พบป่าสงวนแม่ระมาด ถูกมือมืดปรับพื้นที่ โค่นไม้กระยาเลยทิ้งเพียบ เสียหาย 7 ไร่
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีเจ้าหน้าที่บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบ้านป่าไร่ดินแดง หมู่ที่ 7 ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ระมาดและเขตป่าชุมชนบ้านขะเนจื้อ หลังตรวจพบการใช้เครื่องจักรปรับพื้นที่และการตัดโค่นต้นไม้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถแบคโฮและไม้ของกลางไว้ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
จากการรายงานทราบว่า เมื่อเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) กรมป่าไม้ ประกอบด้วย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.2 (ขะเนจื้อ) นำโดยนายนพดล สมศรี หัวหน้าหน่วยฯ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.9 (แม่จะเรา) ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ตาก 2 เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสายที่ 1 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาดและตำบลขะเนจื้อ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบการใช้รถแบคโฮ จำนวน 1 คัน ขุดดินและปรับพื้นที่เพื่อขยายเส้นทางเดิมและเปิดเส้นทางใหม่ โดยมีการขุดดินบริเวณสองข้างทางเพื่อนำมาถมเส้นทาง รวมระยะทางประมาณ 2,495 เมตร เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานการได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และพบพื้นที่ป่าที่ได้รับความเสียหายประมาณ 7 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา นอกจากนี้ ยังพบไม้กระยาเลยหวงห้ามที่ถูกตัดโค่น ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจนับและวัดขนาดเพื่อจัดทำรายละเอียดของกลางให้ครบถ้วน
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถแบคโฮจำนวน 1 คัน โดยประสานรถเทเลอร์นำออกจากพื้นที่ เนื่องจากใกล้มืดค่ำ และนำไปเก็บรักษาไว้ ณ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.2 (ขะเนจื้อ) ส่วนไม้ของกลางจะดำเนินการตรวจนับและจัดเก็บรักษาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การตรวจวัดพื้นที่และคำนวณรายละเอียดความเสียหายยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
สำหรับขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน และดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ที่เกี่ยวข้องได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการ จึงอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อให้ทราบถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวต่อไป
ด้านนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันและรักษาทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เป็นธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน ติดตามสถานการณ์ และสืบสวนหาข่าว เพื่อป้องกันและยับยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่า การลักลอบตัดไม้ และการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ






