กทม.เตรียม ‘ทีมช่าง’ ลงประเมินค่าซ่อมบ้านน้ำท่วม จ่อส่ง ‘SMS นัดล่วงหน้า’ รองผู้ว่าฯ ย้ำไม่ส่งลิงก์
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เวลาประมาณ 09.30 น. ที่หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย การลงทะเบียน และการจัดทีมเขตบัดดี้ เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบ้านเรือน พร้อมตอบข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับการขอรับเงินเยียวยา
นางสาวทวิดา กล่าวถึงลักษณะของคำร้องว่า กรณีที่ประชาชนสงสัยว่าทำไมการพิจารณาจึงล่าช้า ขออนุญาตอธิบายระบบหลังบ้านของแอพพลิเคชั่น ‘ทางรัฐ’ ซึ่งประชาชนอาจไม่เห็น โดยคำร้องที่เข้ามาประมาณ 1 ล้านเคส โดยแบ่งเป็น เลนเขียว เหลือง แดง
เลนสีเขียว หากผ่านเกณฑ์เบื้องต้น 3 ข้อ ได้แก่ 1. ต้องอยู่ใน 118 แขวง จาก 38 เขตที่ กทม.ประกาศไว้ 2. บ้านเลขที่ที่ระบุต้องอยู่ในแขวงนั้นจริง ซึ่งสามารถตรวจสอบจากข้อมูลได้ และ 3. ต้องเป็นผู้ที่เคยขอรับเงินช่วยเหลือจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มาแล้ว 1 ครั้ง
ในกรณีที่บ้านเลขที่อยู่ในแขวงนั้นจริง ข้อมูลที่ กทม.มีมากที่สุดคือปี 2565 ซึ่งจะมีเขตทางฝั่งตะวันออก อาทิ ลาดกระบัง หนองจอก และประเวศ ที่เคยขอรับเงินช่วยเหลือ ไม่ใช่ทั้ง 38 เขตที่เราเห็นอยู่ เพราะฉะนั้นจึงไม่ครบทุกเขตที่อยู่ในเงื่อนไขของแอพพลิเคชั่นทางรัฐ

“อันที่ 2 ถ้าท่านบังเอิญเลือกว่าท่านมีความเสียหาย เพราะท่านบอกว่าท่านมีความเสียหาย ต้องได้ 9,000 บาท เพราะท่านท่วมไม่เกิน 7 วัน เราจำเป็นต้องขอรูปจริง ๆ ว่าความเสียหายนั้นอยู่ที่ไหน ซึ่งพอแอพพ์ทางรัฐไม่มีที่ให้เราเอาไฟล์ เอารูปเข้ามา ท่านก็เลยติดค้าง เราก็เลยต้องขอเรียกเอกสาร เพราะฉะนั้นแม้แต่ในเลนเขียวเอง ก็มีเขียวที่ยังออกไม่ได้ แม้ว่าแขวงท่านถูก บ้านเลขที่ท่านใช่” นางสาวทวิดา กล่าว
นางสาวทวิดากล่าวต่อว่า คำร้องทั้งหมด 1 ล้านคำร้อง ไม่ได้อยู่ในเลนสีเขียวทั้งหมด โดยมีเพียงประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือเกือบ 40% เท่านั้น และไม่ได้เป็นสีเขียวเฉดเดียวกันทั้งหมด เพราะบางคำร้องยังต้องขอเอกสารเพิ่มเติม
ส่วน ‘เลนสีเหลือง’ ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด เป็นกลุ่มที่ต้องยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ ความเสียหายที่ยังไม่ชัดเจน และเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่อาศัย
ซึ่งกรุงเทพมหานคร มีเงื่อนไขการอยู่อาศัยที่ซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่น โดยมีลักษณะคล้ายเมืองใหญ่ เช่น อาคารเช่าและคอนโดมิเนียม แต่ในกรุงเทพฯ พบลักษณะแบบนั้นแทบทุกเขต เช่น บ้านเช่าหนึ่งหลังมีหลายห้อง แต่จดทะเบียนไม่ครบทุกห้อง หรือบางห้องไม่มีทะเบียน จึงต้องอาศัยผู้รับรอง นอกจากนี้ ผู้ยื่นคำร้องบางคนอาจไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านเลขที่นั้นจริง แต่มีบุคคลอื่นหรือญาติเป็นผู้อยู่อาศัย
ดังนั้น การพิจารณาสิทธิรับเงินเยียวยาผ่านแอพพลิเคชั่นทางรัฐ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบและยืนยันสิทธิของผู้ยื่นคำร้องให้ชัดเจน ก่อนดำเนินการต่อ
“ในเคสเหลือง หรือแม้แต่เคสเขียวที่ต้องมีการเรียกเอกสาร มีคนไปอุทธรณ์ที่เขตเยอะมาก ตอนนี้คือผู้แจ้งไม่ใช่ผู้อาศัยจริง ผู้ที่เป็นเจ้าของบอกว่า ไม่ใช่เจ้าของ ตอนนี้มีเคสในลักษณะนี้ค่อนข้างเยอะ และรวมถึงการเซ็นมาเป็นปึก ๆ ถึงห้องเช่า โดยที่ไม่ได้แนบสำเนาของเจ้าของและเป็นแค่ผู้ดูแล ซึ่งอาจมีความเข้าใจผิดได้ ซึ่งมีเคสอุทธรณ์ค่อนข้างเยอะมาก
ส่วน ‘เคสแดง’ ตอนนี้เริ่มมีแล้ว คือไม่ได้ไปตั้งแต่ต้นด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง เพราะฉะนั้นเริ่มมีอุทธรณ์เข้ามา” นางสาวทวิดา กล่าว
นางสาวทวิดากล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด เวลามีความผิดพลาดหรือมีการต้องแก้ไขเรียกคืน เจ้าหน้าที่เองต้องรอบคอบด้วย เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในภาระงานที่ตัวเองต้องทำให้ถูกต้อง
ในส่วนกรณี เว็บไซต์ claim.bangkok ที่มีประชาชนสงสัยว่าเหตุใดจึงเพิ่งเริ่มดำเนินการ นางสาวทวิดา อธิบายว่า ขณะนี้มีคำร้องผ่านแอพพลิเคชั่นทางรัฐถึง 1 ล้านคำร้อง กทม.จึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ของ กทม.ทุกเขตไม่มีเขตไหนว่าง ต่างลงพื้นที่และช่วยดำเนินการเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา และยังไม่ได้ถอนกำลังกลับ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งไปช่วยเก็บขยะร่วมกับ นายพรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็น ‘ทีมบัดดี้’ เยียวยาที่กระจายอยู่ทุกเขต เพื่อช่วยดำเนินการเรื่องเงินเยียวยา โดยทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด
“มันไม่สามารถเริ่ม claim.bangkok ได้ เราอยากให้แอปทางรัฐออกไปก่อนให้หมด แต่ตอนนี้เราจะแบ่งแล้วเพราะเนื่องจากตอนนี้คิวของแอพพ์ทางรัฐในช่วงบ่ายของทุก ๆ เขตหลวมแล้ว สามารถเดินเข้าไปได้ ดังนั้นเราจะถอยคน เอาบางส่วนและไปรวมทีมเพื่อประเมินความเสียหายหน้างาน ถามว่าทำไมต้องลงไปประเมินความเสียหายหน้างาน claim.bangkok ขอแจ้งอีกครั้ง ในแอพพ์ทางรัฐ ถ้าท่านแจ้งว่าท่านเสียหายหรือมีน้ำเข้าในที่พักอาศัย ท่านสามารถแจ้งขอเงินที่เป็นการประเมินจากการเสียหายจริงได้อีกหนึ่งก้อนจาก claim.bangkok”นางสาวทวิดา กล่าว
นางสาวทวิดา กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ประเมินเฉพาะกรณีค่าซ่อมแซมบ้าน ส่วนความเสียหายหมวดอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์เสียหาย ซึ่งมีรูปถ่าย ใบรับรองแพทย์ หรือใบเช่าบ้าน สามารถแนบเอกสารเข้ามาในเว็บไซต์ claim.bangkok ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานเขต หากมีเอกสารนี้ ขอให้ส่งเข้ามาก่อนให้ครบ
จากนั้น จะมีทีม กทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของบ้าน เช่น พื้นเสียหายกี่ตารางเมตร วัสดุที่ใช้ ประตูเสียหายอย่างไร รวมถึงโครงหน้าต่างหรือกระจกเสียหายแบบไหน เนื่องจากมีระเบียบกำหนดไว้ว่า วัสดุแต่ละประเภทและปริมาณความเสียหายจะประเมินเป็นมูลค่าเท่าใด เพราะฉะนั้น ต้องมีทีมลงไป
“กรุงเทพมหานครมี นายช่าง ถามว่าทำไมต้องเป็นนายช่าง คือการไปตีราคาค่าซ่อม ต้องกระทำโดยนายช่าง เพราะถือว่ามีวุฒิเป็นเจ้าหน้าที่แห่งรัฐ และมีทักษะทุกคน ทุกทีมที่ลงไปใน 38 เขต 118 แขวงต้องมีนายช่าง 1 คน อยู่ในทีมนั้น ๆ นายช่างไปคนเดียวได้ไหม ไม่ได้ เพราะจะเกิดปัญหาว่านายช่างท่านนั้น ไปตีความผิด ดูไม่รอบคอบ เพราะฉะนั้นทีมจึงต้องมีอย่างน้อย 2 คน และต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐทั้งคู่ เพราะมีความรับผิดรับผิดชอบในการไปตีมูลค่ามา ดังนั้นเขาก็จะออกไปอย่างน้อย 2 คนต่อ 1 ทีม” นางสาวทวิดา กล่าว

นางสาวทวิดา กล่าวต่อว่า เราดึงวิศวกรทั้งหมด ทั้งสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักจราจร และโยธาเขตบัดดี้ไปรวมกันในเขตที่จะต้องปูพรมให้การช่วยเหลือ และลงไปเพื่อไปขอประเมินหน้างาน ว่าเสียหายเท่าไหร่
“คล้าย ๆ เหมือนตอนแผ่นดินไหว เราก็ทําแบบประเมินกลางขึ้น เพื่อให้แต่ละทีมที่ออกไปไม่ใช้ดุลพินิจ การใช้ดุลพินิจอาจมีคําถามอีก เราจึงทำแบบมาตรฐานขึ้น เข้าไปตรวจดูอะไรบ้าง ตารางเมตรเท่าไหร่ วัดแบบไหน และเขาจะเอามาเทียบราคาได้ พอทีมตรวจเสร็จ เอากลับเข้ามาเขต ตอนนี้ที่กำหนดไว้ คือทุกสัปดาห์ให้กรรมการเขตประชุม ตรวจหน้างาน ขึ้นมากรรมการเขตประชุม” นางสาวทวิดากล่าว
นางสาวทวิดาเผยว่า ระบบนัดหมายจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (22 ตุลาคม) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บางส่วนก่อน ทั้งวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ แต่เป็นการเริ่มที่ยังไม่ใช่ด้วยระบบการส่ง SMS เพราะการส่งนัด ไม่ใช่ส่งวันนี้และบอกพรุ่งนี้ไป
“การส่งนัด พรุ่งนี้ส่งออก คือ อาจจะขอวันอาทิตย์ได้หรือไม่ หรือจะเป็นศุกร์ เสาร์ อาทิตย์หน้า ซึ่งจะมีการนัดเป็น 2 ระยะแบบนี้เพื่อให้ประชาชนได้ตั้งตัว” นางสาวทวิดา กล่าว และว่า
