“ป่าชายเลนขลุง” คลังอาหาร ชุมชน คนจันทบุรี

22.10.26 | 15:17 น.

“ป่าชายเลนขลุง” คลังอาหาร ชุมชน คนจันทบุรี

แดดระยิบ ส่องกระทบทะเลเวิ้งว้าง ริมป่าชายเลนโบราณ ของทะเลขลุง แห่งเมืองจันทบุรี


เรือประมงพื้นบ้านที่แล่นผ่านไป ผ่านมา ก่อคลื่นลูกน้อยใหญ่ที่สาดมากระทบต้นเสม็ดน้อยใหญ่ริมฝั่ง ครั้นพอคลื่นไหลกลับลงไป มองเห็น สัตว์ชายเลน ตัวเล็กตัวน้อยคลาน กระดุ๊ก กระดิ๊ก สร้างชีวิตชีวา ให้กับแหล่งธรรมชาติตรงนั้นดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ป่าชายเลนขลุง ซึ่งชุมชนและภาครัฐร่วมกันดูแล ฟื้นฟู ทำให้ป่าที่เคยถูกทำลาย กลายมาเป็นคลังอาหารที่สำคัญของท้องถิ่น

Advertisement

“ก่อนหน้านี้ประมงกันรุ่นพ่อ ทำประมงดีมาก คำว่าดีมาก มันคือสภาพแวดล้อมจะปกติ พอมาถึงช่วงยุคหนึ่งมีการเลี้ยงกุ้ง เวลาจับกุ้งเขาจะมีการปล่อยพวกกากชา พวกยาคอปเปอร์ที่ไล่กุ้งให้ลงอวน ตอนแรกๆ ที่เลี้ยงกันไม่มีการจัดระเบียบการบ่อตะกอนน้ำ ก็ปล่อยลงคลอง พอสักระยะหนึ่ง การเลี้ยงกุ้งเริ่มไม่ค่อยดี ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีการเลี้ยง ประกอบกับการทำกลุ่มอนุรักษ์ การดูแลผืนป่าของชาวบ้านด้วย มีการแนะนำจากหน่วยงาน พอเรามาทำตามในสิ่งที่เขาแนะนำกันปุ๊บ ทุกวันนี้ชาวประมงแถวนี้เริ่มหาของทะเลได้เยอะขึ้นครับ แต่มากน้อยอยู่ที่ประสบการณ์ อยู่ที่ฝีมือของแต่ละคน” นิมิตร แสนสุข ประธานกลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าบ้านคลองตะเคียน เล่าให้ฟัง

ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมกับหน่วยงานราชการอย่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เอง ในการที่จะฟื้นฟูเพื่อที่จะให้สภาพแวดล้อมแบบเดิมๆ กลับมาในพื้นที่ตรงนี้อย่างไรบ้าง

นิมิตร บอกว่า มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เรียกกลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าบ้านคลองตะเคียน กลุ่มของเรา ปลูกต้นไม้ จัดอบรม เก็บขยะเดือนละครั้ง แล้วก็มีการทำกิจกรรมแบบประชุมแล้วก็นันทนาการกับชาวบ้าน เอาหน่วยงานลงมาทำความเข้าใจกัน เหมือนกับว่าให้ชาวบ้านกลมกลืนกับหน่วยราชการได้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ ชาวบ้านเขากลัว ก็เลย ไม่สามารถจูนหากันได้ พอช่วงที่เรามาตั้งเป็นกลุ่มเพื่อทำดูแลผืนป่าร่วมกันระหว่างหน่วยงานกับชาวบ้าน มันทำให้การทำงานและการ มีส่วนร่วมระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานน่ะมันกลมเกลียวขึ้นครับ รู้จักกันเหมือนพี่น้อง

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดก็คือ ปัญหาที่ชาวบ้านไม่สามารถจะนำขึ้นไปบอกกับทาง ทช. ได้ ทช. กลับมารับฟังปัญหาได้ถึงพื้นที่ พอได้ทราบปัญหาถึงพื้นที่มันก็เป็นการเหมือน แก้ปัญหาตรงจุดเหมือน เกาได้ถูกที่

นิมิตร บอกว่า ปัญหาอันไหนที่ แก้ไม่สามารถแก้ไขได้ในชุมชน ทช. ก็จะยื่นมือเข้ามาช่วย กรณีบางตัวที่ชาวบ้านยังไม่เห็นถึงปัญหา แต่ทาง ทช. มีรู้ถึงปัญหา มานำมามาประชุมบอกชาวบ้าน ชาวบ้านจะได้รู้ ยกตัวอย่างเช่น ขวดหอย ขวดพลาสติก ที่ชาวบ้านเลี้ยง ชาวบ้านมองแค่ว่าเป็น วัสดุในการเพาะเลี้ยง แต่ทาง ทช. มองถึงปัญหาว่าอนาคตขวดที่พังแล้ว หรือไม่ใช้แล้วอาจจะถูกตัดทิ้งลงไปในคลอง อาจจะเกิดพวกไมโครพลาสติกอะไรเงี้ย ทำให้หอยนางรมในคลองขลุงอาจจะขายไม่ได้ พอรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าพวกนี้ปุ๊บ พอมีการจัดกลุ่มคุยกับชาวบ้าน ชาวบ้านก็ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เขาก็จะค่อยๆ ขยับขยายเปลี่ยนเป็นไม้ไผ่ มันก็จะทำให้ การเพาะเลี้ยงของอำเภอขลุง มันก็จะอยู่ยืนยาวกับชาวบ้านได้

ประฐมพงษ์ พัดสอน ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จังหวัดระยอง กล่าวว่า ป่าชายเลนผืนนี้ เป็นป่าดั้งเดิม อยู่บริเวณปากแม่น้ำเวฬุ ของจังหวัดจันทบุรี เนื้อที่อยู่ประมาณ 120,000 ไร่นะครับผม ก็เป็นป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศจันทบุรีเป็นอย่างมากให้ประโยชน์กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เป็นแหล่งของสัตว์น้ำ และก็เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่จะสร้างประโยชน์ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนด้วย

“ในการบริหารจัดการป่าชายเลน ของภารกิจ ทช. เป็นการจัดการแบบบูรณาการ แบบมีส่วนร่วม คือเราต้องเอาภาค ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน หรือทุกๆ ภาคที่เกี่ยวข้องครับ มาร่วมกันบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนของพื้นที่ป่าชายเลน เรามีทั้งตัวชุมชน มีการจัดการการใช้ประโยชน์พื้นที่ จะเป็น คทช. ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน หรือเป็นแหล่งอาชีพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็ตาม เรามีการบริหารจัดการร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อให้ทางชุมชนอยู่ได้ และถ้าเกิดชุมชนอยู่ได้ ชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนจะเป็นเหมือนกำแพงมนุษย์ที่สามารถปกป้อง อนุรักษ์ และฟื้นฟู ในภาพรวมของตัวพื้นที่ป่าที่ เป็นแหล่ง เป็นแหล่งที่เขาจะใช้ทำประโยชน์และเป็นแหล่งที่ใช้ชีวิต ที่อยู่อาศัย รายได้ของเขาได้ตลอดครับ “ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จังหวัดระยอง กล่าว

ป่าชายเลนขลุง ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทพิสูจน์ว่าการปกป้องดูแลธรรมชาติชายฝั่งสำคัญเพียงใด แต่ยังกระตุ้นเตือนเราเสมอว่า รากโกงกางที่หยั่งลึกลงในเลน อู่ข้าวอู่น้ำแห่งนี้ จะช่วยหล่อเลี้ยงลมหายใจของชุมชนและประเทศไทยต่อไปได้นานแค่ไหน ย่อมขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน