‘ท็อป’ ฮึ่มยึดทรัพย์ ฟันโรงงานขยะพิษ เร่งรื้อกม.-เพิ่มโทษหนัก ปชน.ชี้เงินเยียวยาไม่พอ

18.10.26 | 06:15 น.

‘ท็อป’ ฮึ่มยึดทรัพย์ ฟันโรงงานขยะพิษ เร่งรื้อกม.-เพิ่มโทษหนัก ปชน.ชี้เงินเยียวยาไม่พอ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในรายการ “คุยกับ ครม. อนุทิน” ประจำวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ถึงทิศทางอุตสาหกรรมไทย ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องไม่แลกกับปัญหามลพิษหรือทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง ประเด็นที่ให้น้ำหนักมาก คือการจัดการกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย หลังยอมรับว่ากฎหมายบางฉบับใช้มานาน 40-50 ปี โทษปรับเดิมไม่เกิน 200,000 บาท ต่ำจนผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกจ่ายค่าปรับแทนการบำบัดของเสียที่ถูกต้อง ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างแก้ พ.ร.บ.โรงงาน และกฎหมายกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI และศุลกากร เพื่อยกระดับการเอาผิดให้เชื่อมถึงเส้นทางการเงิน ตามยึดทรัพย์เจ้าของกิจการ และผลักดันค่าปรับไปถึงระดับ 8 หลัก

“เวลานี้การลงโทษมันถูกกว่าการเอาไปบำบัด หากโทษเบาเกินไปก็ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว จึงต้องทำให้การฝ่าฝืนกฎหมายไม่คุ้ม และบังคับให้กากอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้อง” นายวราวุธ กล่าว


นายวราวุธ กล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องเร่งเตรียมรับมือ คือ ขยะจากเทคโนโลยีสะอาด ทั้งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถ EV ซึ่งจะทยอยหมดอายุในไม่กี่ปี โดยเฉพาะแผงโซลาร์ที่ใช้มานานราว 10 ปีและมีอายุใช้งานประมาณ 15 ปี ซึ่งอาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงฯ จึงเร่งผลักดันนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล รวบรวมโรงงานรีไซเคิลและกำจัดของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมและการติดตามตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ซากแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปกองปะปนกับขยะทั่วไป ทั้งนี้ แบตเตอรี่ EV ที่หมดสภาพจากการใช้งานในรถไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งทั้งหมด บางส่วนสามารถนำไป recondition และใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS ได้ ส่วนที่เสื่อมจริงต้องกำจัดอย่างถูกวิธี เพราะมีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ด้าน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อเขียน (เรื่อง เงินเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้าน ใกล้จะหมดแล้วครับ) โดยระบุว่า ตามมติครม.ที่อนุมัติ กรอบวงเงินเยียวยาน้ำท่วม 2 รอบ (558 ล้าน + 4,731 ล้าน) รวม 5,290 ล้าน ตอนนี้โอนจ่ายไปแล้ว 5,215 ล้าน แทบไม่เหลือเงินให้โอนต่อแล้วครับ
ต้องรอจนกว่า ครม.จะมีมติเพิ่มกรอบวงเงินเยียวยาให้ใหม่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอาเครื่องเข้า ครม.วันไหน
ที่นายกฯบอกว่าเงิน 4,732 ล้านเพียงพอ – เพียงพอกี่โมง? แม้แต่กระทรวงมหาดไทยที่นายกฯ กำกับแท้ๆ ยังประเมินความเสียหาย ต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 4 เท่า

Advertisement

ตามข้อมูลล่าสุด เราจ่ายเงินผู้ประสบภัยไปแล้ว 5,215 ล้าน จาก 683,000 เคส แต่ยังเหลือผู้ประสบภัยอีก 1.7 ล้านเคส (เฉพาะกทม. 700,000 เคส) ที่ยื่นคำขอเข้ามา และยังไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งถ้าจ่ายหมดนี่คาดว่า ต้องใช้เงินเพิ่มอีก 12,000 ล้านบาท (ผมไม่แปลกใจที่การจัดการน้ำ การแก้สถานการณ์และการช่วยเหลือจะล้มเหลว – ขนาดอนุมัติเงินช่วยเหลือที่คำนวณ “หลังจาก” เกิดน้ำท่วมไปแล้ว ยังประเมินตัวเลขความเสียหาย ผิดพลาดได้ขนาดนี้) รมว.มหาดไทย ควรเร่งดันเรื่องเข้าครม. เพื่อขอมติเพิ่มกรอบวงเงินเยียวยาน้ำท่วมแบบเร่งด่วน อย่าให้พี่น้องประชาชนต้องทนลำบากไปมากกว่านี้ครับ บ้านน้ำท่วมตั้งแต่เดือนที่แล้ว ผ่านมา 3 อาทิตย์ ยังไม่ได้เงินเยียวยาเลยนะครับ

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงว่า หลักการที่จะขอรับการจัดสรรงบประมาณงบกลางจากคณะรัฐมนตรีได้ จะต้องมีจำนวนครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัด/กทม. รายงานเข้ามาในระบบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยจะนำจำนวนครัวเรือนดังกล่าวมาคำนวณด้วยอัตราการจ่ายเงินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แล้วจึงจะเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งการเสนอจะเสนอได้ตามจำนวนครัวเรือน ณ ขณะนั้นเท่านั้น ไม่สามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณได้เกินกว่าข้อเท็จจริง
นายนิรัตน์ กล่าวว่า แต่รัฐบาลได้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงได้อนุมัติงบประมาณ งบกลาง ของปีงบประมาณ 2569 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย 66 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 5,281.6556 ล้านบาทมาให้ ปภ.เร่งจ่ายก่อน โดยไม่รอให้ภัยสิ้นสุด