เรียกสอบทนายอมเงิน 5 ล้านเหยื่อรถชน พบผิดจริงลบชื่อจากสภาทนายความ

1.07.17 | 11:37 น.

จากกรณีมีผู้พบเห็น น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี เข็นรถวีลแชร์ที่มีลูกสาวชื่อน้องบีม นั่งมา ตระเวนขายของตามศาลาวัด ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและบุตรสาวในแต่ละวัน หลังประสบอุบัติเหตุรถปิกอัพชนกับรถพ่วง 18 ล้อ เหตุเกิดที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเหตุให้นายอรุณรัตน์ แก้วผ่อง สามี น.ส.พรทิพย์ เสียชีวิต ส่วนน.ส.พรทิพย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และน้องบีม กระดูกทับไขสันหลังกลายเป็นคนพิการต้องนั่งวีลแชร์ ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากนายพิสิษฐ์(สงวนนามสกุล) ทนายความช่วยดำเนินการทางคดี โดยบริษัทรถพ่วงคู่กรณีจ่ายเงินเยียวยา 5 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ กลับจ่ายให้กับ น.ส.พรทิพย์ เดือนละ 40,000 หมื่นบาท เป็นเวลา 7 เดือน ก่อนหนีไปและติดต่อไม่ได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาทนายความ พยายามติดต่อไปยังนายพิสิษฐ์ ทนายความคู่กรณี ที่เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวน้องบีม แล้วโกงเงินไปตามที่เป็นข่าวแล้ว โดยช่วงแรกติดต่อไปทางเบอร์โทรศัพท์ที่มีในประวัติทนายความ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะนี้สภาทนายความได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงานทนายความของนายพิสิษฐ์ ย่านฝั่งธนบุรี และส่งไปยังบ้านพักของนายพิสิษฐ์ ย่านบางซื่อ เพิ่มเติมแล้ว โดยการส่งหนังสือนี้เพื่อเรียกตัวนายพิสิษฐ์ เข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง หากสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง จะลบชื่อออกจากทะเบียนสภาทนายความ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดร้ายแรง

ทั้งนี้ตามกฎหมายนายพิสิษฐ์ จะต้องเข้ามาพบภายใน 15 วัน ตั้งแต่ที่มีการเซ็นรับเอกสารที่สภาทนายความส่งไป หากไม่มาตามกำหนดจะถือว่ามีความผิด ด้าน น.ส.พรทิพย์ แม่น้องบีม สภาทนายความจะเรียกเข้ามาเพื่อสอบปากคำและเซ็นมอบอำนาจให้ทางสภาทนายความช่วยดูแลทั้งทางแพ่งและทางอาญา เบื้องต้นทราบว่าแม่น้องบีมจะเข้ามาไม่เกินวันที่ 4 กรกฎาคมนี้

นายสรัลชา กล่าวต่อว่า นายพิสิษฐ์ ไม่ได้เป็นทนายอาสาตามที่เป็นข่าว เป็นเพียงทนายความทั่วไปที่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพทนายเท่านั้น แค่อาสาเข้ามาช่วยครอบครัวน้องบีมเป็นการส่วนตัว สำหรับกรณีที่ น.ส.พรทิพย์ แม่น้องบีมถอนแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในคดีฉ้อโกงแล้ว ลักษณะนี้หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่านายพิสิษฐ์ มีความผิดจริง เป็นความผิดใหม่สามารถแจ้งความได้ เนื่องจากยังอยู่ในอายุความ ส่วนคดีปลอมแปลงเอกสาร คดีนี้ไม่สามารถถอนแจ้งความได้เพราะเป็นคดีอาญา ขณะนี้คดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด หากพบความผิดจะออกหมายเรียกและออกหมายจับต่อไป