กรมป่าไม้ เดินหน้า เปิดยุทธการ “พิทักษ์ป่าไชยปราการ” บูรณาการกำลัง รื้อถอนแปลงขิง 258 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 25 เร่งคืนพื้นที่สู่การฟื้นฟูป่าที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ แหล่งต้นน้ำ และการดำรงชีวิตของประชาชน พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอน และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพที่เหมาะสมโดยเร็ว
ในการนี้ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายปราปต์ เหมะสุทธินันท์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า
และนางลักษวรรณ พวงไม้มิ่ง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมเปิดยุทธการ “พิทักษ์ป่าไชยปราการ” ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการรื้อถอนทำลายพืชผลอาสิน (ขิง) ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

ในพื้นที่สวนป่าไชยปราการ ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ฝ่ายปกครอง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (กอ.รมน.) จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานทหาร พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายพัฒน์พงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สำหรับภารกิจครั้งนี้ มีเป้าหมายในการดำเนินการกับแปลงปลูกขิง จำนวน 3 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 258 ไร่ โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายประมาณ 320 นาย พร้อมเครื่องจักรกลรถไถฟาร์ม เข้าดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด เพื่อจัดการพืชผลอาสิน (ขิง) ในพื้นที่
และเตรียมส่งคืนพื้นที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ป่าดังกล่าวกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า การเปิดยุทธการ “พิทักษ์ป่าไชยปราการ” ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบพื้นที่และดำเนินกระบวนการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 รวมทั้งมีการออกคำสั่งทางปกครอง และปิดประกาศให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการรื้อถอนตามขั้นตอนที่กำหนด
ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีประเด็นด้านผลกระทบต่อทรัพยากรดิน แหล่งน้ำ และระบบนิเวศจากการปลูกขิง เป็นจำนวนมาก ซึ่งในขณะนี้จากการตรวจสอบของเกษตรอำเภอไชยปราการพบว่าขิงในพื้นที่ดังกล่าว
เกิดเชื้อรา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ป่า เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ทะลบ
จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามแผนอย่างเป็นระบบ คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ และปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดการพื้นที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าดูแลทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เมื่อดำเนินการรื้อถอนแล้วเสร็จ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) จะส่งคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศ โดยมุ่งหวังให้พื้นที่กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำและพื้นที่สีเขียวที่มีความสำคัญต่อชุมชนและประชาชนในพื้นที่ต่อไป” นายพัฒน์พงษ์ กล่าว
กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันเดินหน้าดูแลทรัพยากรป่าไม้ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างสมดุล เกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ชุมชน และประชาชนในระยะยาว