ส่วนชุมชนที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบได้ก่อนนั้น เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีชุมชนจัดตั้ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายหมู่บ้านและตำบลในจังหวัดอื่น ๆ โดยมีประธานชุมชนและกรรมการชุมชนคอยดูแล ที่ผ่านมาประธานชุมชนหลายแห่งมานั่งรอที่สำนักงานเขตเพื่อเซ็นรับรองให้ประชาชน

นางสาวทวิดา ย้ำว่า ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ทุกส่วนไม่ได้ดำเนินการ แต่การรับรองต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองเป็นผู้รับรองได้ เนื่องจากอาจเกิดข้อกล่าวหาว่า เป็นกลุ่มของใครหรือฝ่ายใด
“ระเบียบเขาไม่ได้ให้ทำ ทำได้เฉพาะเจ้าหน้าที่แห่งรัฐ ดังนั้นพอจัดทั้งหมดเบ็ดเสร็จก็จะลงไปดูที่ชุมชนก่อนด้วย ดูมาตรฐานการตรวจ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น” นางสาวทวิดา กล่าว
นางสาวทวิดา ชี้แจงต่อถึง กรณีที่มีคนสอบถามว่า กรุงเทพมหานครใช้งบประมาณไปกับอะไรบ้าง ว่าโดยปกติเมื่อใกล้วันที่ 30 กันยายน ทุกหน่วยราชการจะส่งเงินคืนเข้าระบบหมด เก็บไว้ผิดวินัยทางการคลัง กทม.จึงเตรียมนำเงินที่เหลือซึ่งสามารถเบิกจ่ายได้ ทั้งงบกลาง และงบเหลือจ่าย ส่งกลับเข้าระบบไว้ก่อน เพื่อรองรับกรณีที่สำนักงานเขตหรือสำนักที่มีภารกิจเกี่ยวข้องจำเป็นต้องใช้เงิน
“ตอนปี 2569 ที่เหลืออยู่ เราจะมีการส่งออกไปเป็น อาหารดูแลผู้ประสบภัย ค่าถุงยังชีพ ค่าวัสดุป้องกันน้ำท่วมเป็นก้อนแรกก่อนที่ใช้ในการแก้ปัญหาช่วงวันที่ 25 ถึงวันที่ 30 กันยายน พอหลังจากวันที่ 30 กันยายน เราก็ตั้งไว้เลยตั้งแต่แรก ในการที่จะส่งต่อ เพราะเราวิเคราะห์แล้วว่าต้องมีความช่วยเหลือที่จะส่งต่อ ถุงยังชีพมีโอกาสที่จะได้ไปครั้งหนึ่งแล้วจะได้อีก เนื่องจากน้ำท่วมยาวมาก หลักการจัดถุงยังชีพปกติ จัดอยู่ที่ 3 วัน เพราะไม่อย่างนั้นมันหอบไปได้ต่อเที่ยวไม่เยอะ เพราะฉะนั้นเมื่อเราท่วมกันยาวเกิน 7 วันเป็นไปได้ว่ามี 2 รอบ” นางสาวทวิดา กล่าว
นางสาวทวิดากล่าวทิ้งท้ายถึง กรณี SMS ด้วยว่า อาจมีข้อกังวลว่าจะมีปัญหา SMS ที่ส่งไป เราจะไม่ส่งลิงก์อะไรใน SMS เราจะใส่ข้อมูลไปว่าถ้าหากท่านมีข้อสงสัย หรืออยากได้ข้อรายละเอียด ให้มาที่เว็บทางการของกรุงเทพมหานคร เราจะไม่มีการส่งลิงก์
“หัวข้อที่ส่งไปจะเป็นเรื่องของ การที่ทีมช่างทีมตรวจประเมิน กทม.ทำนัดหมายเพื่อตรวจประเมินความเสียหาย และที่เราจะส่งไปจะเป็นแบบนี้ ดังนั้นเวลาเจ้าหน้าที่ไป เขาจะมีบัตรว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่จะลงไปตามที่ข้อความนัดหมาย ซึ่งตัวอย่างข้อความ หากเริ่มส่งจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบต่อไป” นางสาวทวิดา กล่าว




