หน้าแรก ในประเทศ ปปท. เร่งสอบข...

ปปท. เร่งสอบขยายผล KTV ปลวกแดง จนท.รัฐเอี่ยว-ละเลยบังคับใช้กม. หรือไม่ เชื่อไม่มีแทรกแซง

17.10.26 | 18:16 น.

ป.ป.ท. เขต 2 ลงพื้นที่ระยอง ขยายผลปม KTV ปลวกแดง ตรวจสอบเบาะแสจ่ายเงินเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมสอบการละเลยบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) บูรณาการร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการกล่าวอ้างถึงการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน เพื่อแลกกับการอำนวยความสะดวกหรือการละเว้นการบังคับใช้กฎหมาย ภายหลัง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเปิดปฏิบัติการ “ห้องแห่งความลับ” (OPERATION SECRET ROOM) ตรวจสอบสถานประกอบการ KTV จำนวน 4 แห่ง เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการทั้ง 4 แห่ง และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติการณ์ค้าประเวณีแฝงใน 2 แห่ง


การลงพื้นที่ครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยนายเอกชัย เกษมสุขธวัช และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยมอบหมายให้ นางสาวอนงนาต ชีวานันทกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ท. เขต 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากปฏิบัติการดังกล่าว

นางสาวอนงนาต เปิดเผยว่า ป.ป.ท. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ดูแลสถานประกอบการ เพื่อพิสูจน์ว่ามีการจ่ายเงินจริงหรือไม่ และมีบุคคลหรือหน่วยงานใดเกี่ยวข้องบ้าง โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงการนัดส่งมอบเงินสด ซึ่งอาจทำให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินมีความซับซ้อน จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ

Advertisement

นอกจากนี้ ยังขยายการตรวจสอบไปถึงบทบาทของหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานบริการ ทั้งการอนุญาตประกอบกิจการ การตรวจสอบสถานประกอบการ และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อพิจารณาว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรายใดเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบน การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หรือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

หากตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูลและพยานหลักฐานเพียงพอ จะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณารับไว้ไต่สวน โดยผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกฎหมาย ก่อนพิจารณาวินิจฉัย หากมีมติชี้มูลความผิดจะส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ การตรวจสอบเบื้องต้นมีกรอบเวลา 60 วัน ส่วนการไต่สวนมีกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงาน ป.ป.ท. ซึ่งให้ความสำคัญกับการติดตามปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐละเลยการบังคับใช้กฎหมายสถานบริการในพื้นที่ต่าง ๆ ควบคู่กับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงการตรวจสอบ นางสาวอนงนาต ระบุว่า มีความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดยยึดพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันว่าไม่มีความกังวลเรื่องการถูกแทรกแซง และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ท. ย้ำว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบุคคลใดกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย