แกะรอยรวบหนุ่มจีน ลักบัตรเครดิตกลางอากาศ ผู้เสียหายช็อก ลงเครื่องเงินหาย 2.6 แสน

12.10.26 | 07:42 น.

แกะรอยรวบหนุ่มจีน ลักบัตรเครดิตกลางอากาศ ผู้เสียหายช็อก ลงเครื่องเงินหาย 2.6 แสน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผบก.น.2 พ.ต.อ. ณัฐพล โกมินทรชาติ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.วันชัย วงศ์วาณิชอนันต์ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง นำฝ่ายืบสวน สน.ดอนเมือง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาคิน ดอกไม้ สว.สส.สน.ดอนเมือง จับกุม นายเจิง หยู เฉียง ( ZHENG YU QLANG ) สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ที่สนามบินดอนเมือง พร้อมตรวจยึดบัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เงินสกุลประเทศต่างๆ รวม 12 ประเทศ ธนบัตรไทยอีก 35,950 บาท กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ และเสื้อคลุมสีดำ 1 ตัว หมวกแก๊ป 1 ใบ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 16.00 น.ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง


สืบเนื่องจากวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ผู้เสียหายแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง (ส่วนแยกสนามบินดอนเมือง ) ว่าเดินทางมาจากเชียงราย ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง พบข้อความธนาคารแจ้งว่าบัตรเครดิตมีรายการใช้บัตรเมืองเหอหยวน ประเทศจีนแต่ทำรายการไม่สำเร็จประมาณ 20,000 บาท แต่ทำรายการไม่สำเร็จ เมื่อตรวจสอบแอพพลิเคชั่นธนาคารพบว่ามีการใช้บัตรซื้อสินค้าสำเร็จก่อนหน้า 3 รายการ ในวันเดียว ประมาณ 265,067 บาท จึงเชื่อว่าถูกคนร้ายขโมยบัตรเครดิตในกระเป๋าที่วางอยู่บนช่องเก็บของเหนือที่นั่งผู้โดยสาร

ต่อมาผู้เสียหายแจ้งความ วันที่ 7.ต.ค.ว่าเดินทางมาจากสนามบินเชียงใหม่ และมาลงที่สนามบินดอนเมือง ตรวจสอบทรัพย์สินพบเงินสด 25,000 บาท และบัตรเครดิตหายไปจากกระเป้าสะพายข้างที่นำไปใว้ช่องเก็บของด้านบนที่นั่งในเครื่อง โดยเพื่อนผู้เสียหายเห็นชายลักษณะคล้ายชาวจีนยืนรื้อค้นหาสิ่งขอฝบางอย่างบริเวณช่องเก็บของเหนือที่นั่งตรงที่ผู้เสียหายเก็บกระเป๋าไว้

Advertisement

จากนั้นผู้เสียหายพบว่ามีข้อความแจ้งการตัดชำระยอดผ่านบัตรเครดิตออกไปจากธนาคาร จำนวน 4 ครั้ง โดยทำรายการไม่สำเร็จ 2 ครั้ง และทำรายการสำเร็จ 2 ครั้ง ประมาณ 27,595 บาท ที่มณฑลกวางตุ้ง เมืองเหอหยวน ประเทศจีน ซึ่งผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ใช้ยอดดังกล่าว

พ.ต.ท.อำนาจ เปิดเผยว่าแนวทางการสืบสวนพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทั้งสองราย สันนิษฐานว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนเดียวกันมีพยานยื่นยันว่านายเจิง หยู เฉียง เป็นผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบกังสายการบินทั้ง 2 เคสมีชื่อนายเจิง หยู เฉียง โดยสารมาด้วยทั้ง 2 เที่ยวบิน จึงประสานตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานเชียงราย เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ

พ.ต.ท.อำนาจ กล่าวว่าต่อมา ฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง รับข้อมูลว่าผู้ต้องหาจะเดินทางจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง มาลงที่สนามบินดอนเมือง เวลา 14.50 น. วันที่ 11 ต.ค.จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานดอนเมืองเฝ้าจับกุมขณะออกจากช่องทางเชื่อมเครื่องบิน อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ( ขาเข้า ) พร้อมของกลางดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเพียงคนเดียวตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 69 พักอาศัยอยู่โรงแรมย่านหัวขวาง และให้การปฏิเสธว่าไม่เคยก่อเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด

พ.ต.ท.อำนาจ กล่าวอีกว่สแนวทางการสืบสวนพบพฤติการณ์คนร้ายกลุ่มนี้จะมีการซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน และเดินทางเพียงลำพัง จะไม่ยอมพูดหรือคุยกับใครตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสนามบิน เมื่อเครื่องขึ้นบินได้ประมาณ 30 นาที จะใช้จังหวะที่ผู้โดยสารเริ่มพักผ่อน จะลุกขึ้นไปบริเวณที่เก็บของสัมภาระเหนือที่นั่งผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่ผู้โดยสารจะนำกระเป๋าที่ถือติดตัวมา และอาจจะใส่ทรัพย์สินมีค่าเอาไว้ โดยทำทีเป็นหาของตัวเองแต่ที่จริงแล้วจะกำลังค้นหาทรัพย์สินที่เป็นเงินสด และบัตรเครดิต ซึ่งจะรื้อค้นเกือบทุกช่องที่อยู่ใกล้จุดที่คนร้ายนั่ง และหากได้บัตรเครดิตมาก็จะนำมารูดไปซื้อสินค้าที่ประเทศจีน ในตอนที่ลงเข้าพื้นที่สนามบินไม่นาน

พ.ต.ท.อำนาจ กล่าวว่าตรวจสองประวัติการเดินทางเข้าออกสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ของนายเจิง หยู เฉียง พบว่าตั้งแต่ปลายปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มีการเดินทางเข้าออก จำนวน 37 ครั้ง สนามบินเชียงราย 2 ครั้ง และพบธุระกรรมทางการเงินมีการโอนเงินจากร้านค้าผ่าน WeChat หรือ Alipay มาหาคนร้ายก่อนจะถูกโอนผ่านฟังชั่นอั่งเปาต่อไปยังเพื่อน และผู้หญิง รวมถึงบางส่วนมีการโอนเล่นพนันบอล และจากการตรวจสอบประวัติการสืบค้นข้อมูลในโซเชียลพบว่าคนร้ายมีการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องรูดกดบัตรเครดิต หลังจากนี้จะสืบสวนขยายผลไปผู้ร่วมขบวนการต่อไป