สุชาติ ห่วงปลาตายเกลื่อนคลองรังสิตฯ สั่ง คพ. เร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ ประสานแก้ปัญหา พร้อมเตือนประชาชน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงกรณีพบปลาตายจำนวนมาก น้ำมีสีดำคล้ำและส่งกลิ่นเหม็น บริเวณคลองสองและคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประสานหน่วยงานในพื้นที่แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย พร้อมเตือนประชาชนระมัดระวังการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 (สคพ.6) ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำ 5 จุด เพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและสารปนเปื้อน โดยบริเวณคลองสอง หมู่บ้านพฤกษา 44 ซึ่งเป็นจุดพบปลาตายจำนวนมาก มีค่า pH 7.17 ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) เท่ากับ 0 มิลลิกรัมต่อลิตร ความขุ่น 1,295.1 NTU และค่าการนำไฟฟ้า 677 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร สะท้อนว่าน้ำไม่มีออกซิเจนละลาย ซึ่งอาจทำให้สัตว์น้ำขาดอากาศหายใจ โดยคุณภาพน้ำเบื้องต้นจัดอยู่ในแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 5
ส่วน คลองรังสิตประยูรศักดิ์ 4 จุด ได้แก่ ท่าน้ำเทศบาลเมืองบึงยี่โถ ซอยรังสิตนครนายก 46 (บจม.เฝ้าจิบ) สะพานฟ้าคลองรังสิต และประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พบค่า pH 6.97–7.02 ค่า DO 1.41–2.61 มิลลิกรัมต่อลิตร ความขุ่น 19.4–23.6 NTU และค่าการนำไฟฟ้า 492–557 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร จัดเป็นแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 4 จำนวน 3 จุด และประเภทที่ 5 จำนวน 1 จุด ทั้งนี้ เป็นผลตรวจเบื้องต้นเฉพาะจุดและเวลาที่เก็บตัวอย่าง
สคพ.6 ส่งตัวอย่างน้ำตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ครอบคลุมสารอินทรีย์ แบคทีเรีย แอมโมเนีย สารอาหาร และโลหะหนัก 8 ธาตุ ได้แก่ ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียมทั้งหมด ทองแดง นิกเกิล เหล็ก แมงกานีส และสังกะสี คาดว่าจะทราบผลภายในประมาณ 7 วัน เพื่อนำมาประเมินคุณภาพน้ำและตรวจสอบสาเหตุการตายของปลาอย่างรอบด้าน ขณะที่การตรวจด้วยชุดทดสอบภาคสนามไม่พบสารหนู และการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) กับก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) ทั้ง 5 จุด ไม่พบสารหรือก๊าซดังกล่าว
คพ. ขอเตือนประชาชน ห้ามนำปลาที่ตายไปบริโภค และหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในคลองโดยตรง หากจำเป็นต้องสัมผัสควรสวมถุงมือและรองเท้าบูท พร้อมทำความสะอาดร่างกายทันที รวมถึงขอความร่วมมือลดการทิ้งขยะและระบายน้ำเสียลงแหล่งน้ำ
คพ. จะติดตามผลวิเคราะห์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขและเฝ้าระวังผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือขอคำแนะนำได้ที่ สคพ.6 (นนทบุรี) โทร. 02 968 8065 หรือสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650


ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกันนี้ ที่บริเวณริมคลองส่งน้ำคลองสอง หน้าวัดกล้าชอุ่ม ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง พร้อมคณะผู้บริหาร รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (สจ.) และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามและเข้าทดสอบการใช้สารจุลินทรีย์สังเคราะห์เพื่อยับยั้งน้ำเสีย ปรับสภาพน้ำ และเพิ่มออกซิเจนในคลองส่งน้ำคลองสองอย่างเร่งด่วน โดยการทดสอบปากน้ำจากในของขึ้นมาและเจอผงจุลินทรีย์โรยลงไปเพียงชั่วครู่ สภาพน้ำก็ดีขึ้นใสขึ้น กลิ่นเหม็นน้อยลง จุลินทรีย์สังเคราะห์ เป็นตัวเดียวกับที่มีอยู่ในรถดับเพลิงของ อบจ.ปทุมธานี และทำการพ่นน้ำผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์ 20,000 ลิตร ลงสู่คลองสอง
ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประสบปัญหาน้ำเสียมีปลาตายเป็นจำนวนมากและส่งกลิ่นเหม็นจนส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมี นายทองสุก แสนจักร สมาชิกสภา อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.คลองหลวง นางสาวพรปริญญา ศรีจันทร์สมาชิกสภา อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.คลองหลวง ผู้บริหาร ทม.คลองหลวง จิตอาสา และ นายธนพัฒน์ พาธุระ ประธานบริษัท สามโลกกรุ๊ป เข้าร่วมนำนวัตกรรมสารจุลินทรีย์มาทดสอบและสาธิตการฉัดบำบัดน้ำเสียในจุดเกิดเหตุ ซึ่งเมื่อฉีดสารจุลินทรีย์ลงไปแล้วเพียงสักพักพบว่าปลามีการเล่นน้ำและขึ้นมาหายใจมากขึ้น และน้ำก็ใสขึ้นกลิ่นน้องน้อยลง
