หน้าแรก ในประเทศ ส.ก.รุมแฉ ผอ....

ส.ก.รุมแฉ ผอ.คนเดียวกัน! ปมตำหนิตัดงบ-คลิปข้าวกลางวัน ‘ปลาทิพย์’ ถาม ค่าอาหารกลางวัน ต้อง 25 บาท เท่านั้น?

22.10.26 | 18:21 น.

ส.ก.แฉ ผอ.คนเดียวกัน! ปมตำหนิ ส.ก.ตัดงบ ก่อนเจอคลิปข้าวกลางวัน ‘ปลาทิพย์’ ดร.จอห์น ถาม อาหารกลางวัน กทม.ต้องตามมติ ครม. 25 บาทเท่านั้นหรือ?

วันที่ 22 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 (ต่อ) โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 เป็นประธานในการประชุม หลังจากที่นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนสังกัด กทม. โดยอภิปราย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การจัดอาหารกลางวันและนมโรงเรียน, งบประมาณซ่อมแซมโรงเรียน และการดูแลนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติไทย

โดยมีผู้ร่วมปภิปราย ได้แก่ นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา, นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก, นางสาวรัชญา เพ็งสุข ส.ก.เขตลาดพร้าว, นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม และนายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก. เขตราชเทวี


ในตอนหนึ่ง นายเอกกวิน กล่าวว่า มีเพื่อนสมาชิกเล่าให้ฟังว่า ในการประชุมวิสามัญงบประมาณ มีการถกเถียงกรณีตั้งเครื่องออกกำลังกายผิดโหมด โดยหลังประชุม มีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งเข้ามาตำหนิ ส.ก. ที่อภิปรายเรื่องดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า คุณห้ามตัด เพราะอยู่เขตเก่า เขาได้มา ขออะไรก็ได้ คุณจะมาตัดในวิสามัญไม่ได้

นายเอกกวินกล่าวต่อว่า เมื่อไล่เรียงแล้วพบว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเดียวกับที่นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น เปิดคลิปให้ดู

Advertisement

“ผมได้คลิปมา คือคลิปทีแรกเขาจะไม่เปิด แต่ผมบอกว่าเปิดไปเลย” นายเอกกวิน กล่าว

ต่อมานายเอกกวิน ได้เปิดคลิปเศษอาหารที่มีแต่แป้งในโรงเรียนแห่งหนึ่ง

นายเอกกวิน กล่าวต่อว่า ผอ.คือ ผอ. คนเดียวกับที่ไปตำหนิเรื่องเครื่องออกกำลังกาย ในห้องวิสามัญ

“ทีแรกก็ไม่อยากจะเปิด แต่พอรู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ผมก็เลยอยากให้เปิด ฝากท่านรองปลัดฯพิศมัยไปด้วยว่า โรงเรียนเขตบางนา ชื่ออำสักอย่าง อำลา หรืออำเด็ก ให้ปลาแบบนี้ น่าจะอำเด็ก ฝากท่านรองพิศมัยและฝ่ายบริหารด้วย“ นายเอกวิน กล่าว

ด้านนางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีที่นายสุรจิตต์ตั้งข้อสังเกตเรื่องค่าอาหารกลางวันนักเรียน 25 บาท แต่ กทม. สนับสนุนเพียง 1 บาทว่า การจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกำหนดค่าอาหารกลางวันไว้ที่ 25 บาทต่อคน โดยโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 100 คน จะได้รับงบประมาณ 27 บาทและ 35 บาท ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 101 คนขึ้นไป จะได้รับ 24 บาทและ 22 บาท ซึ่ง กทม. จะเติมเงินอุดหนุนอีก 1 บาทและ 3 บาท ตามลำดับ ให้ครบ 25 บาท โดยงบประมาณดังกล่าวเป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในภาพรวม

ในเรื่องของคุณภาพหรือคุณค่าทางโภชนาการต่าง ๆ โรงเรียนสังกัดกทม.มีระบบ Thai School Lunch for BMA เป็นในเรื่องของสำรับอาหาร เมนูประมาณ 1,000 กว่าเมนูที่ให้ทางโรงเรียนที่มีครูโภชนาการ ในการเลือกเมนูอาหาร ซึ่งจะมีการจัดจ้างอาจจะเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายภาคแล้วแต่บริบทของแต่ละโรงเรียน

“คราวนี้ในส่วนเรื่องของเมนู Thai School Lunch อาจจะต้องดูในเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการที่ในระบบมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงานโปรตีน ไขมันหรือธาตุเหล็กต่าง ๆ อันนี้จะมีการปรับต่าง ๆ ได้ตามบริบทของโรงเรียนที่มีความต้องการ ซึ่งเมนูที่แต่ละโรงเรียนคิดขึ้นมาอาจจะเกิดจากการที่โรงเรียน อาจจะมีการเลือกเมนูกันและมีประกาศเป็นรายสัปดาห์เหมือนตามที่ได้ ได้มีการแจ้งไว้ ในส่วนนี้ก็จะรับไปกำชับ” นางสาวพิศมัย กล่าว

นางสาวพิศมัย กล่าวต่อว่า สำนักการศึกษาจะประชุมร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อกำชับมาตรการและแนวทางการประกอบอาหารในโรงเรียน รวมถึงรับคลิปวิดีโอที่นำเสนอไปตรวจสอบ

ในส่วนงบซ่อมแซมโรงเรียน 500,000 บาท นางสาวพิศมัยกล่าวว่า ที่ผ่านมามีปัญหาค่อนข้างมากในการซ่อม แต่กทม.ได้มีการแก้ปัญหา โดยที่ว่าสุดท้ายให้ดูการแยกจำแนก ประเภทของงบประมาณรายจ่ายว่าค่าซ่อมคืออะไร ว่าเป็นการซ่อมเล็กซ่อมน้อย

“การซ่อมแซม ที่ไม่กระทบโครงสร้างสามารถทำได้เลย ในส่วนของ 500,000 ปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนขนาดไซส์S M Lได้ไหม ตามที่ท่านสุจิตต์ได้พูดถึง สำนักงบประมาณได้ทำหนังสือมา ถามสำนักการศึกษา ว่าจะมีการปรับตรงนี้หรือไม่ ซึ่งเราอยู่ในระหว่าง การดำเนินการ ในงบปี 71 ว่าจะต้องดูว่าอาคารแต่ละโรงเรียนอาจจะไม่เท่ากัน ถ้าดูจำนวนเด็กอาจจะต่างกัน ขอไปดูในรายละเอียดและจะนำเสนอผู้บริหารในการพิจารณาอีกครั้ง” นางสาวพิศมัย กล่าว

นางสาวพิศมัย กล่าวถึงข้อเสนอของนายสุรจิตต์ที่ให้สำนักการศึกษาเป็นเจ้าภาพหลักในการปรับปรุงอาคารโรงเรียน แทนสำนักงานเขต เนื่องจากกังวลว่าสำนักงานเขตอาจจัดสรรงบไปปรับปรุงด้านอื่น เช่น ถนน เป็นหลัก ว่า โดยปกติโรงเรียนอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขต ซึ่งมีบุคลากรมากกว่า ทั้งนี้ จะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินงาน และพิจารณาภาพรวมอีกครั้ง

ในส่วนของเรื่องครัวกลาง นางสาวพิศมัย กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีการนำร่องของเทอมแรกของปีการศึกษา 2569 ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการประเมินผลว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการขนส่งที่ไม่เกิน 5 กิโลเมตร และไม่เกิน 15 นาที ปัจจุบันจากการสอบถามสำหรับความพึงพอใจทาง ผอ.โรงเรียน ซึ่งก่อนทำมีการสอบถามกันและมีการหารือกันค่อนข้างหลายรอบในการดำเนินการ

“ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการขนส่งหรือเด็กที่อาหารไม่เพียงพออย่างไร ทุกวันนี้มีอาหารเพียงพอในการทาน และมีการเติมได้ตลอดเวลา หากได้มีการถอดบท เรียน ในการการทำเมื่อเทอมหนึ่ง มาแล้ว ก็จะมาประเมินผลและจะมาหารือกันอีกครั้ง” นางสาวพิศมัย กล่าว

นางสาวพิศมัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการขยายตัวไปขอมาประเมินผลก่อนว่าจะมีการทำต่อหรือไม่อย่างไร หรือผลกระทบเกิดอะไรขึ้นบ้างหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่สำนักการศึกษาต้องไปทำความเข้าใจ

“สุดท้ายแล้วต้องไปกำชับ กำกับในการดำเนินการของโรงเรียนสังกัดของกรุงเทพมหานครของเราต่อไป ในการประชุมแนวดิ่งทำความเข้าใจและขอบคุณในทุกข้อเสนอแนะที่ได้เสนอแนะมาให้ทางกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการ” นางสาวพิศมัย กล่าว

ด้าน นายสุรจิตต์กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดงบอาหารกลางวันไว้ไม่เกิน 25 บาทต่อคน พร้อมตั้งคำถามว่า กทม. สามารถเพิ่มงบประมาณได้หรือไม่

“เป็นที่น่าเสียดายมติครม. ให้งบอาหารกลางวันไม่เกิน 25 บาท ถามจริง ๆ กทม. เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ หรือ ครม. ว่าไงเราก็ต้องว่างั้น เราต้องว่าตาม ครม. อันนี้ผมก็อยากจะถามไหน ๆ ท่านชัชชาติมาที่นี่แล้ว คือเราเพิ่มได้หรือไม่ เพราะ 25 บาท เราอยากจะเพิ่มให้กับน้อง ๆ นักเรียนได้กินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการมากกว่านี้ ไม่ใช่เมนูมีแต่ไก่ ไส้กรอก ประเด็น 1.อาหารกลางวันแค่ 25 บาท ยังไงก็ไม่พอ ได้ของที่มันไม่มีคุณภาพ” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายสุรจิตต์ กล่าวต่อว่า Thai School Lunch หรือ TSL มี 1,000 กว่าเมนู แต่เมนูที่ตนหยิบขึ้นมามันไม่มีคุณภาพสักรายการ อาทิ ต้มยำไก่ กะเพราไก่ แกงอ่อม พร้อมตั้งคำถามว่า เด็กอนุบาลทานได้หรือ

“ท่านปล่อย ผอ.โรงเรียน ให้บริหารจัดการก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ ท่านบอกท่านประชุมแนวดิ่ง ท่านก็ได้ภาพสวยหรู แต่หน้างานจริงเป็นอีกเรื่อง ปลาก็เป็นปลาทิพย์ มีเศษปลานิดหน่อย ปริมาณไม่ถึง 2 เซนที่เหลือเป็นแป้ง เด็กกทม. จะได้กินแบบนี้ต่อไปใช่หรือไม่” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายสุรจิตต์กล่าวขอบคุณที่ชี้แจงกรณีงบประมาณ 500,000 บาท ซึ่งมีแนวทางปรับการจัดสรรตามขนาดโรงเรียน S, M และ L ในอนาคต พร้อมกล่าวถึงประเด็นครัวกลางว่า การสอบถามความคิดเห็นควรสอบถามผู้ปกครองด้วย ไม่ใช่เพียงผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อให้ได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะที่สะท้อนปัญหาจริง โดยระบุว่าคลิปวิดีโอและเมนูอาหารที่นำมาเปิดเผยนั้น ได้รับมาจากผู้ปกครองทั้งสิ้น

“โรงเรียนหมกเม็ด ผอ.โรงเรียนก็หมกเม็ด มาตำหนิ ส.ก. ผมฟังแล้วผมก็สะเทือนใจ จริงหรือเขตบางนา ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกๆท่าน หวังว่าพูดวันนี้ อภิปรายปัญหาวันนี้ให้กับสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ที่มีท่านผู้ว่าณอยู่ ท่านรองปลัดอยู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลอยู่ครบ จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ” นายสุรจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย