เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 ร่วมกันมอบบัตรประจำตัว สติ๊กเกอร์คาดกระจก เสื้อ และป้ายแขวนแสดงวิทยฐานะโชเฟอร์แท็กซี่ที่ผ่านการอบรมทางด้านจริยธรรม ด้านกฎหมาย และจรรยาบรรณวิชาชีพ ให้แก่โชเฟอร์แท็กซี่ จำนวน 88 ราย ตามโครงการแท็กซี่ปลอดภัย อุ่นใจ ประชาชน (Safety Taxi) รุ่นที่ 1 ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ณ หอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมดเขตทุ่งครุ กทม.
พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นแนวคิดของผบช.น. ที่ต้องการสร้างมาตรฐานให้แก่โชเฟอร์แท็กซี่ เพื่อความปลอดภัยของสังคม โดยบก.น. 8 ได้ขอความร่วมมือกับเจ้าของอู่ที่ให้บริการเช่ารถแท็กซี่ กว่า 30 รายในพื้นที่ ติดตั้งกล้องหน้ารถทุกคัน ก่อนส่งโชเฟอร์ในความรับผิดชอบมาร่วมโครงการ โดยโชเฟอร์แต่ละคนจะผ่านการตรวจสอบข้อมูลหมายจับและประวัติการถูกดำเนินคดี หากผ่านขั้นตอนนี้จะถูกส่งเข้ามารับการอบรม ทางด้านจริยธรรม ด้านกฎหมาย และจรรยาบรรณวิชาชีพ จากวิทยากรที่เชิญมาจากกองตรวจการกรมการขนส่งทางบก พร้อมอบรมหลักสูตรการจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายจากวิทยากรที่เป็นตำรวจสังกัด บก.น.8 ด้วย
“จากการทำโครงการรุ่นที่1นี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกและผ่านการอบรม88คน ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ จึงเดินทางมามอบบัตรประจำตัว สติ๊กเกอร์คาดกระจก เสื้อและป้ายแขวนแสดงวิทยฐานะของโชเฟอร์แท็กซี่ที่ผ่านการอบรมทุกคนด้วยตนเอง โดยหลังจากนี้หากประชาชนท่านใดพบเห็นรถแท็กซี่ติดสติ๊กเกอร์โครงการขอให้มั่นใจว่าโชเฟอร์รถคันนั้นผ่านการตรวจสอบประวัติประจำตัวและผ่านการอบรมจรรยาบรรณวิชาชีพเรียบร้อยแล้ว หากพบเห็นโชเฟอร์รถแท็กซี่คันใดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือทำผิดวินัยจราจรสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุได้ในสติ๊กเกอร์รถทุกคัน” พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าว
ด้าน นายเฉลิมเกียรติ บริบูรณ์ อายุ 49 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ทะเบียน ทศ 1599 กรุงเทพมหานคร จากอู่แท็กซี่เพชรเกษม หนึ่งในผู้ผ่านการอบรม กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับการอบรมโครงการนี้ โดยตนมองว่ารถแท็กซี่ที่มีอยู่กว่า120,000คัน ทั่วกรุงเทพมหานครนั้น เป็นแท็กซี่ที่ดี แต่มีบางส่วนเท่านั้นที่ทำความเสียหายให้คนหมู่มากได้รับความเดือดร้อน หลังจากนี้จะนำความรู้ที่ได้จากการอบรมทั้งด้านจริยธรรมและกฎหมายไปใช้ในการให้บริการประชาชน ส่วนกรณีที่ตอนนี้กำลังจะมีอูเบอร์เข้ามาแข่งขันกับแท็กซี่สาธารณะ มองว่าวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ พวกเราต้องรับบริการผู้โดยสารทุกรายไม่เกี่ยงระยะทางใกล้ไกล และใช้กิริยาวาจาที่สุภาพเรียบร้อย เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ดีๆ กลับมาสู่วงการโชเฟอร์แท็กซี่เมืองไทย

