เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อม พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต. เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช. สตม. พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5, พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการ กก.ปอพ บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ตำรวจ ตม. เข้าค้นบ้านแห่งหนึ่ง ซอยคู้บอน 27 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีกลิ่นกัญชารบกวน จากการตรวจค้นพบช่อดอกกัญชาน้ำหนักรวมกว่า 5 ตันและบุคคลต่างด้าวกำลังคัดแยกช่อดอกกัญชาเพื่อเตรียมบรรจุและกระจายส่งให้ลูกค้าเบื้องต้นพบการขออนุญาตไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ดำเนินการจึงเร่งขยายผลตรวจสอบแหล่งที่มาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่าจากการตรวจค้นสืบเนื่องจากได้รับเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีกลิ่นกัญชารบกวนชาวบ้านจึงใช้เวลาประมาณ 2 เดือนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยคู้บอน 27 พบชาวเวียดนาม 1 คน และชาวเมียนมา 4 คน กำลังคัดแยกช่อดอกกัญชาภายในห้องพัก พบถุงดำบรรจุช่อดอกกัญชาจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านทั้ง 3 ชั้น รวมปริมาณกว่า 5 ตัน โดยบ้านหลังดังกล่าวมีการติดตั้งระบบท่อระบายอากาศ เพื่อระบายกลิ่นออกไปด้านนอก สอบสวนเบื้องต้นพบว่ามีคนไทยเป็นผู้ทำสัญญาเช่าบ้าน ก่อนที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาพักอาศัยและดำเนินการดังกล่าวมานาน กว่า 1 ปี ส่วนแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 4 คน ได้รับค่าจ้างวันละประมาณ 200-300 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าชาวเวียดนามที่ถูกจับกุมอาจทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงาน ซึ่งมีลักษณะคล้ายการบริหารจัดการเป็นระบบบริษัท โดยบ้านหลังดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่พัก คัดแยก และบรรจุช่อดอกกัญชา ก่อนกระจายส่งให้ลูกค้า ส่วนช่อดอกกัญชาที่ตรวจยึดจะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อพิสูจน์แหล่งที่มาว่าเป็นกัญชาที่ปลูกในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศนอกเหนือจาก พม่า เวียดนาม จีน ที่เข้ามาในบ้านหลังนี้ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล
นางสาว อรอนงค์ ศรีสุวรรณ ตำแหน่งนิติกรชำนาญการ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองส่งเสริมการแพทย์แผนไทย 2542 กำหนดว่า หากใครจะจำหน่ายหรือแปรรูปและส่งออกช่อดอกกัญชาสามารถขออนุญาตทำได้ในพื้นนั้นๆ หากอยู่พื้นที่ต่างจังหวัดต้องขอตามจังหวัดนั้น ขอได้จากสำนักสาธารณสุขของจังหวัดนั้นๆ ซึ่งการจับกุมพบว่าการอนุญาตที่มีอยู่เป็นใบอนุญาตจากจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งไม่ครอบคลุมการดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

