เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมสวน 60 พรรษา เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าภารกิจ ‘ร่วมแรงฟื้นกรุง’ โดยผนึกกำลัง 12 เขตบัดดี้ ร่วมจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเร่งคืนพื้นที่ให้สะอาด เป็นระเบียบ และปลอดภัยสำหรับประชาชน
นายพรพรหม กล่าวว่า วันนี้มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจจัดการขยะชิ้นใหญ่ในพื้นที่เคหะร่มเกล้า โดย กทม.เริ่มจัดเก็บขยะมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ก่อนเริ่มปฏิบัติการอย่างจริงจังตั้งแต่วันพฤหัสบดีและวันศุกร์ (8-9 กันยายน) ที่ผ่านมา และยกระดับการดำเนินงานอีกครั้งในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ (10-11 กันยายน)
“เสาร์อาทิตย์เราได้มีการประสานกับทางเขตเพิ่มเติม ที่ผ่านมาเรามีเขตบัดดี้ 3 เขต และยกเป็น 4 เขต ตอนแรกมีบางแค ธนบุรี พระนคร และเพิ่มบางขุนเทียนมา แต่เสาร์ อาทิตย์ได้ขอให้ยกระดับเป็น 12 เขต มีเขตบัดดี้มาร่วม เขตบัดดี้ได้แบ่งเป็นโซนของตัวเองชัดเจน อย่างโซนเขตบางรัก เขตวัฒนา มีเขตบางกอกน้อยต่างๆ ส่วนด้านบน เป็นภารกิจของสำนักสิ่งแวดล้อมที่เริ่มทำกันมาตั้งแต่วันพฤหัส มีทั้งสำนักงานสวน มีกองกำจัดมูลฝอย กองยุทธศาสตร์บริหารจัดการมูลฝอย” นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหม กล่าวต่อว่า สำนักงานเขตลาดกระบังเหมือน Project Manager เข้ามาช่วยเติมเต็มการทำงานในพื้นที่ที่ดำเนินการจัดเก็บขยะไปแล้ว แต่ยังมีขยะตกค้างมาใหม่ โดยจะมีทีมส่วนกลางเข้ามาช่วยจัดเก็บขยะส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

โดยเมื่อวานได้วางแผนการทำงานสำหรับวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันสุดท้ายของการจัดเก็บขยะกองใหญ่ โดยใช้หมุดสีแดงระบุตำแหน่งกองขยะขนาดใหญ่ที่ประเมินว่าต้องใช้รถดัมพ์ขนขยะตั้งแต่ 50 เที่ยวขึ้นไป โดยนับรถดัมพ์ 1 คันที่ขนขยะเข้า-ออกครบเป็น 1 เที่ยว ส่วนกองขยะขนาดรองลงมาที่ประเมินว่าต้องใช้รถขนประมาณ 20 เที่ยว จะปักหมุดสีเหลืองไว้ ซึ่งในพื้นที่ยังมีกองขยะลักษณะดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก
“หลักการคือ ถ้ามีสีแดงสีเหลือง ต้องมีรถแบคโฮ รถคีบประกบให้ได้ ซึ่งจะเป็นสีฟ้าที่ปักหมุดไว้ ถ้าเป็นกองใหญ่ต้องมีสีฟ้า 2 อัน ถ้าเป็นกองเล็กสีเหลือง ต้องมีสีฟ้า 1 อัน พยายามจัดสรรทรัพยากรทั้งหมดที่มี ส่วนสีเขียวเขาจบแล้วเมื่อวาน” นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหม กล่าวต่อว่า เขตที่จัดเก็บขยะเสร็จแล้ว เช่น ทุ่งครุ บางกอกน้อย และธนบุรี จะระดมกำลังไปช่วยเขตที่ยังไม่เสร็จ เขตวัฒนา โซน 5 และโซน 7 ซึ่งมีขยะตกค้างหนักที่สุด ทั้งนี้ กทม.ได้ระดมกำลังไปเต็มที่ และได้รับสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ จากหลายหน่วยงาน เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีเครื่องมือจากกรมทางหลวง ทางหลวงชนบท และมีการประปา มีรถคีบ มีรถต่างๆ เข้ามาระดมกำลัง มีแรงงาน มีจากภาคเอกชนสนับสนุนเป็น CSR รวมถึงเจ้าหน้าที่ แล้วรถของสำนักงานเขตที่มี รถดัมพ์

