หน้าแรก ในประเทศ ‘กำลังคุยเงิน...

‘กำลังคุยเงินเพิ่ม’ รองผู้ว่าฯ ร่ายสวัสดิการ ‘ลูกจ้างกทม.’ แจง ส.ก.ดูแลเต็มที่ ทุ่มเทฟื้นเมืองหลังน้ำท่วม

22.10.26 | 13:01 น.

‘กำลังคุยเงินเพิ่ม’ รองผู้ว่าฯ ร่ายสิทธิสวัสดิการ ‘ลูกจ้างกทม.’ เทียบพนักงานจ้างอปท. หลังรับปาก ส.ก. ยัน ‘ดูแลเต็มที่’ ทุ่มเทฟื้นเมืองหลังน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย เป็นประธานสภาฯ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีสมากชิก ส.ก.ร่วมอภิปรายอย่างต่อเนื่อง โดยทวงถามความคืบหน้า ในการดูแลบุคลากรของ กทม.อย่างจริงจัง ซึ่งทุ่มเทอย่างหนักในการเก็บขยะและฟื้นฟูหลังน้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ค่าตอบแทนมีความเหมาะสม เช่น ปรับฐานเงินเดือน หรือเพิ่มสวัสดิการ ที่ควรดูแลได้มากกว่านี้ ไม่เพียงเพื่อให้ดำรงชีพต่อได้ แต่ควรปรับให้มีความมั่นคงในชีวิต

ในตอนหนึ่ง น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงญัตติเกี่ยวกับกรณี สวัสดิการเสี่ยงภัยของบุคลากรกทม. โดยเริ่มจากกล่าวถึงภาพรวมข้อสรุปของคณะกรรมการ หลังจากที่ได้รับปากท่านสมาชิก ส.ก.ไปว่าจะมีการศึกษาและเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและสวัสดิการทุกประเภท ที่บุคลากรควรได้รับ

Advertisement

น.ส.ทวิดากล่าวว่า ในส่วนของการพิจารณาตัวเงินนั้น บางอย่างเราอาจสื่อสารไม่ดี และมีบางครั้งที่เรารับดูแลแล้วไม่ได้อธิบาย ซึ่งในมาตรรฐานความปลอดภัยของลูกจ้างนั้น จะมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและเครื่องมือ แต่บางครั้งก็ต้องยอมรับว่า เครื่องมือบางอย่าง บุคลากรอาจรู้สึกไม่ถนัด หากเรามีการปรับให้เข้ากับลักษณะการทำงานก็น่าจะดี

“เช่น กรณีตึก สตง. เรามีถุงมือให้เปลี่ยนทุกวัน อย่างเหลือเฟือมาก แต่บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกว่าไม่ถนัดจริงๆ แม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดบางท่านนั้นทุ่มเทมาก จนเป็นอาจเป็นไปได้ว่า มีการถอดออกอยู่บ้าง เราจะพยายามทำให้เครื่องแบบ Fit กับเขา ให้มากขึ้น”

“ส่วนสวัสดิการรูปแบบอื่น มีทั้งประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุ การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม แม้แต่กระทั่งลงพื้นที่ อาสาสมัคร หรือหมอ แม้แต่ Pre-Exposure พวกพิษบาดทะยัก พิษสุนัขบ้า เราก็ฉีดให้เต็มที่ อย่างน้ำท่วมงวดนี้บุคลากรที่ลงไป แม้แต่ทหาร เราจัดวัคซีนบาดทะยักที่หน้างานเลย ฉีดได้เลยเหลือเฟือ ไม่มีขาดแน่นอน”   

น.ส.ทวิดากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมี การตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงเฉพาะของงาน ประกันภัยรถยนต์ ดูแลอย่างเต็มที่

ในเรื่องของโรงพยาบาล ขออนุญาตสื่อสารไปในคราวนี้เลยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือมีปัญหาขึ้น โรงพยาบาลในสังกัด กทม.ต้องรับบุคลากรของเราทุกประเภท ไม่มีสิทธิปฏิเสธ ต้องให้การรักษาในเบื้องต้น

“ถ้าหากโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ใช่ ตติยภูมิของกทม. เป็นไปได้ว่าไม่สามารถรักษาเงื่อนไขบางอย่างได้ ต้องมีการส่งต่อ อันนี้ก็เดี๋ยวจะรีบปรับปรุงให้ทุกโรงพยาบาล สามารถรับสิทธิ UCEP และมีความสามารถในการรักษาเบื้องต้นให้ได้มากที่สุด” น.ส.ทวิดาเผย

จากนั้น น.ส.ทวิดา เปรียบเทียบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ตอบแทนอื่นของลูกจ้างกทม. กับ พนักงานจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของ มหาดไทย

โดยกล่าวว่า จากกฎหมายที่ออกมานั้นจะเห็นว่า สวัสดิการของทางมหาดไทย ครอบคลุมแต่เฉพาะ ‘พนักงานจ้างอปท.’ ด้วยเหตุผลที่ว่า อปท. 3 ประเภทนั้น จะเริ่มที่จะไม่มีลูกจ้างแล้ว เปลี่ยนสถานะเป็น ‘พนักงานจ้างอปท.’ ทั้งหมด

ซึ่งหากเทียบเป็นข้อ จะพบว่าลูกจ้างกทม.สามารถเบิกจ่ายตรงได้ และมีส่วนที่ได้มากกว่า

“จะมีหมวดดังต่อไปนี้ เงินช่วยเหลือค่าครองชีพชั่วคราว บำเหน็จพิเศษ, สวัสดิการการศึกษาบุตร, เงินรางวัลประจำปี โบนัส ที่ท่านสมาชิกกล่าวถึง ค่าตอบแทนพนักงานเก็บขนมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล, สหกรณ์ออมทรัพย์กทม., กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ พรูเด็นเชียลประเทศไทย, การพักอาศัยในอาคารสงเคราะห์, การลาคลอดบุตร 120 วัน รอประกาศของทางกระทรวงการคลังในเรื่องการจ่าย 30 วันที่เพิ่มขึ้นมาก็จะได้รับการจ่ายด้วย

นอกจากนี้ยังมี การสอบบุคลากรภายในเป็นข้าราชการ ความก้าวหน้าในอาชีพ รวมทั้งยังมีส่วน ‘เงินเพิ่ม’ ที่เรากำลังคุยกันอยู่

 

น.ส.ทวิดากล่าวต่อว่า หากเทียบเป็นรายเดือน ลูกจ้าง กทม.มี 2 กลุ่มคือ ลูกจ้างประจำ และ ลูกจ้างชั่วคราว

ลูกจ้างประจำกทม. ขั้นต่ำอยู่ที่ 8,690 บาท ตามภารกิจว่าเป็นลูกจ้างในหมวดไหน โดยสูงสุดได้ที่ 41,610 บาท

ขณะที่ ลูกจ้างชั่วคราว กทม.อยู่ที่ 8,690 แต่จะมีเงินเพิ่มคือค่าครองชีพชั่วคราวขึ้นมาให้ 2,000 บาท (กระทรวงการคลัง) เงินช่วยเหลือค่าครองชีพชั่วคราว (กรุงเทพมหานคร) 2,000 บาท รวม 13,000 บาท

ขณะที่ พนักงานจ้างอปท. อยู่ที่ 11,000- 14,600 บาท ดังนั้น ถ้าในหมวดที่เท่ากันเราจะเห็นว่ายอดเงินนั้น ใกล้เคียงกันมาก

จากนั้น น.ส.ทวิดากล่าวถึง สิทธิประโยชน์ตอบแทนที่เพิ่มให้ หากเทียบลูกจ้างประจำกทม. กับ พนักงานจ้างอปท.ในปัจจุบัน ทั้งในเรื่องรูปแบบ บำเหน็จ ทุนสนับสนุนการศึกษา นั้นมีอัตราสูงกว่า

ต่อมา น.ส.ทวิดาเปรียบเทียบ สวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานกู้ภัยโดยเฉพาะ เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งสูงกว่าพนักงานจ้างอปท. (เดือนละไม่เกิน 3,500 บาทตามลักษณะงาน)

“ดังนั้นโดยมวลรวมแล้ว งบประมาณเป็นข้อจำกัดใหญ่อยู่เหมือนกัน เราจึงพยายามอย่างยิ่งที่ให้มีสิทธิประโยชน์ในหมวดอื่น หรือแม้ในเรื่องการทำประกันกับโรงพยาบาลในสังกัด กทม.เอง เพื่อให้สามารถจ่ายด้วยบัญชียาอื่นๆ ร่วมด้วยได้ เป็นส่วนที่คณะกรรมการศึกษา และมีการเคาะเปรียบเทียบออกมา” น.ส.ทวิดาเผย