นายธนพัฒน์ พาธุระ ประธานบริษัท สามโลกกรุ๊ป ได้เปิดเผยถึงผลการทดสอบตัวอย่างน้ำในคลองส่งน้ำคลองสองว่า ปัญหาหลักในขณะนี้ น่าจะเกิดจากสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง เพราะจากการทดสอบการตกตะกอนในแก้วทดลอง หากเป็นน้ำเสียจากอินทรียวัตถุหรือแบคทีเรียทั่วไปจะใช้เวลาตกตะกอนไม่เกิน 2 นาที แต่นี่ใช้เวลาเกือบ 5 นาที แสดงว่ามีสารเคมีเจือปนอยู่อย่างเข้มข้น โดยแผนการดำเนินงานในวันนี้ เราจึงแบ่งเป็นสองช่วง โดยช่วงแรกต้องเน้น จุลินทรีย์ที่ช่วยชีวิตและฟื้นฟูสัตว์น้ำก่อน เนื่องจากก๊าซในน้ำเสียได้ขับออกซิเจนออกจากน้ำจนหมด ทำให้ปลาไม่มีออกซิเจนหายใจและลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ดังนั้นเราต้องเร่งเติมจุลินทรีย์เพื่อช่วยสร้างออกซิเจนในน้ำให้ได้ก่อน ซึ่งไม่มีอันตรายต่อสัตว์น้ำแม้กระทั่งลูกยุงลายก็ไม่มีผลกระทบ แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูความใสและความสะอาดของน้ำในลำดับถัดไป

ด้าน นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง กล่าวถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาและกรอบการทำงานของเทศบาลว่า ตอนนี้ทางเทศบาลเมืองคลองหลวงได้นำเครื่องสูบน้ำขนาด 4 นิ้ว จำนวนสิบกว่าตัว มาเร่งพ่นน้ำในคลองสอง เพื่อเติมออกซิเจน ทำให้น้ำใสขึ้น ป้องกันไม่ให้ปลาตาย ซึ่งวันนี้สถานการณ์ปลาเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่เรายังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมนำเครื่องเติมอากาศมาติดตั้งเพิ่มอีก 5–6 ตัว ต้องขอขอบคุณ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (บิ๊กแจ๊ส) ที่นำนวัตกรรมมาช่วยปรับสภาพน้ำให้ใสและลดกลิ่นเหม็น โดยได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าสารบำบัดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในวันนี้ผมยังได้ทำหนังสือถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องกังหันตีน้ำบำบัดน้ำเสีย และประสานงานไปยัง ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อหาอุปกรณ์และเครื่องมือเข้ามาช่วยเหลือประชาชน
เราจะปล่อยให้ปลาตายทุกวันหรือให้พี่น้องประชาชนต้องทนสูดกลิ่นเหม็นไม่ได้ การบำบัดในวันนี้เป็นการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ส่วนในระยะยาว เทศบาลจะวางแนวทางป้องกันน้ำท่วมและน้ำเสียทุกฤดูกาล ทั้งการติดตั้งกังหันถาวรและการปรับปรุงคุณภาพน้ำร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณทหารกองทัพบก โดย ท่าน ผบ.ทบ. ที่ส่งกำลังพลจิตอาสามาช่วยเทศบาลเมืองคลองหลวงทำงานต่อเนื่องเป็นเดือน ทั้งงานกรอกกระสอบทราย ตักปลาเน่า ขนย้ายสิ่งของ และขอบคุณจิตอาสาทุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกันทำด้วยใจ เพื่อให้พี่น้องชาวคลองหลวงได้กลับมามีความสุข ปราศจากกลิ่นเหม็น และกำจัดสิ่งปฏิกูลในน้ำให้หมดสิ้นไป
ขณะเดียวกัน นายอนุชิต ปริยทิฆัมพร ผอ.กองสาธารณสุข อบจ.ปทุมธานี ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือกับมูลนิธิ ตามรอยบาทพระศาสดา โดย คุณกิ่งกาญจน์ ประธานมูลนิธิฯ และบริษัท สามโลกกรุ๊ป ในการนำผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์เข้ามาฉีดบำบัดเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานงานเร่งด่วนไปยังมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อขอสนับสนุนกังหันน้ำชัยพัฒนาเข้ามาช่วยเติมอากาศในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อช่วยเหลือและดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป
ทางด้าน นางจงกล อยู่ขวัญ อสม.อำเภอคลองหลวง ได้เขาชมการสาธิตและเปรียบเทียบสภาพน้ำให้เห็นความแตกต่างโดยระบุว่า นำ้ก่อนการบำบัด น้ำจะมีลักษณะขุ่นข้น และมีกลิ่นเหม็นเน่าแรง ทั้งกลิ่นน้ำเน่าและกลิ่นปลาเน่าอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากใส่จุลินทรีย์ลงไปบำบัดเพียงไม่ถึง 20 นาที สารแขวนลอยในน้ำจะเริ่มตกตะกอนลงไปกองอยู่ที่ก้นแก้ว ทำให้น้ำส่วนบนค่อย ๆ ใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และกลิ่นเหม็นเน่าก็ลดลงจนไม่มีกลิ่น ที่สำคัญจุลินทรีย์ดังกล่าวยังมีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ สัตว์เล็ก สัตว์น้อย หรือแม้กระทั่งลูกอ๊อดและลูกน้ำอีกด้วย