นายพรพรหม กล่าวต่อว่า ช่วงแรกการเคลื่อนย้ายขยะทำได้ค่อนข้างช้า เนื่องจากต้องขนไปทิ้งยังจุดที่อยู่ไกล กทม.จึงเปิดจุดทิ้งขยะชั่วคราว 2 แห่ง เพื่อให้รถขนขยะนำมาทิ้งได้ทันที ลดระยะทาง เวลา และการสิ้นเปลืองน้ำมัน โดยไม่ต้องวิ่งไปยังอ่อนนุชหรือท่าแร้ง
ตอนแรกยังเปิดจุดทิ้งขยะเฉพาะกิจบริเวณหลังสวน เพื่อรองรับพื้นที่เขตวัฒนาและบางรัก เพราะบางครั้งร่มเกล้ารถติด แต่ตอนหลังเริ่มเคลียร์ตรงนี้ออกไป เพราะเป็นที่เล็ก ใกล้ชุมชน ไม่อยากให้ขยะออกมากองมาก ถ้าเห็นหลังสวน ตอนนี้เคลียร์ขยะทิ้งหมดแล้ว เพราะเริ่มคลี่คลายแล้ว ตอนนี้เปิดให้ทิ้ง 2 จุดเหมือนเดิม
“พวกที่มีติ๊กหรือหมุดเขียว เสร็จหมดแล้ว สีเหลือง เหลือแค่ 10 เที่ยวต่อจุด แปลว่าตอนนี้ไม่มีหมุดหรือกองขยะใหญ่ๆ ที่เห็นกัน ถ้าจะเห็น ก็จะเป็นเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเป็นขยะที่เพิ่มมาใหม่ข้ามคืน หรือขยะเดิมที่ต้องเคลียร์ ประมาณ10เที่ยวแล้ว” นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหม กล่าวต่อว่า ในส่วนโซน5กับโซน7 ที่สาหัสมาก เหลือแค่ 3 กองใหญ่ 10 เที่ยว คาดว่าประมาณ15.00-16.00 น. จะเคลียร์ให้ได้หมด
“พอเคลียร์หมด เราเข้าใจว่าพี่น้องประชาชน ยังต้องอาจจะมีการทิ้งต่อเนื่อง เพราะบางคนอาจจะเพิ่งได้กลับมาบ้าน เพิ่งได้เคลียร์ของ เรายังมีทีมของเขตลาดกระบัง ที่เป็นคนเก็บตก แต่ถ้าระดมเขตมาวันนี้ วันสุดท้าย เพื่อให้เคลียร์ล็อตใหญ่ให้ได้หมด เขตลาดกระบัง จะทำงานง่ายขึ้น” นายพรพรหม กล่าว

นายพรพรหม กล่าวต่อว่า จะต้องคอยประเมินวันต่อวัน ว่าจำเป็นต้องมีกำลังเสริมอะไรต่างๆ อีกหรือไม่ แต่ถ้าเคลียร์ล็อตใหญ่ได้หมดภายในวันนี้ จะทำให้เขตลาดกระบัง งานไม่หนักเกิน
“ต้องขอบคุณหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักสิ่งแวดล้อมส่วนกลาง เขตบัดดี้รวมเป็น 12 เขต รวมถึงหน่วยงานภายนอก ที่เอาเครื่องจักร มาสนับสนุน” นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหม กล่าวต่อว่า การจัดเก็บขยะในพื้นที่มีซอยแคบจำนวนมาก จึงต้องใช้แรงงานคนขนขยะออกมารวมเป็นกองใหญ่ ก่อนใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยคีบขยะได้ครั้งละหลายร้อยกิโลกรัม โดยต้องบริหารรถดัมพ์ให้เข้ามารับขยะอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เครื่องจักรต้องรอจนเสียทรัพยากร ขณะนี้มีรถดัมพ์เพียงพอ สามารถหมุนเวียนเข้า-ออกได้รวดเร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งการเปิดจุดทิ้งขยะใกล้พื้นที่ช่วยลดระยะทางและเวลาในการขนส่ง
นายพรพรหม กล่าวต่อว่า ภารกิจในอนาคตอันเร็ว คือพอขยะกอง สำนักสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานอื่น ต้องช่วยกันเคลียร์จากจุดนี้ ไปที่อ่อนนุช หรือหัวกองอื่นๆ ให้ได้รวดเร็ว จะได้ไม่มีขยะตกค้าง
“อาจจะเริ่มเห็นว่ากองริมถนนร่มเกล้า ค่อนข้างใหญ่ เดี๋ยวต้องอยู่ในภารกิจการเคลียร์ แต่อยางที่บอก กองเล็กๆ ที่ตั้งใจเคลียร์ตั้งแต่เมื่อวาน สักครู่ก็เคลียร์เสร็จ ถ้ามีเครื่องจักร มีรถ อาจจะต้องเอารถสิบล้อ หรือเทรลเลอร์ 30 ตัน มารวบเก็บ
อันนี้เป็นวิธีบริหารจัดการ ใช้คนลาก ใช้เครื่องคีบหยิบ รถดัมพ์วิ่งจุดกองเล็ก ไปหัวกอง อันนี้ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยะเยอะมาก ถ้าเห็นวันแรก ตั้งแต่วันพฤหัสบดี 4 วัน จนถึงวันจันทร์จบ ต้องขอบคุณทุกหน่วยงาน”นายพรพรหม กล่าวต่อ

ผู้สื่อข่าวถามต่อในประเด็นดราม่าบางซอยที่ขยะกองอยู่หน้าบ้านชาวบ้าน เก็บมาแล้วไปกองหน้าบ้านคนอื่น แก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร
นายพรพรหม กล่าวว่า จากคลิปเหมือนว่ามีการนำขยะไปกองไว้หน้าบ้านเขา พอเห็นแบบนี้ ตอนเช้าที่เริ่มทำงาน เจ้าหน้าที่ได้จัดเก็บขยะออกหมดแล้ว โดยซอย 10 ที่ปรากฏในคลิปขณะนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว
“แน่นอนว่ามีมาเรื่อยๆ ที่บอกว่า เขตลาดกระบัง ที่เขามีกำลังคน เครื่องจักร รถอยู่ ต้องอยู่สแตนด์บาย เพราะเป็นเขตของเขา ต้องมาเก็บที่ตกหล่น แต่ถ้าพอเคลียร์ล็อตใหญ่ งานเขาจะน้อยลง แต่ต้องประเมินหน้างานตลอด คุยกับหัวหน้าฝ่ายว่าต้องแจ้งมาว่ากำลังคนสำหรับการเก็บตกพอไหม จะต้องจัดสรร อาจจะต้องรบกวนทางสำนักสิ่งแวดล้อม ส่งหน่วยงานกลาง มาอีกไหม ในภารกิจเก็บตกหล่น แต่สำนักสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ช่วยแค่ที่นี่ ภารกิจของเรา 10 กว่าเขต มีบางกะปิที่เหลืออยู่หลายๆเขต และโมเดล ผมทำกับทุกเขตมาแล้ว คือเขตไหนที่ขยะเยอะ หมู่บ้านเยอะต้องมีจุดพักในพื้นที่” นายพรพรหม กล่าว
ในประเด็นของการประชาสัมพันธ์จุดทิ้งขยะ นายพรพรหม กล่าวว่า ได้ทำตั้งแต่วันแรก มีการเชิญประธานชุมชนมาพูดคุยและประธานชุมชนได้พูด เสียงตามสาย ให้ช่วยเอามาทิ้งในจุดกองถนนใหญ่ที่เครื่องจักรเข้ามาคีบได้สะดวก ซึ่งจะเป็นการที่ให้กรุงเทพมหานครทำงานได้ง่ายมาก เพราะมันจะไปตัดขั้นตอนแรกที่เอาคนดึงออกมาจากซอย

“แต่ต้องยอมรับและเห็นใจพี่น้องประชาชน บ้านเสียหาย จิตใจไม่ค่อยดี ก็จะมีทิ้งหน้าบ้านตัวเองหรืออยู่ในซอยแคบ อันนี้ก็ต้องเป็นงานที่เราต้องเข้าไปจัดการ แต่อย่างที่บอกถ้าเขาสามารถเอามาทิ้งตรงนี้ได้ หรือดีที่สุดถ้าเขามีรถกระบะเอามาทิ้งที่จุดทิ้งเลยมันก็จะเร็วอย่างมาก แต่เราก็ทําทุกรูปแบบ” นายพรพรหม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อ เรื่องปริมาณขยะร่มเกล้าเก็บได้ทั้งหมดเท่าไหร่ และภาพรวมทั่วประเทศในกรุงเทพฯ
นายพรพรหม กล่าวว่า เฉลี่ยที่ร่มเกล้าเกินพันตันต่อวัน ที่ช่วงแรกเห็นเก็บได้ต่ำกว่าร้อยตัน เพราะขยะ ยังไม่ได้ออกมา เพิ่งมาออกตั้งแต่ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่เยอะจริงๆ ซึ่งเร่งสปีด ซึ่งเร่งจัดเก็บได้วันละ 600-800 ตัน
ส่วนภาพรวมทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จัดเก็บขยะได้รวม 10,686 ตัน เฉลี่ยวันละประมาณ 800 ตัน
