เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูและการจัดเก็บขยะตกค้างหลังน้ำท่วม การนำเครื่องจักรเข้าปฏิบัติงาน และการช่วยเหลือประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ซอยย่อยที่เข้าถึงได้ยาก
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้การจัดเก็บขยะบริเวณถนนสายหลักของเคหะชุมชนร่มเกล้าดำเนินการไปเกือบหมดแล้ว เหลือขยะตกค้างอีกเพียงบางส่วน โดยมีปริมาณขยะที่จัดเก็บได้แล้วประมาณ 4,000 ตัน สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณขยะจำนวนมากที่เกิดขึ้นหลังน้ำท่วม เนื่องจากเคหะชุมชนร่มเกล้าเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมค่อนข้างหนัก
การปฏิบัติงานในช่วงกลางคืนยังมีทีมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมสนับสนุน โดยเฉพาะทีมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเข้ามาช่วยจัดเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้เครื่องจักรและรถขนย้ายขยะ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดการใช้แรงงานคน โดยขณะลงพื้นที่พบทีมงานยังคงปฏิบัติงานแม้เป็นช่วงดึก

สำหรับพื้นที่ซอยย่อยในโซน 7 ของเคหะชุมชนร่มเกล้า ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พบว่าการจัดเก็บขยะทำได้ยาก เนื่องจากซอยมีความแคบและมีการก่อสร้างถนน ทำให้รถขนขยะเข้าถึงได้ไม่สะดวก ขยะบางส่วนยังตกค้างอยู่บริเวณบ้านเรือนประชาชน
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า แม้ถนนสายหลักจะได้รับการจัดเก็บขยะไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังมีพื้นที่ซอยย่อยอีกหลายชุมชนที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงเพิ่มความคล่องตัวในการหมุนเวียนรถขนขยะ เพื่อให้สามารถนำขยะออกจากชุมชนได้มากขึ้น
“ถนนใหญ่เราเคลียร์ไปหมดแล้ว เหลือในซอยย่อยที่ยังมีอีกหลายชุมชน ที่นี่มีหลายโซนมาก แต่พรุ่งนี้ได้แบ่งให้แต่ละเขตรับผิดชอบและเคลียร์ออกแล้ว แต่แบบนี้พนักงานเราก็ไม่ไหว คนกวาดก็ไม่สามารถตักออกได้” นายชัชชาติ กล่าว
นอกจากการจัดเก็บขยะ นายชัชชาติ ยังได้เยี่ยมบ้านประชาชนที่ได้รับการฟื้นฟูจากมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเข้าช่วยทำความสะอาด ปูกระเบื้อง และทาสีบ้านใหม่ โดยดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมติดตามการดูแลครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้ป่วยและต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

นายชัชชาติ กล่าวชื่นชมความเข้มแข็งของประธานชุมชนที่รู้จักและเข้าใจสภาพปัญหาของคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้การช่วยเหลือประชาชนเข้าถึงความต้องการได้ตรงจุด พร้อมย้ำว่าการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมไม่ใช่เพียงการจัดเก็บขยะ แต่ต้องดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนควบคู่กันไปด้วย
“ประธานชุมชนเข้มแข็งมากๆ รู้ทุกหมู่บ้าน และรู้ว่าใครได้ถุงไปแล้วหรือใครยังไม่ได้ รู้จักทุกคน มีประธานชุมชนที่เข็มแข็งมันดี ปัญหาของซอยนี้คือซอยนี้แคบ และมีการก่อสร้างถนนอยู่ ขยะจึงนำออกยาก เป็นห่วงวันนี้เลยมาดู” นายชัชชาติ กล่าว
ในส่วนของพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น บริเวณซอยฉลองกรุง 4 กทม. ได้ติดตามแนวทางแก้ไข โดยพิจารณากั้นขอบพื้นที่และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงคลอง นอกจากนี้ ยังมีการนำรถทุ่นลอยน้ำของ ปภ. เข้าสนับสนุนการสูบน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ทั้งนี้ กทม. จะเดินหน้าฟื้นฟูเคหะชุมชนร่มเกล้า และพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดเก็บขยะตกค้างในถนนสายหลักและซอยย่อย การเร่งระบายน้ำในจุดที่ยังได้รับผลกระทบ และการดูแลประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว




