นับถอยหลังสู่การรวมตัวผู้นำอุตสาหกรรมทางน้ำระดับโลก ‘เรือด่วนเจ้าพระยา’ โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำ
Interferry 2026 ปักหมุดกรุงเทพฯ 2-4 พฤศจิกายนนี้ เวทีโชว์นวัตกรรมเรือเฟอร์รี่ ยกระดับสู่ฮับการเดินทางทางน้ำระดับโลกพร้อมเคลื่อนเศรษฐกิจและการเดินทางทางน้ำระดับโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นับถอยหลังสู่การเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาระดับโลก “Interferry 2026 – The 50th Annual Interferry Conference” ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร โดย บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งมวลชนทางน้ำระดับตำนานของไทย และเจ้าภาพการจัดงานในปีนี้ ได้ออกมาเผยถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการปรับตัวครั้งสำคัญ เพื่อรับมือกับวิถีการสัญจรยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป
สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด และประธานการจัดงาน Interferry 2026 เปิดเผยว่า ปัจจุบันวิถีการเดินทางของผู้คนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากอดีตที่มีผู้ใช้บริการราว 30,000-40,000 คนต่อวัน ปัจจุบันปรับลดลงเหลือประมาณ 15,000-20,000 คนต่อวัน โดยปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่ริมแม่น้ำ จากเดิมที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานราชการและสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้กลายมาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ โรงแรมหรู และจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว อาทิ ไอคอนสยาม เอเชียทีค และท่ามหาราช ส่งผลให้จุดประสงค์การเดินทางด้วยเรือเปลี่ยนจากการสัญจรในชีวิตประจำวัน (Commuting) สู่การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว (Tourism) มากขึ้น นอกจากนี้ การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้า BTS, MRT และโครงข่ายทางด่วนที่ครอบคลุม รวมถึงพฤติกรรมการทำงานแบบ Work From Home ที่เริ่มตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ล้วนเป็นตัวเร่งที่ทำให้ผู้โดยสารมีทางเลือกที่หลากหลายและรวดเร็วขึ้น
ชูจุดแข็ง “ตรงเวลา-ปลอดภัย” ยืนหยัดครองส่วนแบ่งตลาด 70% แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากทางเลือกการเดินทางที่เพิ่มขึ้น แต่เรือด่วนเจ้าพระยายังคงรักษาความเป็นผู้นำด้วยสัดส่วนการครองตลาดถึง 70% ปัจจัยแห่งความสำเร็จนี้เกิดจากปรัชญา “ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า” โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่รวดเร็ว ตรงต่อเวลา ช่วยให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนของการจราจรทางบก และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ซึ่งตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถรักษามาตรฐานจนสถิติอุบัติเหตุทางเรือแทบเป็นศูนย์ ควบคู่ไปกับการรักษาระดับค่าโดยสารให้มีความเหมาะสมกับค่าครองชีพของประชาชน
ก้าวต่อไปสู่นวัตกรรม นำร่องพัฒนาเรือยุคใหม่และขยายธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนไป เรือด่วนเจ้าพระยาไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงการเป็นผู้ให้บริการเส้นทางเดิม แต่กำลังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเรือโดยสารรุ่นใหม่ที่ใช้วัสดุเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งมีน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน ใช้พลังงานน้อยลง และทำความเร็วได้ดีขึ้นภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ขยายศักยภาพสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการเดินเรือครบวงจร ทั้งการรับเป็นที่ปรึกษาด้านการต่อเรือ ซ่อมบำรุง และรับบริหารจัดการเดินเรือ เช่น การเข้าไปรับหน้าที่บริหารการเดินเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในคลองแสนแสบ (ส่วนต่อขยายวัดศรีบุญเรือง-มีนบุรี) นอกจากนี้ยังมองเห็นโอกาสในการขยายเส้นทางเดินเรือสู่ต่างจังหวัดและเส้นทางชายฝั่งทะเลในอนาคต
การปรับตัวอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นมากกว่าระบบขนส่งสาธารณะ แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่พร้อมก้าวสู่อนาคต ซึ่งสอดคล้องกับธีมงาน “Stronger Than Ever… Together” ของงานสัมมนา Interferry 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2569 นี้ ซึ่งเวทีนี้จะเป็นการรวมตัวของผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก เพื่อหารือเกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาด นวัตกรรมการเดินเรือ และอนาคตของการคมนาคมทางน้ำอย่างยั่งยืน
ไฮไลต์สำคัญแห่งปี งาน Interferry 2026 เวทีระดับโลกเพื่ออนาคตการเดินเรือ พิธีเปิดงาน Intreferry 2026 จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา นำโดย Mr. Mike Corrigan, CEO of Interferry และ คุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำอย่าง Carus และ DNV Maritime รวมไปถึงปาฐกถาพิเศษจาก พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ แห่งกองทัพเรือไทย ที่จะมาบรรยายสรุปประวัติศาสตร์ไทยในมุมมองด้านการเดินเรือและการทหาร และทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก
ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน ผู้เข้าร่วมงานจะได้เจาะลึกประเด็นสำคัญแห่งอนาคตของอุตสาหกรรมเรือข้ามฟาก อาทิ การผลักดันสู่พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และการใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์เพื่อลดคาร์บอน โครงการ FerrySafe เพื่อยกระดับความปลอดภัยในประเทศกำลังพัฒนา และการเสวนาผู้นำอุตสาหกรรมเรื่องการจัดการบุคลากรและการรับมือกับความท้าทายในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (Essential Connection) โดยมีวิทยากรระดับโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เช่น Charlotte de Jong จาก The Ocean Cleanup และ Matteo Catani ซีอีโอจาก GNV เป็นต้น งานนี้จึงเป็นทั้งเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับสากล และโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแลนด์มาร์คด้านการเดินทางทางน้ำระดับโลก
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Interferry 2026 ได้ทางเว็บไซต์ https://interferry.com/interferry2026-bangkok-thailand/




