พบรอยเท้าไดโนเสาร์เพิ่ม! อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุฯ ลุยสำรวจ คาดเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อ อาจมีอายุไม่ต่ำกว่า 130 ล้านปี
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพในกลุ่มเฟซบุ๊ก นี่ตัวอะไร พร้อมระบุข้อความว่า “ใช่รอยเท้าไดโนเสาร์ไหมครับ เจอแถวลำธารในป่า อำเภอบ้านผือ อุดรธานี” จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์จำนวนมาก
อ่านข่าว – ลุ้นข่าวดี! หนุ่มพบ รอยเท้าปริศนา ที่อุดร สงสัยรอยตีนไดโนเสาร์หรือไม่ กรมทรัพยากรธรณีเร่งตรวจสอบ
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี เร่งลงพื้นที่สำรวจซากดึกดำบรรพ์อย่างเร่งด่วน หลังรับรายงานการพบรอยเท้าสัตว์โบราณในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
โดยนายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณท้องที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คุณพิชัย ประเทศเสนา ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชมธรรมชาติในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ และสังเกตเห็นรอยหินลักษณะคล้ายรอยเท้าสัตว์โบราณบริเวณลำธารที่มีน้ำไหลผ่าน จึงถ่ายภาพเผยแพร่ลงในสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดการวิเคราะห์ในวงกว้างและนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ โดยจากการสำรวจเพิ่มเติมรอบบริเวณลานหินทราย พบรอยเท้าสัตว์โบราณประทับชัดเจนรวม 4 รอย แต่ละรอยมีความกว้างและความยาวประมาณ 32 เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างรอยเท้าคงที่ 80 เซนติเมตร ซึ่งสะท้อนถึงจังหวะการเดินของสัตว์ขนาดใหญ่ในอดีต

นายสุชาติ เปิดเผยว่า “ภายหลังจากได้รับรายงานการค้นพบสิ่งที่มีลักษณะคล้ายรอยเท้าไดโนเสาร์ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) ได้สั่งการทันทีให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บูรณาการทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี จัดส่งทีมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจและคุ้มครองพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่อำเภอบ้านผือถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา และโบราณคดีของประเทศ การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานทางธรรมชาติที่ทรงคุณค่า ซึ่งกระทรวงฯ มุ่งหวังจะต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นต่อไป”

ด้านนายยุงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) โดยจุดที่พบรอยเท้าตั้งอยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) เคยพบเห็นจุดดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัด กระทั่งมีภาพเผยแพร่และได้รับความสนใจ เจ้าหน้าที่จึงเข้าสำรวจพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติมอย่างละเอียดจนพบรอยที่มีลักษณะใกล้เคียงกันรวม 4 รอย ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยาในจุดที่ค้นพบ คาดว่าเป็นชั้นหินทรายในกลุ่มหินโคราชที่มีอายุหลายสิบล้านปี โดยทางอุทยานฯ ได้จัดทำแนวกั้นพื้นที่เฝ้าระวัง จัดทำบันทึกพิกัดดาวเทียม (GPS) และรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเสนอรายงานต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้รอยเท้าได้รับความเสียหายจากปัจจัยทางธรรมชาติและการรบกวนของมนุษย์
.
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมทรัพยากรธรณี โดยกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ และสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 เตรียมส่งทีมนักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านซากดึกดำบรรพ์ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางวิชาการอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เพื่อจำแนกอนุกรมวิธาน ระบุสายพันธุ์ ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ ตลอดจนประเมินขนาดลำตัวและช่วงอายุที่แน่ชัด หากผลการพิสูจน์ยืนยันความชัดเจน ทางหน่วยงานจะร่วมกันวางแผนยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยา และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของจังหวัดอุดรธานีต่อไป
ด้าน สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี รายงานว่า หน.อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุฯ นำทีมสำรวจรอยเท้าไดโนเสาร์ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท
นายวินัย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจรอยเท้าไดโนเสาร์บริเวณท้องที่หน่วยพิทักษ์ฯ ภธ.3 (ภูพระบาท) บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
เบื้องต้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ 4 รอย ความกว้าง 32 เซนติเมตร ความยาว 32 เซนติเมตร ระยะห่างของรอยเท้าไดโนเสาร์ 80 เซนติเมตร

ขณะที่ สวท.อุดรธานี FM 93.75 MHz รายงานว่า นายวินัย พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน่วยพิทักษ์ภูพระบาท ลำธารน้ำตกตาดน้อย บ้านติ้ว ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หลังมีประชาชนเผยแพร่ภาพรอยเท้าปริศนาลงในสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์
จากการสำรวจเบื้องต้น พบลักษณะรอยคล้ายรอยเท้าสัตว์กระจายอยู่ในพื้นที่รวมประมาณ 4 รอย โดยรอยที่ตรวจวัดมีความยาวหัวถึงท้ายประมาณ 32 เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างรอยเท้าที่ 1 กับรอยเท้าที่ 2 ประมาณ 80 เซนติเมตร เบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์กินเนื้อ ซึ่งอาจมีอายุไม่ต่ำกว่า 130 ล้านปี และมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 7-8 เมตร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการระบุชนิด อายุ และขนาดของสัตว์จากหลักฐานที่พบ
นายวินัยเปิดเผยว่า จุดดังกล่าวอยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวชมธรรมชาติสังเกตเห็นรอยลักษณะคล้ายรอยเท้าไดโนเสาร์บริเวณลำธารที่มีน้ำไหลผ่าน ก่อนถ่ายภาพเผยแพร่ในโลกออนไลน์และมีผู้สนใจร่วมวิเคราะห์ จนนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนเคยพบจุดดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ กระทั่งมีการเผยแพร่ภาพในสื่อสังคมออนไลน์และเกิดกระแสความสนใจ จึงมีการสำรวจพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติมจนพบรอยลักษณะใกล้เคียงกันรวม 4 รอย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 พร้อมประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงกรมทรัพยากรธรณี ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งรูปร่าง ขนาด และการเรียงตัวของรอย ตลอดจนลักษณะชั้นหินและข้อมูลทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์จริงหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์ชนิดใด ก่อนสรุปผลอย่างเป็นทางการ