“ภาพรวมกรุงเทพ ตอนแรกอาจจะยังไม่เยอะ ยังไม่ทิ้ง เพิ่งมาพีค ตอนหลัง ซึ่งเกิน10,600 ตัน เกินเฉลี่ยของขยะทั่วกรุงเทพ ต่อวันเยอะมาก”นายพรพรหม กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อวานในหมู่บ้านนักกีฬา ขยะชิ้นเล็กเก็บแล้ว แต่ขยะชิ้นใหญ่ที่นำมาวางทิ้งไว้หน้าบ้านยังคงตกค้างหลายวัน
นายพรพรหม กล่าวว่า หมู่บ้านนักกีฬาเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่กำลังเร่ง ไม่อยากให้มีขยะชุมชนตกค้าง เพราะเหม็น เป็นปัญหาต่อสุขอนามัย แต่ขยะชุมชนสามารถใช้รถอัดเก็บได้ คือ เป็นภารกิจทั่วไป เพิ่มรอบ เห็นถุงดำ รถอัด ต้องมาโยนใส่เลย ปริมาณคน ไม่ต้องใช้เยอะ โยนถุงดำ ใส่รถอัด แต่ชิ้นใหญ่ รถอัด ใช้ไม่ได้ เพราะทำให้เครื่องอัดเสีย ต้องรอรถดัมพ์
“เวลาไป พยายามไปคู่กัน เพราะรถดัมพ์หนึ่งคัน ต้องใช้คนเป็นสิบ หรือไม่ก็เครื่องจักร เป็นการบริหารจัดการที่มีความท้าทาย มากกว่าแค่ขยะทั่วไป ที่โยนถุงดำใส่รถอัด แต่หมู่บ้านนักกีฬาค่อนข้างโอเค เหลือเก็บตก ผมว่า 90% ที่เสร็จสิ่งแวดล้อมก็สนับสนุนทางหมู่บ้านนักกีฬาไปด้วย แต่สำนักสิ่งแวดล้อมในฐานะส่วนกลางต้องสนับสนุนทุกเขต ซึ่งเป็นความท้าทายที่เราต้องบริหารจัดการ แต่ผมคิดว่าทำได้ดี ”นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหม กล่าวย้ำว่า กทม.ตั้งเป้าในการบริหารทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ตั้งแต่วันที่น้ำยังท่วม ได้มีการเชิญประชุม 50 เขต ฝ่ายรักษาความสะอาด โดยออนลน์ คุยกันว่า 1-2อาทิตย์จากน้ำท่วมมันจะเกิดขยะกองรวมกัน ซึ่งเราจะระดมกำลังกันอย่างไร จับคู่อย่างไร จัดสรรทรัพยากรอย่างไร ซึ่งเตรียมมาได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน

ในเรื่องของการฝังกลบ นายพรพรหม กล่าวว่า ในทุกครั้งที่มีภัยพิบัติ ขยะจะเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งต้องเข้าไปที่บ่อฝังกลบเพราะว่า โรงงานอื่นอาจจะไม่สะดวกที่จะรับ ขยะชิ้นใหญ่
“ของเราที่บริหารจัดการ คือขอเพิ่มเที่ยวรถที่ขนจากหัวกองไปที่บ่อฝังกลบ ให้มันไม่ไปตกค้างที่หัวกอง เช่น อ่อนนุชที่จะทำให้มีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น ส่วนเรื่องที่บ่อฝังกลบเป็นเรื่องที่ผู้รับจ้างเขารับผิดชอบ” นายพรพรหม กล่าว
สำหรับระยะเวลาการเก็บขยะในร่มเกล้าได้หมด นายพรพรหม กล่าวว่า ร่มเกล้าถ้าเป็นขยะที่ค้างไว้อยู่ วันนี้จบ แต่จะมีขยะเพิ่มเติมมา ต้องมาประเมินว่าขยะที่จะเพิ่มขึ้น ประมาณเท่าไหร่
“ส่วนภาพรวมหลายๆเขต ตนเห็นว่า อย่าง เขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม เริ่มเคลียร์ทั้งหมด อาจจะเหลือบางกะปิ ที่ขยะเยอะ สะพานสูง คลองสามวา ค่อนข้างดี แต่ตอนแรก แถวพญาสุเรนทร์ ที่ขยะเยอะเราก็เคลียร์ได้หมด อาจจะต้องประเมินรอบถัดไป คือ หนองจอก กับ มีนบุรี ที่ยังมีท่วมอยู่ พอน้ำลงจะต้องมีแบบนี้ แต่โชคดีที่เราเคลียร์หลายๆแห่งไปแล้ว เก็บทรัพยากรที่มีอยู่ ถ้าเหตุการณ์ที่ต้องเก็บ สามารถกระจายไปได้ ไม่ใช่มันหนัก พร้อมๆกัน เราบริหารจัดการเวลา ได้ค่อนข้างดี” นายพรพรหม กล่าว



