หน้าแรก ในประเทศ เร่งแก้ ‘คนจน...

เร่งแก้ ‘คนจนเมือง’ ชัชชาติ เน้น ‘ไกล่เกลี่ย’ ปมไล่รื้อ ทบทวนเกณฑ์ ‘หาบเร่’ ให้ลองขาย 6 เดือน

9.10.26 | 11:37 น.

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตคนจนเมืองกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายสลัม 4 ภาค เข้าร่วมประชุม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมหารือแนวทางนำที่ดินสาธารณประโยชน์มาใช้พัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะ  ชุมชนบึงลำไผ่ เขตมีนบุรี และชุมชนเพชรคลองจั่น เขตบึงกุ่ม ซึ่งยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมายและการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยให้ สคทช. ประสานกรมที่ดินเร่งหาข้อยุติ พร้อมตรวจสอบข้อจำกัดด้านระบบระบายน้ำในพื้นที่

นายชัชชาติ กล่าวถึงปัญหาการไล่รื้อชุมชน ว่า เน้นใช้การเจรจาและไกล่เกลี่ยก่อนดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมมอบหมายเขตคันนายาวตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีชุมชนจินดาบำรุง และประสานผู้ฟ้องคดีเพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนภายใต้กรอบกฎหมาย

Advertisement

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายเขตดอนเมืองเร่งประสานหาทางเข้าออกถาวรให้ชุมชนสะพานร่วมใจ ส่วนชุมชนอ่อนนุช 66/1 เขตสวนหลวง ซึ่งเอกชนเปิดช่องทางเดินไว้ประมาณ 1 เมตร ให้สำนักงานเขตประสานเจ้าของที่ดินและเครือข่ายชุมชนเจรจาหาทางออกร่วมกัน ขณะที่ชุมชนใหม่ไทรทอง เขตสวนหลวง ซึ่งมี 83 ครัวเรือน ติดปัญหาหนังสือยินยอมจากการรถไฟฯ

โดยนายชัชชาติได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาสังคมเร่งตีความระเบียบ หากใช้สัญญาเช่าที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่ออยู่อาศัยแทนหนังสือยินยอมได้ ให้จัดทำหนังสือเวียนแจ้งทุกเขต พร้อมพิจารณาปรับปรุงระเบียบในระยะยาว

ด้าน นายศานนท์ กล่าวถึงการจัดตั้งชุมชน ว่า ให้ยึดกรอบเวลาตามคู่มือ โดยสำนักงานเขตตรวจเอกสารภายใน 30 วัน และส่งต่อภายใน 3 วัน ขณะที่สำนักพัฒนาสังคมมีกรอบพิจารณา 15 วัน พร้อมเร่งแก้ปัญหาเอกสารของชุมชนทองกิตติและบ้านเราริมบึง ส่วนชุมชนกระทุ่มเดี่ยว เขตสะพานสูง ได้รับการประกาศจัดตั้งแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569

ที่ประชุมติดตามการแก้ปัญหาทะเบียนบ้านชั่วคราวชุมชนคลองโตนด เขตมีนบุรี และทะเบียนบ้านถาวรในพื้นที่เขตทุ่งครุและประเวศ รวมถึงการปรับปรุงถนน ทางระบายน้ำ ประปา และไฟส่องสว่างในพื้นที่หนองจอก คลองสามวา และบางขุนเทียน พร้อมให้สำนักการจราจรและขนส่งประสานกรมการขนส่งทางบก พิจารณาปัญหารถโดยสารไม่เพียงพอบริเวณถนนประชาร่วมใจ

เครือข่ายผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเสนอให้ทบทวนหลักเกณฑ์จุดผ่อนผัน 16 ข้อ ซึ่งมีขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน พร้อมเสนอพื้นที่นำร่องทดลองค้าขาย 6 เดือน ประเมินผลทุก 2 เดือน โดยกำหนดจำนวนแผง เวลาเปิดขาย ทางเดินเท้า และมาตรฐานความสะอาดให้ชัดเจน

โดยที่ประชุมขอให้เครือข่ายรวบรวมรายละเอียดแต่ละพื้นที่ ทั้งข้อเสนอ ปัญหาที่ติดขัด และหน่วยงานรับผิดชอบ ก่อนนัดหารือเฉพาะเรื่องกับกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยภายใต้กรอบกฎหมาย โดยยังไม่มีการอนุมัติจุดทดลองค้าขาย ซึ่งที่ประชุมรับทราบถึงปัญหาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของชุมชนบ้านมั่นคงที่ถือครองที่ดินแบบแปลงรวม โดยบางชุมชนมีภาระภาษีสะสมหลายแสนบาท สำนักการคลังเตรียมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติให้สำนักงานเขต พร้อมนัดหารือกรณีที่ถูกเรียกเก็บภาษีแล้วเป็นรายพื้นที่

ด้านการศึกษา เครือข่ายชุมชนสะท้อนปัญหาค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แม้ กทม. มีนโยบายเรียนฟรีไม่มีเก็บเพิ่ม โดยเฉพาะค่าชุดกีฬา อุปกรณ์ และการสำรองจ่ายเงินก่อนเบิกคืน จึงเตรียมนำเข้าคณะทำงานย่อยเพื่อหาแนวทางลดภาระผู้ปกครองและดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษา

ส่วนด้านสุขภาพ สำนักอนามัยชี้แจงปัญหาการขอใบส่งตัวผู้ป่วยที่มีขั้นตอนล่าช้า พร้อมเปิดเผยแนวทางพัฒนา ‘ราชพิพัฒน์โมเดล’ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มช่วงต้นปี 2570 เพื่อปรับระบบบริหารงบประมาณและการส่งต่อผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายศานนท์ เห็นด้วยกับแนวทางจัดตั้งคณะทำงานย่อย แยกประเด็นด้านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค การประกอบอาชีพ ภาษี การศึกษา และสุขภาพ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนร่วมกันพิจารณารายละเอียด ก่อนเสนอเรื่องสำคัญเข้าสู่คณะกรรมการชุดใหญ่

ทั้งนี้ พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนปัญหาที่รับผิดชอบ มีกรอบเวลาติดตามผลชัดเจน และลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง บริการสาธารณะ และโอกาสในการประกอบอาชีพ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน