่บอกว่าคลองแสนแสบตรงอย่างเดียว วิ่งจากหนองจอก แล้วก็เข้ามาที่เขตมีนบุรี ไปที่เขตบางกะปิ ไปส่งน้ำออกไปที่อุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 ตรงอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่” นายวิรัตน์กล่าว และว่า
แผนที่อันนี้ใช้ได้ในเรื่องของหลักภูมิศาสตร์ ซึ่งตนก็ใช้แผนที่นี้ประกอบในการดูแลพี่น้องประชาชนตอนปี 54 จึงขอเรียนท่านผู้ว่าฯ
“วันนี้ผมอยากทราบว่า ในส่วนที่จะมีผลกระทบกับพวกผมที่อยู่เขตตะวันออกทั้งหมดเลย หลังจากที่มีการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ที่จะปล่อยน้ำเข้ามาที่กรุงเทพมหานครเพราะเป็นเส้นทางระบายน้ำหนีไม่พ้นต้องผ่านนั้น จะผ่านกรุงเทพมหานครเพื่อระบายออกสู่ทางทะเลทางอ่าวไทย หรือว่าจะผ่านไปทางจังหวัดสมุทรปราการต่อไป ? ซึ่งอยู่ใต้กรุงเทพมหานคร วันนี้อยากฟังท่านผู้ว่าชัดๆ คือคำถามแรก” นายวิรัตน์กล่าว
นายวิรัตน์เผยด้วยว่า ตนจะขออนุญาตเข้าไปในพื้นที่ด้วยในวันนี้ เนื่องจากได้รับการประสานงาน ขอบคุณทางท่านผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักคลัง สำนักระบายน้ำ สำนักการโยธา ท่านรองผู้ว่าหลายท่านที่ช่วยประสานงานให้

“ท่านรองฯ วิศณุ ก็ช่วยประสานงาน หลายๆ ท่าน ขอบคุณท่านผู้ว่าฯ ที่ลงพื้นที่ เห็นของจริงอยู่ ผมมีรูปประกอบ ท่านผู้ว่าฯ ไปที่หมู่บ้านเจียระไน แล้วท่านก็บอกว่าที่นี่จัดการดีมาก”
นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า คำถามที่สองของตนคือ ท่านไปที่วัดเจียระไนตอนเย็น แล้วท่านผู้ว่าฯ ก็บอกว่า ‘ถ้าทุกหมู่บ้านทำแบบนี้ก็จะดี’ เครื่องสูบน้ำซ้ายมือ สีเหลือง เครื่องสูบน้ำอันนี้ใช้เงิน 200,000 บาท หมู่บ้านเขาเตรียมการใช้เงินจำนวนนี้ ที่เป็นเงินของทางกรุงเทพมหานครจัดสรรให้ทุกชุมชน ในการที่จะใช้เงินภาษีอากรของท่านไปป้องกัน หรือไปพัฒนาชุมชนของท่าน
“ท่านว่าก็ชมว่าถ้าทุกชุมชนทำแบบนี้ก็ดี 200,000 บาท ถ้าไปซื้อเครื่องสูบน้ำก็ดี อันนี้ผมอยากฝากท่านผู้ว่าฯ ว่าปีนี้เพิ่งเริ่มต้นงบประมาณปี 70 ถ้าท่านมีคำสั่ง หรือว่าให้หน่วยงานของกรุงเทพมหานครที่ควบคุมดูแลเงิน 200,000 ลงไปถึงทางเขต ให้เตรียมหาเครื่องมือ จะเป็นปั๊มน้ำสำหรับสูบน้ำในชุมชนท่านเองเพื่อเฝ้าระวัง เพราะผมเห็นใจท่านผู้ว่าฯ โดนโจมตีหนักมากว่าเราไม่มีเครื่องสูบน้ำเพียงพอ ไม่พอจริงๆ เฉพาะหน่วยงานของเราเอง ที่ป้องกันอยู่ในถนนตรอกซอกซอย เราก็เตรียมการเอาไว้แล้ว สำนักระบายน้ำก็เตรียมการไว้อยู่แล้วส่วนหนึ่ง เราเห็นจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีทุกปี”
“แต่พี่น้องประชาชนที่ต้องดูแลในชุมชนท่านเอง ท่านก็ต้องเตรียมการเพราะเงินงบประมาณให้ไปแล้ว เมื่อสักครู่นี้ท่านสมชายพูดถึงเรื่องเครื่องดับเพลิงก็ติดตั้งเรียบร้อยครับ ต้องชื่นชมหมู่บ้านเจียระไน ขออนุญาตชื่นชมผ่านสภาฯ ว่ามีการเตรียมการได้อย่างดี แล้วคนในหมู่บ้านเองก็มาช่วยกันป้องกันระบายน้ำออก” นายวิรัตน์กล่าว และว่า
อยากให้เป็นตัวอย่างสำหรับหมู่บ้านอื่นๆ ที่น้ำท่วมในขณะนี้ ถ้าท่านใช้เงินของทางกรุงเทพมหานคร จำนวนนี้ ให้เป็นประโยชน์ ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่จะดูแลพื้นที่ของท่านเอง
นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เครื่องสูบน้ำยังช่วยได้เวลาไฟไหม้ ก่อนน้ำท่วมเรามีเหตุการณ์ไฟไหม้เยอะมากในเขตมีนบุรีเองก็มีเรื่องไฟไหม้ชุมชนที่ติดริมคลอง มีทั้งเครื่องสูบน้ำ ที่สูบน้ำออกหลังจากบล็อกน้ำได้ แล้วก็สูบน้ำสำหรับป้องกันเรื่องอัคคีภัยได้ด้วย เพราะฉะนั้นเงิน 200,000 บาทมีประโยชน์
ประเด็นถัดมาที่เรียนท่านผู้ว่าฯ ตอนนี้ แผนที่ท่านผู้ว่าจะมีการเตรียมรับน้ำจากทางเหนือมาอย่างไ รก็แล้วแต่ สภาพคลองตอนนี้ อันนี้เป็นคลองสามประเวศ คลองจะวิ่งจากเขตมีนบุรี คลองสามจะเป็นคลองที่ต้นกำเนิดคลองสามม าจากคลองบึงขวา คลองบึงขวางก็จะไปรับน้ำจากคลองแสนแสบ คลองแสนแสบก็ไปรับน้ำจากเขตข้างบน ตอนนี้น้ำถึงคลองสามประเวศ
“สภาพน้ำแบบนี้ สีดำจริงๆ น้ำนิ่ง น้ำในเขตพื้นที่ผมไม่ไหล ผมทราบว่าเรื่องระบบระบายน้ำตอนนี้ท่านผู้ว่าก็หนักเต็มที่ เอาเรือดันน้ำเอาอุปกรณ์ต่างๆ อย่างที่ท่านดร. จอห์นพูดเมื่อสักครู่ พยายามดันน้ำผลักดันน้ำ ให้ไหลไประบบสูบน้ำของเราที่สถานีสูบน้ำพระโขนง ก็ทราบว่าเดินเครื่องเต็มที่อยู่ในขณะนี้ แต่จะทำอย่างไรน้ำขังแล้วเน่าแบบนี้ สภาพคลองในหมู่บ้านที่สูบน้ำออกมาเน่าเหมือนกัน
เมื่อปี 54 เราได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหน่วยงานกระทรวงต่างๆ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางกรมชลประทาน เอาน้ำ EM มาให้เรา หลังจากน้ำท่วมขังปี 54 ระยะเวลาหนึ่งน้ำเน่า
“ตอนนี้เราหาน้ำ EM อยู่ เรียนท่านผู้ว่าฯ เราคงจะต้องใช้ทรัพยากรของเราส่วนหนึ่งในการจัดซื้อจัดหาหรือประสานงานเอามา อยากได้น้ำ EM ถ้าเขตข้างบนสะอาดเขตคลองสามวา เขตหนองจอกบริเวณด้านบน หรือบริเวณที่เหนือจากเราขึ้นไปในส่วนของจังหวัดปทุมธานี คลองสามวาสายล่าง ถ้าจะปล่อยน้ำมา ก็ขอความกรุณา เราไม่เอาน้ำดำๆ อย่างนี้แล้ว ท่านบำบัดให้เรานิดนึง ใช้น้ำ EM จากกระทรวงต่างๆ เราจะได้เห็นสภาพน้ำแบบนี้ ซึ่งไม่อยากเห็น”
นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า ประเด็นถัดมาที่อยากเรียนท่านผู้ว่าฯ คือ ส่วนหนึ่งที่เราอยากเห็นท่านผู้ว่าฯ สั่งการชัดเจน ตนไม่อยากให้ท่านโดนต่อว่า เขตที่ฉุกละหุกที่สุดแล้ว ก็เป็นจุดที่สื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นยูทูปเบอร์ จิตอาสาอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน คือเคหะร่มเกล้า อยู่ติดกับเขตมีนบุรีของตน ถนนเข้าเคหะร่มเกล้าถูกปิด ทำเป็นกองบัญชาการ
“สิ่งหนึ่งที่ผมจะเรียนท่านผู้ว่าฯ ขอคำสั่งที่ชัดเจน เมื่อท่านประกาศภัยพิบัติแล้ว จะต้องมีผู้อำนวยการศูนย์ภัยพิบัติประจำเขต อยากให้ผู้อำนวยการเขตมีบทบาทชัดเจน หน่วยงานอื่นๆ ที่ท่านจะประสานงานขอเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตภัยพิบัติที่ท่านผู้ว่าประกาศไปหลายๆ เขต ขอให้ประสานงานผ่านผู้อำนวยการเขต
เพราะท่านเป็นผู้อำนวยการศูนย์ภัยพิบัติ จะได้ไม่สับสนวุ่นวาย แล้วออกประกาศกันไปออกสื่อกันว่าหาผู้ดูแลผู้ประสานงานไม่ได้ จริงๆ ผู้อำนวยการเขตจะไปมอบผู้ช่วย หรือจะไปมอบใครต่อใคร อันนี้เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ. หรือว่ากฎกระทรวงใช้เหมือนกันทั้งประเทศจาก ปภ. เหมือนกันหมด”
“เห็นใจผู้อำนวยการเขต เวลาที่ท่านผู้ว่าฯ สั่งการไปแล้วว่า ของที่จะต้องไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในชุมชนต่างๆ เต็มที่เลย มีทั้งยา มีทั้งเรื่องของอาหาร มีทั้งถุงยังชีพ แต่เวลาไปทบซ้อนกับหน่วยงานจิตอาสาอื่นๆ ชุมชนอื่นๆ หมู่บ้านจัดสรรหรือที่เดือดร้อน ออกมาบอกว่า 10 วันแล้วยังไม่ได้รับการดูแล เขาประสานงานไปที่ไหน? ถ้ามีความชัดเจนว่าประสานงานมาที่ Center กรุงเทพมหานครก่อน แล้วก็มี Center ย่อยทุกสำนักงานเขต แบบนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตต่างๆ จะได้ติดต่อโดยตรง หน่วยงานให้ความช่วยเหลือก็ติดต่อโดยตรง มันจะต้องมี Command Center ในแต่ละเขต” นายวิรัตน์เน้นย้ำ
นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เราวิ่งกันเหนื่อยมาก แต่อุปกรณ์กรุงเทพมหานคร ตนว่าเรายังใช้กันอย่างไม่คุ้มค่า สิ่งหนึ่งที่อยากเห็นท่านผู้ว่าฯ สั่งการโดยเร็ว แต่อาจจะไม่ทันในครั้งนี้ คือในครั้งหน้าถ้าเกิดเหตุการณ์อะไร เราจะได้มีตาวิเศษ
“กล้อง CCTV ของเราอยู่ตามเขตต่างๆ มีเป็นพันๆ กล้อง แต่เรายังไม่ได้ลิงก์กล้องออกมา เข้าไปที่สำนักงานเขต ไปสู่ห้องประชุมห้อง Command ที่ผมใช้คำว่าห้อง Command เรามีห้อง Control อยู่ทุกสำนักงานเขต ใน 88 สน. ก็มี บก. มีครบ 9 บก. กล้องพวกนี้ช่วยเราได้เยอะ” นายวิรัตน์กล่าว



