รองปลัดยธ.ยื่นมือช่วย แม่พาลูกขาพิการขายหวย หน้างานศพ ฟ้อง “ทนาย”ฉ้อโกงเงินเยียวยา 5 ล.

29.06.17 | 16:22 น.

รองปลัดยธ.ยื่นมือช่วย แม่ พาลูกขาพิการขายล็อต งานศพ ถูกทนายโกงเงินค่าเสียหาย 5 .คดีรถชน ลั่นถ้าจริงโดนหนัก ฉ้อโกง ลบชื่อจากทะเบียนทนาย 

จากกรณีมีการนำเสนอข่าวระบุว่า มีหญิงสาววัยกลางชื่อ น.ส.พรทิพย์ อายุ 44 ปี  คนมักเข็นรถวีลแชร์ที่มีลูกสาวชื่อ บีม นั่งมาขายของตามศาลาวัด ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี   เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและบุตรสาวในแต่ละวัน ทั้งนี้ยังระบุว่า หลังจากประสบอุบัติเหตุชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ที่อำเภอไชยา จ.สุราษฎร์ธานี สามีเสียชีวิตคาที่ ตัวเองบาดเจ็บสาหัส ส่วนน้องบีมกระดูกทับไขสันหลังกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ต้องนั่งอยู่แต่บนรถวิลแชร์ ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากทนายความ ว่าให้ เพื่อดำเนินการทางคดีกับคู่กรณีในการจ่ายเงินเยียวยาจำนวน 5 ล้านบาท แต่สุดท้ายติดต่อไม่ได้

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  เพื่อติดตาและสอบถามข้อเท็จจริงว่าบุคคลทั้ง 2 คนนั้นมีตัวจริงหรือไม่ เบื้องต้นจากการสอบถามพระภิกษุที่อยู่บริเวณหน้าเมรุ ทราบว่า น้องบีมและมารดาจะมาขายล็อตตารี่ในเวลา 17. 00 น. โดยประมาณ ณ บริเวณหน้าเมรุ ซึ่งจะมาเฉพาะวัดที่มีงานศพเท่านั้น บุคคลภายในวัดไม่ได้รู้จักกับน้องบีมและมารดาเป็นการส่วนตัว เพียงแต่เคยเห็นว่ามาขายของอยู่เสมอ ซึ่งยังมีเด็กพิการอื่นๆ อีกที่มาขายของภายในวัดเช่นกัน ทั้งนี้มีหลายหน่วยงาน เข้ามาสอบถามถึงน้องบีม จึงขอให้หน่วยงานช่วยตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับกรณีนี้ รวมทั้งสำนักข่าวหลายแห่งให้ความสนใจโทรศัพท์มาสอบถามที่วัดเกี่ยวกับเรื่องน้องบีมมาก  เจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรม ได้ติดต่อไปยังโรงเรียนที่ระบุว่าน้องบีมเรียนอยู่ทราบว่า น้องบีมเรียนที่นี่จริง แต่ช่วงนี้น้องบีมไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจากทางโรงเรียนจัดค่ายพุทธบุตร ซึ่งน้องบีมไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เบอร์โทรศัพท์แม่ของน้องบีมแล้ว แต่ยังไม่สามารถพูดคุยหรือสอบข้อเท็จจริง ประเด็นทนายฉ้อโกงเงินค้าเยียวยา  ซึ่งสำนักงานกองทุนยุติธรรมจะดำเนินการติดต่อเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดต่อไป

​นายธวัชชัย ยังระบุอีกว่า  หากข้อเท็จจริงเป็นตามประเด็นข่าวที่มีการระบุว่าถูกทนายความนำเงินชดเชยค่าเสียหายไป ทางสำนักงานกองทุนยุติธรรมสามารถให้ความช่วยเหลือได้ คือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินคดี เช่น ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าเดินทาง เพื่อเรียกร้องเงินในส่วนที่บริษัทรถพ่วง 18 ล้อ ได้จ่ายเงินค่าเสียหายให้แล้วโดยผ่านทนายอาสา จำนวน 5 ล้านบาทดังกล่าวคืนจากทนายความ  รวมทั้งอาจต้องแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับทนายความที่รับเงินดังกล่าวฐานฉ้อโกง และร่วมมือกับสภาทนายความดำเนินการเรื่องมารยาททนายความฐานกระทำการใดอันเป็นการฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสินลูกความ หรือครอบครอง หรือหน่วงเหนี่ยวเงินหรือทรัพย์สินของลูกความที่ตนได้รับมาโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องไว้นานเกินกว่าเหตุ โดยมิได้รับความยินยอมจากลูกความ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร ซึ่งมีโทษ 3 สถาน ซึ่งเรียงตามลำดับโทษที่เบาที่สุดไปจนถึงหนักที่สุด ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนดไม่เกิน 3 ปี หรือลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความต่อไป